แสงไฟมีความสำคัญแค่ไหน

November 7, 2011 by

เมื่องานตกแต่งภายในเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งของงานตกแต่งภายในก็คือ การกำหนดจุดที่จะให้ความสว่าง ที่นอกจากจะเพื่อประโยชน์ของการใช้สอยแล้ว แสงสว่างส่วนหนึ่งยังถูกกำหนดใช้เพื่อการตกแต่งโดยเฉพาะอีกด้วย

บางคนอาจแย้งว่า ห้องหนึ่งมีไฟที่เพดานกลางห้องดวงเดียวก็พอแล้ว ไม่เป็นจะมีความจำเป็นที่จะต้องมีส่วนอื่น ๆอีกเลย ซึ่งความคิดนี้ไม่ถูกต้องทีเดียวนัก เพราะไฟกลางเพดานเพียงดวงเดียวไม่สามารถให้แสงสว่างพอเพียงกับกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปหลายอย่างได้ เป็นต้นว่า ในห้องนอน ซึ่งมีไฟเพดานเพียงดวงเดียว เมื่อใดก็ตามที่ต้องอ่านหนังสือ ไฟดวงเดียวกลางเพดานไม่พอเพียงต่อการอ่านหนังสือ ซึ่งมีผลให้สายตาเสียได้ หากเป็นเช่นนี้นาน ๆ ควรเพิ่มไฟสำหรับการอ่านหนังสือขึ้นมาอีกหนึ่งดวงในส่วนที่ต้องการใช้หรือใช้ประจำ หรือบริเวณโต๊ะแต่งตัว ไฟจากกลางเพดานก็ไม่เหมาะ เพราะจำทำให้เกิดเป็นเงาขึ้นบริเวณหน้า

แสงสว่างที่ใช้เพื่อการตกแต่งจะกำหนดให้เป็นจุดๆไป ไฟประเภทหนึ่งจะเหมาะกับการใช้งานเพื่อการตกแต่งส่วนหนึ่ง แม้ว่าแสงสว่างอาจกระจายไปยังส่วนอื่นได้บ้าง แต่แสงที่กระจายไปนั้นจะเป็นผลพลอยได้เท่านั้น อย่างเช่น ไฟในตู้โชว์ก็สามารถให้ความสว่างแก่บริเวณใกล้เคียงได้ แต่ที่ต้องใช้ไฟในตู้โชว์ก็เพราะต้องการเน้นสิ่งของที่ประดับอยู่ในตู้ให้เด่นและเกิดคุณค่าน่ามอง ยิ่งถ้าเป็นของที่มีคุณค่าในด้านศิลปะ เช่น งานประติมากรรมด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องการแสงไฟที่มีทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อว่าเวลาแสงไฟไปต้องกับงานชิ้นนั้น ก็จะทำให้เราได้เห็นความตื้น ลึก หนา บาง ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

มีข้อคิดบางอย่างที่ควรทำความเข้าใจต่อการกำหนดจุดของแสงไฟ เพื่อการเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งาน

1.  ส่วนโถงทางเข้าบ้านจากประตูหลักหรือประตูใหญ่ ส่วนนี้เป็นเสมือนส่วนแรกของบ้าน ก่อนที่จะแยกย้ายไปยังส่วนอื่นๆ งานตกแต่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบ้านจะเป็นเช่นไร แต่หลักของการให้แสงสว่างจะไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะโดยทั่วไป ส่วนนี้มักถูกตกแต่งด้วยแผ่นกระจกเงา เพื่อเป็นส่วนสำรวจความเรียบร้อยของเจ้าของบ้านก่อนออกจากบ้าน หรือสำหรับแขกก่อนจะเข้าไปภายในก็ได้ อีกประการหนึ่งคือ ห้องนี้มักเป็นห้องที่มีเนื้อที่แคบ การใช้กระจกแต่งก็เพื่อผลในความรู้สึก แสงไฟถูกกำหนดสองส่วนด้วยกัน คือ ที่เพดานและผนัง

ส่วนเพดานเป็นส่วนที่กระจายแสงสว่างแบบทั่วๆ ไป เป็นส่วนที่กำหนดเพื่อการส่องสว่างเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับที่ผนัง ถูกใช้เพื่อการตกแต่ง แสงสว่างที่ออกมาไม่ใช่แสงตรง ส่วนหนึ่งจะถูกส่องขึ้นสู่ด้านบนกระทบผนังและเพดาน มีลำแสงที่เด่นชัด เพิ่มคุณค่าในการตกแต่งเน้นเฉพาะส่วนและในขณะเดี่ยวกันในตัวโคมไฟผนังนี้ก็ยังมีแสงอีกส่วนหนึ่งผ่านออกมาด้านข้าง ในลักษณะของแสงเรือง เพื่อช่วยลดความแรงของแสงตรงที่ส่องขึ้นไป นอกจากนี้แล้วยังช่วยให้ความสว่างในแง่ของการใช้เพื่อการแต่งตัวได้อีกเช่นกัน หากมีเฉพาะไฟเพดานกระจกที่ผนังก็จะไม่มีความหมาย และขาดคุณค่าของการตกแต่ง

2.  งานตกแต่งที่ค่อนข้างเรียบ แต่เน้นเฟอร์นิเจอร์ BUILT-IN ตามลักษณะของการใช้สอย เพดานเรียบซึ่งไม่เหมาะแก่การจัดไฟในแบบอื่นๆ เพื่อคงความเรียบของเพดานเอาไว้ให้เหมาะกับงานตกแต่ง การกำหนดแสงเป็นการเฉลี่ยการกระจายแสงจากแต่ละจุด ที่กำหนดไฟบนเพดานให้ส่องสว่างลงมาในปริมาณเท่ากัน เมื่อเปิดพร้อมกัน ความสว่างจะเท่าเทียมกันทั้งห้อง ซึ่งในกรณีเช่นนี้จะทำให้ภายในห้องมีแสงสว่างที่สวยงามและเพียงพอต่อความต้องการ ได้คุณค่าในด้านการตกแต่งภายในอีกด้วย แต่มีข้อแย้งที่ว่า สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่มกว่าการไฟดวงใหญ่ดวงเดียว พบเห็นได้เสมอว่า บ้านที่ถูกออกแบบและกำหนดแสงสว่างเช่นนี้ เจ้าของบ้านมักเปิดใช้เฉพาะดวงเท่าที่จำเป็น ทำให้แสงสว่างมีเฉพาะจุด กลายเป็นแสงสว่างไม่เพียงพอ อีกประการ การที่เปิดเฉพาะจุดจะเกิดแสงจ้า ด้วยว่าบริเวณรอบๆ ไม่มีแสงสว่างมาเฉลี่ยซึ่งกันและกัน แสงสว่างที่เป็นจุดหรือ SPOT LIGHT นี้ เมื่อส่องกระทบส่วนใดส่วนหนึ่งของผนังก็จะปรากฎแสงเป็นวงโค้ง ทำให้งานตกแต่งเรียบๆสวยงาม แทนที่จะเป็นระนาบเรียบธรรมดา มีการเน้นไฟเฉพาะส่วน เช่น ชั้นวางของ เพื่อให้ดูเด่นและแยกหน้าที่ของการใช้งาน

3.  การตกแต่ง่ในห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นบุคลิกเรียบๆ สบายๆ ไม่เน้นสไตล์โดยเฉพาะเป็นอีกลักษณะหนึ่งของการให้แสงสว่างแต่ละจุดช่วยกระจายแสงสว่างเท่าๆกัน ไฟที่ใช้เป็น DOWN LIGHT หรือส่องลงเป็นส่วนๆ ส่วนหนึ่งส่องลงยังส่วนทั่วๆไป ของห้อง อีกส่วนหนึ่งส่องกระทบผนังเพื่อผลในด้านการตกแต่ง จากที่ไฟส่องมาจากแต่ละจุด ช่วยให้ห้องดูไม่เรียบจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกรบกวนต่อการสัมผัสแต่กลับนุ่มนวลขึ้น ไฟที่ส่องไม่ใช่เพื่อการส่องสว่างเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้เกิดความสวยงามและการตกแต่งด้วย เช่น ไฟบางดวงส่องให้กระทบกับผ้าม่าน เพื่อเน้นร่องจีบผ้าให้มีน้ำหนักขึ้น ไฟส่วนหนึ่งส่องให้กับรูปภาพ ซึ่งต้องอยู่ในจังหวะที่พอเหมาะ มิฉะนั้นจะเป็นแสงจ้าขึ้นบนภาพ มองดูภาพก็จะไม่สวยงาม มุมห้องมีโคมไฟเพื่อผลในด้านการใช้งานอื่น ๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นไฟตกแต่งด้วย ความสวยงามที่เห็นเกิดจากแสงที่ตกกระทบบนวัตถุแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน ทำให้มีแสงเงาที่พอเหมาะ

4.  ภายในห้องนี้ใช้ไฟเพื่อการส่องสว่างหลายแบบด้วยกัน บริเวณเตียงนอนจะเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าที่จะส่องเป็นแสงตรง ไม่ว่าจากเพดานหรือโคมไฟหัวเตียง เลี่ยงแสงรบกวนโดยการซ่อนไฟฟลูออเรสเซนต์ไว้ในแนวเพดานต่างระดับ แสงจะเรืองและไม่เข้าตาโดยตรงนัก ในขณะที่ด้านปลายเตียงจะมีไฟ DOWN LIGHT ส่องตรงลงมา แต่เป็นแสงนวล ไม่แรงเกินไป ผนังส่วนหนึ่งตกแต่งด้วยภาพ ส่องไฟ เน้นด้านหลังของโต๊ะ-เก้าอี้เพื่อเน้นให้เห็นรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ มีโคมไฟเพื่อการตกแต่งหนึ่งดวง เป็นโคมไฟตั้งพื้น ให้แสงสว่างส่องขึ้นบนเพดาน ซึ่งนำจัดวางใกล้เสา ทำให้ลำแสงกระจายเป็นวงทั้งที่เสาและเพดาน แม้จะไม่ให้แสงตรงต่อบริเวณใกล้เคียง แต่ก็ให้ความสว่างได้ และใช้เพื่อการตกแต่งได้ในตัว ห้องนี้ไม่ต้องการแสงสว่างที่กระจายเท่ากันทั้งห้อง จึงเลือกเน้นเฉพาะส่วน สร้างบรรยากาศตามแนวการตกแต่ง

5.  ห้องที่ต้องการแสงสว่างภายในที่ค่อนข้างขรึม ให้ความรู้สึกที่นิ่ง แสงสว่างภายในเป็นการจัดไฟเป็นจุดส่องลงจากเพดาน เน้นให้สว่างบางจุดและครึ้มบางจุดเพื่อให้เกิดมิติ ผนังที่มีการตกแต่งให้ดูลึก ใช้แสงไฟช่วยให้มีน้ำหนักแตกต่างกันในแต่ละระนาบของพื้นผิว ไฟเพดานหลายดวงถูกส่องให้มารวมกันตรงกลางเหนือโต๊ะอาหารเพียงพอกับความต้องการ ไฟส่องผนังจะช่วยกระจายแสงสว่างให้ทั่วถึงเพิ่มขึ้น และแสงไฟที่ช่วยเน้นจุดเด่นของห้อง คือบริเวณกรอบกระจกแกะสลักลวดลาย และโต๊ะชิดผนังซึ่งวางประติมากรรมไว้ช่วยให้ตัวประติมากรรมมีน้ำหนัก เห็นรูปทรงได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นไฟที่ส่องลงมาจากเพดาน แต่ก็ไม่รบกวนสายตา การใช้ไฟในห้องนี้เพื่อเน้นบรรยากาศของงานตกแต่งภายในโดยเฉพาะ การส่องสว่างเพื่อการใช้สอยเป็นส่วนของผลพลอยได้ แต่เป็นประโยชน์ที่ควบคู่กันไป

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>