เลือกสีให้กับเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ในการตกแต่งบ้าน

July 1, 2011 by

เรื่องของการตกแต่ง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนกับไม่มีอะไรมาก ชอบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนก็หาซื้อหรือสั่งทำมาตั้ง ๆ เข้าไปในตำแหน่งที่จะใช้สอย แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มักจะไม่ง่ายอย่างที่คิด ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาการเลือกใช้สีของเฟอร์นิเจอร์ที่เราจะคุยกันวันนี้

ลักษณะการทำสีเฟอร์นิเจอร์นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองชนิด คือสีย้อมกับสีพ่น

สีย้อมนั้นค่อนข้างจะมีวิธีทำสลับซับซ้อนกว่าสีพ่น  ตั้งแต่การรองพื้น การย้อมสี การแต่งผิวหน้า บางครั้งช่างยังพลิกแพลงย้อมให้เสี้ยนไม้กับผิวไม้เป็นคนละสีกันเสียอีก เช่น เสี้ยนของผิวสีโอ๊ก เป็นต้น

สีย้อมนี้หาได้มากมายหลายสีและมักจะย้อมลงบนไม้อัดสัก มีทั้งสีโอ๊กแก่ไปจนถึงโอ๊กอ่อน โอ๊กแดง โอ๊กออกเขียว และสีธรรมชาติของไม้สัก ผิวหน้าก็ทาได้ทั้งผิวมันและด้าน แต่ส่วนใหญ่นิยมทาด้านมากกว่า เพราะผิวมันนั้นเมื่อโดนแสง ออกจะระยิบระยับเกินไปหน่อย

เนื่องจาก สีย้อมมีมากมายหลายสีนี่เอง เวลาจะสั่งให้ช่างทำ จะไปสั่งลอย ๆไม่ได้ว่าให้ย้อมสีโอ๊กนะ เพราะสีที่ย้อมออกมาอาจเป็นโอ๊กดำปี๋ หรือโอ๊กแดงแจ๋ ไม่ตรงกับจุดประสงค์ของคุณก็ได้ วิธีที่ถูกคือ ขอตัวอย่างสีจากช่างสี เพราะช่างสีเขามักจะย้อมตัวอย่างบนแผ่นไม้เป็นแผ่น ๆ ไว้ให้ผู้ว่าจ้างดู การเลือกสีจากแผ่นตัวอย่างจะลดความปวดหัวให้กับคุณได้มาก

ข้างฝ่ายสีพ่นนั้นก็มีกรรมวิธีตามชื่อของมันนั่นเอง คือช่างจะพ่นสีน้ำมันลงบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก่อนจะพ่นสีนั้นก็ต้องมีกรรมวิธี แต่งผิวเนื้อไม้ตามเสี้ยนให้เต็มเสียก่อนลงน้ำมัน รองพื้นแล้วจึงพ่นสี แต่งผิวหน้าอีกที จะทาผิวให้ด้านหรือมันก็ได้อีกเหมือนกัน การทำสีพ่นนี้มีข้อจำกัดในการเลือกสีน้อยกว่าสีย้อม คือจะเลือกสีอะไร ช่างก็ผสมสีตามตัวอย่างได้ทั้งนั้น

ความแตกต่างในเชิงคุณภาพของสีย้อมและสีพ่นคือ สีพ่นมีโอกาสกะเทาะแตกได้ง่ายกว่าสีย้อม เพราะกรรมวิธีการทำสีพ่นนั้นช่างจะพ่นสีทับลงบนไม้แต่สีย้อมนั้น สีบางส่วนจะฝังตัวลงในเนื้อไม้เลย ทำให้มีโอกาสกะเทาะน้อยกว่า ดังนั้น จึงไม่ควรเลือกใช้สีพ่นในสถานที่ที่ต้องใช้งานหนัก เช่นในสำนักงาน เป็นต้น

ช่างสีกับช่างทำเฟอร์นิเจอร์นั้นมักจะเป็นคนละคนกัน โรงงานเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ ๆ เท่านั้นที่จะมีช่างสีกินเงินเดือนของตัวเอง ส่วนโรงงานรอง ๆ ลงมาจะเป็นช่างเฉพาะกาล คือเหมาค่าแรงแล้วมาทำสีให้เป็นตอน ๆ ไป โรงงานเฟอร์นิเจอร์บางโรงงานอาจเลือกใช้ช่างสีหลาย ๆเจ้า งานระดับแพงก็เลือกใช้ช่างฝีมือดี ค่าแรงแพงหน่อย งานระดับรองลงมาก็ใช้ช่างระดับรองลงมาด้วย ดังนั้นการควบคุมคุณภาพสีสำหรับโรงงานแบบนี้ จึงออกจะทำได้ยากสักหน่อย

การควบคุมตรวจตราคุณภาพของงานสีนั้น สำหรับคนธรรมดาอาจจะทำได้ยากสักหน่อย แต่ก็มีมาตรฐานง่าย ๆ พอที่จะพิจารณาได้ คือ งานสีที่ดีนั้นเสี้ยนไม้จะต้องเต็ม มองหรือลูบ ๆ ไม่รู้สึกเป็นรอยเสี้ยนบุ๋ม ผิวหน้าจะต้องมีความด้านหรือมันสม่ำเสมอ ไม่ใช่ด้านบ้าง มันบ้าง

หัวตะปูจะต้องถูกย้ำซ่อนในเนื้อไม้โป๊ปิดและแต่งสีให้เรียบร้อย การพ่นสีภายในตู้จะต้องใช้เทปกันอุปกรณ์ เช่น บานพับ ให้เรียบร้อย ไม่ให้เปื้อนสี

สำหรับรอยด่างของเนื้อไม้นั้น  ถ้าช่างไม้เลือกไม้ที่ไม่แห้งสนิท เมื่อเวลานานเข้า ความชื้นระเหยออกไป ไม้จะหดตัวทำให้สีแตกเป็นรอยได้ ข้อนี้ถึงแม้ช่างสีจะมีฝีมือดีปานใดก็ไม่อาจแก้ไขได้

ในทางตรงกันข้าม ช่างสีฝีมือดี ๆ สามารถช่วยงานช่างไม้ให้ดูเรียบร้อยสวยงามขึ้นได้มากทีเดียว เช่น ลายไม้จากไม้สองแผ่นที่ไม่สัมพันธ์กัน หรือน้ำหนักสีของไม้ไม่เท่ากัน ช่างสีสามารถตกแต่งให้สีสันและลวดลายใกล้เคียงกันขึ้นได้ ช่างสีบางคนก้าวหน้าถึงขนาดแต่งสีไม้อัดให้กลายเป็นลายหินอ่อนขึ้นมาได้ทีเดียว หินอ่อนต่างประเทศเสียด้วย

รู้เรื่องสีเฟอร์นิเจอร์พอสังเขปแบบนี้ คงช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสีเฟอร์นิเจอร์ และตรวจคุณภาพสีได้พอสมควร

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

ตู้ห้องครัว : มารู้จักกับเครื่องเรือนห้องครัวกันดีกว่า
โครงสายเส้นโลหะของเก้าอี้ LCM
เก้าอี้หลุยส์ - การเลือกซื้อเก้าอี้หลุยส์ต้องดูให้เป็น
Woven โต๊ะทำงานที่เพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่ไม่ตัดขาดจากสภาพแวดล้อม
ประตูตู้หนังสือ ซ่อนห้องลับ เพื่อความเป็นส่วนตัว
ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่สามารถเปลี่ยนเป็นชั้นวางหนังสือ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>