ไม้ : เรื่องของไม้วัสดุก่อสร้างหลักของไทยแต่โบราณ

October 7, 2011 by

สมัยก่อนอาคารทุกชนิดจะทำด้วยไม้ อาคารที่เป็นแบบก่ออิฐถือปูน จะมีอยู่เฉพาะอาคารที่ใหญ่ ๆ เช่น วัด หรือวัง เพราะคนไทยไม่เก่งเรื่องการก่อสร้างด้วยอิฐหรือปูน ต้องใช้ช่างจากวังหรือช่างจีนหรือญวนมาทำการก่อสร้างให้ ก็แพงหน่อย ดังนั้นบ้านเรือนของคนไทยสมัยก่อนจึงเป็นไม้ ที่เรียกกันว่า “เรือนไทย”

ไม้  ที่ใช้ในการก่อสร้างจะแบ่งเป็น 3 ชนิดตามคุณสมบัติของไม้ดังนี้

1.  ไม้เนื้ออ่อน ชื่อก็บอกแล้วว่ามันอ่อน ข้อเสียของมันก็คือไม่ทนแดดทนฝน ผุง่ายอายุใช้งานไม่นาน รับแรงไม่ได้มาก มีการยืดหดตัวสูง แต่ข้อดีคือน้ำหนักเบา แกะสลัก เลื่อยไสตกแต่งได้ง่าย ดังนั้นไม้เนื้ออ่อนจึงมักจะนำมาใช้ทำเป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่ต้องรับแรงมาก น้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก หรือไม่ก็เอาไปทำพวกลายฉลุตามช่องต่าง ๆของบ้าน เพราะแกะสลักง่าย ตัวอย่างของไม้เนื้ออ่อนก็เช่น ไม้ยาง ไม้โมก ไม้ฉำฉา ไม้กระบาก

2.  ไม้เนื้อแข็ง ไม้นี้แข็งโป๊กแน่นอน คุณสมบัติก็ตรงข้ามกับไม้เนื้ออ่อนโดยสิ้นเชิง คือทนแดดทนฝน ไม่ผุง่าย รับแรงได้ดี มีการยืดหดตัวน้อย แต่ข้อเสียคือน้ำหนักมาก แกะสลักและเลื่อยไสตกแต่งได้ยาก ขัดเงาให้เกิดลวดลายสวยงามได้ยาก(ก็เพราะมันแข็ง ต้องออกแรงเยอะหน่อยกว่าจะขัดให้ขึ้นเงาได้) ไม้เนื้อแข็งนี้เขาจึงเอาไปทำโครงสร้างบ้านพวก เสา คาน ตง ส่วนที่ต้องรับน้ำหนักมาก ๆ ถ้าใช้ไม้ไม่แข็งพอมันจะหักได้ง่าย นอกจากนั้นก็นำไปใช้ทำ

วงกบประตูหน้าต่าง เพราะมีการยืดหดตัวน้อย วงกบหรือกรอบประตูหน้าต่างนี้จะต้องมีขนาดพอดีกับหน้าต่าง ถ้ามีการยืดหดตัวเพียงเล็กน้อยจะทำให้เปิดปิดหน้าต่างได้ไม่สะดวก มักจะฝืด ต้องออกแรงเยอะกว่าจะเปิดปิดได้ ตัวอย่างของไม้เนื้อแข็งก็เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้ตะเคียน

3.  ไม้เนื้อปานกลาง ไม้ชนิดนี้จะมีความแข็งปานกลาง ทนแดดทนฝนพอสมควร แต่สู้ไม้เนื้อแข็งไม่ได้ การยืดหดตัวก็มีบ้าง แต่ไม่มากเท่าไม้เนื้ออ่อน ใช้แกะสลักลวดลาย เลื่อยใส ตกแต่งได้ดีพอสมควร น้ำหนักปานกลาง คือทุกอย่างเป็นปานกลางระหว่างไม้เนื้อแข็งกับไม้เนื้ออ่อนหมด ไม้เนื้อปานกลางก็มักจะนำไปใช้ทำไม้พื้น ไม้ผนัง หรือไม้แกะสลักตกแต่ง บานหน้าต่าง ประตู ตัวอย่างของไม้เนื้อปานกลางก็คือ ไม้สัก ไม้ตะแบก

ไม้สักโดยเฉพาะไม้สักทอง จัดเป็นไม้ที่ดีที่สุดในโลก แต่ก่อนประเทศไทย-ลาว-พม่า มีมากมายอุดมสมบูรณ์ (ตอนนี้คิดว่าคงเหลือน้อยมาก) ไม้สักมีคุณสมบัติอันวิเศษเหนือกว่าไม้ใด ๆ คือลวดลายสวยงาม แกะสลักตกแต่งได้ง่าย แมลงมอดไม่เจาะไช มีน้ำหนักเบา มีการยืดหดตัวน้อย รับแรงได้ดีพอควร คือรวมคุณสมบัติเด่น ๆ ของไม้เนื้ออ่อนและเนื้อแข็งมารวมกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเลยว่าราคาของไม้สักมันจะแพงขนาดไหน

ก่อนที่จะนำไม้มาใช้งานจะต้องมีการเลื่อยแปรรูป แล้วนำมาอบและผึ่งเพื่อให้ความชื้นในไม้ออกไปให้หมด ไม้นั้นจะได้ไม่มีการโก่งหรือบิดเนื่องจากการยืดหดตัว ปัจจุบันเนื่องจากไม้ซุงมีน้อย ไม้อัดจึงเข้ามามีบทบาทแทนที่ ไม้อัดที่ทำจากเศษไม้ผสมกับกาวแล้วนำมาอัดติดกันเป็นแผ่น ๆ แบบแซนด์วิชจึงมีราคาถูกกว่าไม้แปรรูป ไม้อัดตอนนี้ก็มีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงมีการนำวัสดุอื่นมาใช้งานแทนไม้ เช่น เหล็ก คอนกรีต อะลูมิเนียม ฉะนั้นในอนาคตคิดว่าคนคงจะรู้จักไม้น้อยลงไปเรื่อย ๆ จนอาจจะลืมไม้ไปเลยก็ได้

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>