ความแตกต่างระหว่างห้องรับแขกกับห้องนั่งเล่น

July 18, 2011 by

หลายคนเข้าใจว่าห้องรับแขก และ ห้องนั่งเล่น คือ ห้องเดียวกัน เพื่อให้เข้าใจได้ถูกต้อง ในวันนี้เราจะอธิบายความแตกต่างของห้องทั้งสองให้ได้เข้าใจ เพื่อจะได้นำไปสู่การออกแบบตกแต่งห้องที่ถูกต้อง เหมาะสมกับการใช้งาน

อาจต้องยอมรับอะไรกันบางอย่างที่ว่าเจ้าของบ้านหลายคนจะสามารถจัดหาเฟอร์นิเจอร์ไปแต่งบ้านได้ดีเพียงไรก็ตาม ก็ยังมีความเข้าใจผิดต่อการใช้สอยในเนื้อที่สองส่วนปนเปกันอยู่บ้าง สองส่วนที่ว่าก็ได้แก่ ห้องรับแขก และห้องนั่งเล่น ซึ่งคงมีบางคนแย้งว่าห้องรับแขกนั่นแหละคือห้องนั่งเล่น ถ้าคิดเช่นนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกันเสียใหม่

ระหว่างรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ของห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นนั้น คิดดูแล้วอาจจะไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนอื่นต้องนึกถึงประโยชน์ใช้สอยของแต่ละห้องรวมทั้งส่วนประกอบด้วย

ห้องรับแขก คงจะเป็นส่วนแรกของภายในบ้าน เพราะคงไม่มีใครคิดที่จะให้แขกเดินผ่านห้องต่าง ๆ ไปก่อนที่จะเข้าสู่ห้องรับแขกเป็นแน่ ห้องนี้ใช้เพื่อต้อนรับเวลามีแขกไปใครมา แต่เดิมบ้านไทยตามทัศนะของคนไทยเดิมนั้น จากลักษณะบ้านไทยจะบอกให้ทราบได้เลยว่า บ้านคนไทยไม่มีห้องรับแขกอย่างเป็นสัดส่วน แต่คนไทยกลับนิยมและให้การต้อนรับแขกที่แวะมาเยี่ยมเยือนบ้านของตนเป็นพิเศษ “เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” คำโบราณท่านว่าไว้ คงพอตีความหมายออกและค่อนข้างชัดเจน เรือนไทยเดิมนั้นจะมีชานอยู่ส่วนหนึ่ง หรือ1 ใน 3 ของตัวบ้าน หรือถ้าเป็นขั้นคหบดีก็จะทำชานของกลางบ้านที่จะเป็นส่วนต่อเชื่อมไปยังห้องต่าง ๆ ได้ ชานนี้เป็นส่วนอเนกประสงค์ของคนไทยใช้ทำงาน ตากพืชผลในบางครั้ง ใช้รับประทานอาหาร ใช้ในการพักผ่อนหรือประโยชน์อื่นใดที่จะอำนวยได้ เมื่อใครมาถึงเรือนก็ต้อนรับกันที่ชานนี้เอง

แต่เมื่อสังคมได้มีการเปลี่ยนแปลง การสร้างบ้านตามแบบทางซีกโลกตะวันตกเขาก็จะทำห้องไว้ห้องหนึ่งเพื่อใช้ในการรับแขก เปลี่ยนจากนั่งกับพื้นเป็นมีเก้าอี้นั่ง ถ้าเป็นผู้มีฐานะหน่อยก็จะจัดได้อย่างครบชุดคือจะมีเก้าอี้ยาวอยู่ 1 ตัว และก็จะมีเก้าอี้เดี่ยววางให้เป็นชุดกัน แล้วก็ค่อย ๆ พัฒนารูปแบบ ฉะนั้นเก้าอี้ยาวในห้องรับแขกก็คือโซฟา เก้าอี้เดี่ยวเป็นอาร์มแชร์ ส่วนประกอบที่เหลือก็มีโต๊ะกลางโต๊ะข้าง อาจมีตู้โชว์วางข้าวของซึ่งจะเป็นสิ่งบอกฐานะของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้

ส่วนห้องนั่งเล่น แต่เดิมคนไทยก็จะใช้ส่วนอเนกประสงค์หรือชานนี่แหละเป็นที่นั่งเล่นนอนเล่นอีกเช่นกัน จะใช้ส่วนนี้เป็นที่นั่งเล่นก็ต่อเมื่อส่วนนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์อื่นใดแล้ว ไม่นั่งเล่นตอนมีแขก ไม่นั่งเล่นเวลารับประทานอาหาร จะนั่งจะนอนได้ตามสบาย ก็จะต้องกับความหมายของห้องนั่งเล่นตามแบบสากลนิยม ซึ่งในปัจจุบันก็จะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงเพิ่มขึ้น ในลักษณะของการใช้สอยนั้น ห้องนั่งเล่นจะมีความเป็นส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้านโดยเฉพาะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องนั่งเล่นจะใกล้เคียงกับห้องรับแขก จะเป็นโซฟา อาร์มแชร์ โต๊ะกลางโต๊ะข้าง อะไรก็แล้วแต่ จะจัดขึ้นตามปริมาณผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นหรือเฉลี่ยให้เพียงพอ และจะเน้นความสะดวกสบายในด้านการพักผ่อนอิริยาบถเป็นสำคัญ

เชื่อว่ามีบ้านจำนวนไม่น้อยที่อาจจะเข้าใจผิด หรือด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจในครัวเรือนหรือแบบบ้านบังคับมา จะรวมเอาห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งคนที่มีฐานะปานกลางลงมาคงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อว่าการลงทุนแต่งห้องขึ้นมาห้องหนึ่ง ถ้าจะสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ก็เป็นการดีอย่างแน่นอน

เป็นความจริงที่ว่า บ้านของคนในฐานะปานกลางลงมานี้ อาจให้ความพิถีพิถันต่อการต้อนรับแขกไม่มาก จะถือว่าเป็นกันเองเสียมากกว่า หรือมีความจำเป็นในการรับแขกน้อยกว่าบ้านที่มีฐานะ นาน ๆ จะมีโอกาสรับแขกสักครั้ง การทำห้องรับแขกเฉพาะไว้เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ จึงต้องใช้ปนกันเวลาไม่มีแขกก็นั่งเล่นนอนเล่นได้ตามใจชอบ แต่เมื่อมีแขก เด็ก ๆ ที่กำลังนั่งเล่นอยู่ก็ต้องย้ายที่กัน

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในฐานะที่จะสามารถมีห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นได้อีกหลายคนก็ยังไม่อาจแบ่งแยกหน้าที่ของการใช้สอยที่ต่างกันของห้องทั้งสองได้ จึงต้องหันมาคิดถึงหลักการของการจัดห้องทั้งสองนี้ให้ถูกต้องกล่าวคือ

ห้องรับแขก  ซึ่งมีไว้สำหรับการรับแขกจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าของบ้านทั้งหมดก็อาจมาใช้งานกันเองสำหรับการพูดคุย แต่จะให้ความรู้สึกที่เป็นการเป็นงานมากเกินไปจะดูแล้วไม่ใช่ลักษณะของการพูดคุยของคนในบ้านคุยกันเอง จึงไม่ใคร่นิยมใช้กัน อีกประการก็อาจเป็นเพราะต้องการให้ห้องนี้ดูสมบูรณ์แบบตลอด สามารถใช้รับแขกได้ทุกขณะเพื่อความเรียบร้อย เจ้าของบ้านจึงไม่ใช้ การตกแต่งอาจใช้สไตล์สวยหรูหรือทันสมัยเพียงไร จะมีบางสิ่งบางอย่างบ่งบอกฐานะของเจ้าของบ้านเพียงไร ห้องรับแขกไม่ควรรวมเอาเครื่องอำนวยความสะดวกหรืออุปกรณ์เพื่อความบันเทิงเอาไว้ด้วย เช่น โทรทัศน์ วิดีโอ เครื่องเสียงต่าง ๆ หรือรูปถ่ายเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านรับปริญญา ลูกเจ้าของบ้านรับปริญญา เหล่านี้ก็ไม่เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อการตกแต่งห้องรับแขก รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์บางชนิด เช่นเก้าอี้ที่มีลักษณะที่ใช้เพื่อการนั่งพักผ่อนทั้งหลาย ก็จะไม่ใช้ ห้องรับแขกจะมีเฟอร์นิเจอร์เฉพาะเพื่อการรับแขก ของตกแต่งก็ควรเป็นสิ่งสวยงามหรืองานศิลปะจะเหมาะที่สุด

ส่วนห้องนั่งเล่นแม้จะมีอะไรคล้ายกับห้องรับแขก แต่ก็มีข้อแตกต่างอยู่บ้างเช่นกัน โดยอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงทั้งหลายควรอยู่ในห้องนี้ เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับห้องนั่งเล่น เช่นพวก EASY CHAIR เก้าอี้ซึ่งพับเอนหรือปรับได้ตามต้องการ เก้าอี้ซึ่งมีลักษณะเป็น DAY BED คือสามารถใช้กึ่งนั่งกึ่งนอนได้ ขนาดกว้างยาวกว่าโซฟา 2 ที่นั่งหน่อย ซึ่งเก้าอี้เช่นนี้จะไม่นำไปไว้ในห้องรับแขกอย่างเด็ดขาด หรือแม้กระทั่งเก้าอี้ WING CHAIR ก็เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนมากกว่า ในห้องนั่งเล่นจะจัดไม่เป็นทางการจนเกินไป และสิ่งของที่เป็นพวกรูปถ่ายต่าง ๆ หรือของสะสมต่าง ๆ ก็จะนำมาจัดในห้องนี้ได้อย่างเต็มที่กว่า

แต่ด้วยความจำเป็นหลายประการ ทำให้ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นจำเป็นที่จะต้องอยู่รวมกัน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ควรที่จะจัดห้องให้เป็นกลาง อาจจัดมุมรับแขกไว้สักมุมถ้ามีความจำเป็นน้อยกว่า เฟอร์นิเจอร์ก็จัดให้แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย อาจมีโซฟาแบบมีเท้าแขนด้านเดียวเหมือนกับ DAY BED อยู่ค่อนไปทางส่วนนั่งเล่น ส่วนอุปกรณ์เครื่องเสียงหรืออื่น ๆ ก็ควรจัดให้อยู่ในตู้ในชั้นด้านใดด้านหนึ่งติดกับส่วนนั่งเล่นไป ให้ดูเป็นระเบียบหรือมีบานเปิด-ปิดเก็บเครื่องเสียงได้อย่างเรียบร้อย เวลามีแขกก็ปิดเก็บได้ ดูไม่เกะกะข้าวของตกแต่งก็จัดให้แต่พองาม จึงพอจะคละเคล้าการใช้งานทั้งสองรูปแบบได้ ทั้งนี้เวลาของการรับแขกและนั่งเล่นในชีวิตประจำวันก็ย่อมต่างกันอยู่แล้ว คงพอมองเห็นความแตกต่างในสองส่วนนี้ดีขึ้น

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>