ขั้นตอนการแต่งบ้านให้สวย เรื่องจำเป็นสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องรู้

June 11, 2011 by

คุณก็คงเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการตกแต่งบ้านให้สวยงาม หลังจากพลิกดูรูปจากหนังสือที่เกี่ยวกับการตกแต่งหลายครั้ง หลายเล่มมาแล้ว ที่นอกจากจะตกลงปลงใจว่าจะเลือกเอาแบบไหนได้แล้ว คุณอาจจะสงสัยบ้างหรือไม่ว่า ทำไมบ้านของเขาจึงสวยงามได้ จะเป็นเพราะการเลือกสไตล์การตกแต่ง วัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง หรือสิ่งของที่ตกแต่งให้บ้านดูดีขึ้นนั้น สิ่งไหนจะเป็นส่วนสำคัญในการตกแต่งบ้านและจะทำให้บ้านสวย

ถ้าคุณสังเกตุให้ลึกลงไป ในกรณีนี้คุณอาจจะต้องไปดูจากของจริง เช่น บ้านเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรืออาจเป็นโรงแรม เท่าที่คุณจะสามารถใช้เป็นข้อสังเกตลักษณะการตกแต่งภายในของที่เหล่านั้น ว่าลักษณะส่วนรวมและรายละเอียดของเขาเป็นอย่างไร เช่น การมองแบบกว้างๆ ดูว่าพื้นที่เขาเป็นอย่างไร การทำการต่อลวดลายของวัสดุที่เขาเลือกเป็นเช่นไร ผนังแม้จะตกแต่งแบบเรียบๆ แต่ก็ดูสวยงามได้เพราะอะไร ส่วนต่อของเพดานกับผนังมีบัวกั้นขอบรอยต่อให้ดูเรียบร้อยหรือไม่

จากนั้นคุณลองสังเกตุบ้านที่มีความสวยปานกลางไปจนถึงไม่สวยแล้วนำมาเปรียบเทียบกับบ้านที่สวมงามว่าแตกต่างกันอย่างไร ลองเปรียบเทียบการตกแต่งดวงไฟเพดานของทั้งสองแบบว่าต่างกันอย่างไร การเดินสายไฟจากปลั๊กไปโคมไฟแต่ละจุดนั้นเป็นอย่างไร แค่นี้คุณก็สามารถเห็นความแตกต่างได้ บ้านที่สวมงามเป็นพิเศษคุณจะไม่เห็นสายไฟเรียงรายอยู่เลย ส่วนบ้านที่ไม่สวยจะเห็นสายไฟเกะกะอยู่บนผนัง ซึ่งจะลดความสวยงามลงไปมาก แม้ว่าจะลงทุนตกแต่งไปมากก็ตาม

ผู้ที่ออกแบบตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง ถ้ามองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างบ้านที่สวยงามกับไม่สวยงาม ในส่วนของรายละเอียดเล็กน้อย แม้ว่าจะมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ก็ไม่ช่วยให้บ้านดูงามพร้อมได้

มีงานมากมายในกระบวนการตกแต่งภายในบ้าน เช่น ช่างปูพรม ช่างประปา ช่างไฟ ช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ช่างติดวอลเปเปอร์และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ละช่างต่างก็ไม่ขึ้นอยู่กับใคร ถึงเวลาเขาก็มาทำ แล้วก็มีจำนวนไม่น้อยที่เมื่อช่างแต่ละคนทำงานไปแล้วเกิดความเสียหายก็ปัดความรับผิดชอบออกไป ผู้ที่ต้องปวดหัวคือเจ้าของบ้าน

สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพราะเจ้าของบ้านไม่มีความพร้อมและไม่รู้ขั้นตอนในการทำงานของช่างแต่ละประเภท ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของบ้านควรรู้ไว้เพื่อป้องกันความผิดพลาด

จะเห็นได้ว่าหากคุณคิดมีบ้านให้สวย ควรเริ่มตั้งแต่คิดมีบ้านเลยทีเดียว และยิ่งถ้าบ้านคุณมีสถาปนิกออกแบบให้ก็ยิ่งเหมาะ เพราะก่อนที่สถาปนิกจะออกแแบบบ้านจะต้องถามความต้องการของคุณก่อน นี่คือการเตรียมการขั้นแรกในการตกแต่งบ้าน

เมื่อมีแบบบ้านที่ออกแบบ และแก้ไขจนพึงพอใจแล้ว งานก่อสร้างก็เริ่มต้นในตอนนี้ เจ้าของบ้านไม่ควรนิ่งนอนใจ สิ่งที่คุณต้องทำในขั้นตอนการเริ่มต้นก่อสร้างนั้น เป็นการเริ่มขั้นตอนการตกแต่งภายในที่สำคัญมาก หากต้องการให้มัณฑนากรออกแบบ เวลานี้เป็นเวลาที่ต้องไปพบมัณฑนากร สาเหตุที่ต้องรีบไปพบเพื่อที่คุณและมัณฑนากรจะได้มีเวลาร่วมกันคิดและตัดสินใจ จะได้แก้ไขข้อบกพร่องได้ทันท่วงทีจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ขอย้ำว่าการแก้ไขเปลี่ยนโครงสร้างหากไม่ทันท่วงที หมายถึงต้องแก้แบบที่ออกแบบไว้แล้ว จะทำให้เสียเวลามาก

โดยทั่วไปมัณฑนากรจะไม่ยุ่งเกี่ยวเพราะเป็นหน้าที่ของสถาปนิกที่จะเปลี่ยนโครงสร้าง จะแก้ไขเฉพาะเนื้อที่ภายใน เช่น การขยายเนื้อที่ห้องให้กว้างขึ้น การย้ายตำแหน่งสุขภัณฑ์ เป็นต้น

ในขั้นตอนนี้เมื่อมัณฑนากรและเจ้าของบ้านตกลงในแบบร่างแล้ว มัณฑนากรก็จะเขียนแบบที่ละเอียดต่อไป เช่นกำหนดตำแหน่งดวงไฟ การกำหนดตำแหน่งปลั๊ก สวิทซ์ไฟฟ้า การกำหนดตำแหน่งท่อน้ำดี ท่อน้ำเสีย รวมทั้งแบบเฟอร์นิเจอร์ ทั้งแบบติดตายและลอยตัวให้ทราบคร่าวๆ

ในขั้นตอนระหว่างก็สร้าง ทุกอย่างจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ช่างตกแต่งภายในบางอย่างจะเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น งานเดินสายไฟ งานเดินท่อประปา ที่ต้องทำในช่วงนี้เพราะเราต้องการให้ไม่มีเส้นสายไฟฟ้าปรากฏออกมาที่ผนัง หรือท่อประปาโผล่ออกมา ซึ่งจะลดความสวยงามของบ้าน

ฉะนั้นเพื่อความเรียบร้อยควรเดินสายไฟฝังไว้ในผนัง (โดยร้อยท่อสายไฟเข้าไปในท่อพลาสติกชนิดแข็ง และจะไม่มีการต่อสายไฟภายในท่อเด็ดขาด) ช่างก่อผนังจะเว้นพื้นที่ให้ช่างไฟฟ้าเดินสายเหล่านี้ โดยทิ้งปลายสายในแต่ละส่วนให้เพียงพอ แล้วก็จะก่อไปจนเต็มผนัง และจะทำเช่นนี้ในกรณีท่อน้ำประปาและท่อน้ำทิ้งเช่นกัน แต่ต้องเป็นท่อพิเศษที่ใช้งานได้นานปี เช่น ท่อสำหรับเดินภายในชนิดสีฟ้า พวกนี้จะเดินไว้ก่อนตามจุดที่ต้องการในแนวผนัง ควรใช้ช่างที่ชำนาญและมีความรับผิดชอบสูง เพราะถ้าผิดพลาดจะไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และช่างก่อก็จะฉาบปูนที่ผนังปิดไว้หมด ดังนั้นในขั้นตอนนี้ ส่วนไหนทำอะไรจะต้องทราบหมดแล้ว

ขั้นต่อมา เป้นช่วงใกล้เสร็จ เห็นรูปทรงของบ้านแล้ว จะมีช่างหลายประเภทเข้ามาทำงาน เช่น

พื้น หากมีการใช้วัสดุปูพื้น ต้องเตรียมพื้นไว้ก่อน โดยปรับระดับให้เท่ากัน แล้วจึงทำพื้นให้เป็นผิวหยาบ โดยการทำให้พื้นเป็นร่องในขั้นตอนหลังจากเทปูนเสร็จ เพื่อให้การยึดติดของผิวหน้าปูนกับวัสดุที่ปูพื้นมั่นคงขึ้น

การเตรียมทำโครงสร้างของเฟอร์นิเจอร์แบบติดตายตัว การเดินสายไฟของเพดานเพื่อติดโคมไฟ การติดกระเบื้องผนังห้องน้ำ ห้องครัว ก็อยู่ในขั้นตอนนี้

แล้วก็เป็นขั้นตอนการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผิวหน้าทั้งหมด เช่น การนำส่วนประกอบของตู้แบบติดตายมาประกอบ เพราะเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มักมีขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้เตรียมอาหาร ตู้โชว์ติดผนัง ซึ่งในขั้นตอนนี้ช่างเฟอร์นิเจอร์อาจมีการทำสีมาบ้างแล้ว เช่น การรองพื้นสี หรือทาพ่นสีมาแล้ว แต่จะประกอบให้เรียบก่อนแล้วเก็บรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ดูเรียบร้อยเมื่องานเสร็จ และในขั้นตอนนี้ก็จะมีการรองพื้น ทาสีของผนังไว้ให้เรียบร้อยก่อนแล้ว

ในตอนนี้ของตกแต่งบางอย่างควรเลือกเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เช่น โคมไฟ สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ เป็นต้น และเป็นช่วงที่นำมาประกอบได้แล้วเช่นกัน รวมถึงติดเครื่องปรับอากาศด้วย

งานต่อมาคือการติดตั้งผ้าม่าน ซึ่งควรทำการติดรางและอุปกรณ์ต่างๆแล้ว ก่อนทำการทาสีผนังหรือติดวอลเปเปอร์ เพราะการติดราวม่านต้องเจาะผนังยึดสกรูเข้าไป เมื่อกะส่วนที่จะติดตั้งได้แล้วก็จะมีการทาสีผนังหรือบุผิวผนัง อาจเป็นขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับผนัง ซึ่งรวมไปถึงการแต่งผนังด้วยคิ้วหรือบัวต่างๆ

สำหรับการปูพรมนั้นถ้าเป็นแบบเต็มเนื้อที่ห้อง ควรทำการปูหลังจากมีการทำงานอื่นเรียบร้อยแล้ว คือ ทาสีเสร็จแล้ว และควรทำก่อนนำเฟอร์นิเจอร์เข้ามาจัด เช่น เตียงนอน โซฟา และอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการนำเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวต่างๆ เข้ามาจัดตามส่วนต่างๆของบ้าน เช่น ชุดรับแขก ชุดรับประทานอาหาร เป็นต้น  ในขณะเดียวกันก็ควรตรวจความเรียบร้อยของงานเฟอร์นิเจอร์อื่นๆด้วย เพราะอาจมีการกระทบกระทั่ง สีอาจกะเทาะได้ และจะเป็นช่วงเก็บงานทั้งหมดก่อนส่งมอบงาน

เมื่อหมดงานช่างประเภทต่างๆแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้าน ที่จะหาของแตกบ้านมาจัดตามชั้นโชว์ให้ดูสวยงามกันได้แล้ว

จะเห็นได้ว่ามีขั้นตอนมากมายเหลือเกินกว่าที่บ้านจะสวยงามและดูเรียบร้อยได้ แต่ที่กล่าวมานี้อาจไม่ใช่ขั้นตอนทั้งหมด ยังมีขั้นตอนบางอย่างที่ต้องใช้ช่างมากกว่าขั้นตอนเหล่านี้ เนื่องจากลักษณะการตกแต่งภายในของบ้านแต่ละสไตล์มีความแตกต่างกัน

 

 

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>