เลือกของแต่งบ้านให้เหมาะกับบรรยากาศ

June 4, 2011 by

สำหรับคนที่มองการตกแต่งอย่างผิวเผิน  อาจมีการตกแต่งเพียง 2 แบบ ในสายตาของเขาคือ แต่งแบบเก่าและแบบสมัยใหม่  แต่ความจริงแล้วการตกแต่งยังมีแบ่งแยกออกไปละเอียดมากกว่านั้น และอย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า  การใช้ของประดับตกแต่งช่วยในการแต่งบ้านนั้นเป็นของจำเป็นมาก  ดังนั้นการตกแต่งพวกนั้นก็ควรจะสัมพันธ์กันกับลักษณะการตกแต่งเป็นอย่างดีด้วย

ดังนั้นก่อนที่จะกล่าวถึงของตกแต่งเราควรจำแนกการตกแต่งออกเป็นกลุ่มอย่างกว้าง ๆ เสียก่อนดังนี้

1.  การตกแต่งแบบคลาสสิค คือการตกแต่งที่มีรูปแบบอย่างแน่นอน มีกฎมีเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะตายตัว เป็นที่นิยมกันสูงสุดในสมัยโบราณ และยังได้รับความนิยมต่อเนื่องกันมาจนทุกวันนี้

การตกแต่งแบบคลาสสิคนี้มีอยู่ในทุกประเทศ แต่จะเห็นชัดในประเทศแถบยุโรป เพราะมีเครื่องเรือนและเครื่องตกแต่งหลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเครื่องเรือนอย่างต่อเนื่องกว่าทางภาคอื่น ๆ ของโลก

ในยุโรปนี้อิทธิพลของการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์เริ่มมาจากกรีกและโรมัน  ให้อิทธิพลต่อมายังยุคฟื้นฟูศิลปกรรม ยุคกลาง และยุคต่อ ๆ มา

2.  คลาสสิคแบบใหม่ การตกแต่งแบบนี้กำลังได้รับความนิยมกันในปัจจุบันเนื่องจากผู้คนส่วนหนึ่งพากันเบื่อหน่ายรูปแบบของเครื่องเรือนที่เรียบง่าย  ตรงไปตรงมาแบบสมัยใหม่  จึงหันกลับไปหาเครื่องเรือนแบบโบราณหรือแบบคลาสสิค  แล้วนำรูปแบบดังกล่าวมาดัดแปลงให้ง่ายเข้าเพื่อให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน

3.  แบบคันทรี หรือการตกแต่งในชนบท ในที่นี้หมายถึงแบบชนบทของทางตะวันตก การตกแต่งของชาวชนบทเหล่านี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากชาวเมืองนั่นเอง  แต่ชาวชนบทก็มาดัดแปลงรูปแบบให้ง่ายขึ้น และใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นแทน ลักษณะภายนอกของเครื่องเรือนบางครั้งอาจจะดูหยาบ แต่สัดส่วนโดยทั่วไปสวยงาม บางครั้งใช้เชือกถักแทนเบาะรองนั่ง พนักพิงสำหรับเก้าอี้ ผ้าที่ใช้มักจะเป็นผ้าฝ้ายพิมพ์ลวดลายดอกไม้ใบไม้ หรือลวดลายตาหมากรุก วัสดุที่ใช้ตกแต่งตัวบ้านมักจะเป็นวัสดุที่เป็นธรรมชาติ เช่น อิฐเปลือย หรือท่อนซุงถากด้วยขวานอย่างหยาบ ๆ พื้นอาจเป็นก้อนหิน นำมาวางเรียงกัน หรือกระเบื้องดินเผาแบบไม่เคลือบผิว

การตกแต่งแบบคันทรีซึ่งเดิมเป็นแนวทางการตกแต่งของชาวชนบทนั้นในปัจจุบันกลับกลายเป็นการตกแต่งที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย

4.  การตกแต่งแบบตะวันออก เนื่องจากทางตะวันออกมีการตกแต่งที่ค่อนข้างจะตายตัว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก จึงไม่มีการแบ่งยุคสมัยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในประเทศไทยเรา ประชาชนทั่วไปตั้งแต่โบราณมา จะไม่เห็นความสำคัญของการตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือนนัก เพิ่งจะให้ความสำคัญกับเครื่องเรือนและการตกแต่งภายในเมื่อได้รับอิทธิพลจากยุโรปเมื่อราว 100 กว่าปีที่ผ่านมานี้

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละชาติก็จะมีการตกแต่งภายในที่มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างเห็นได้ชัดเช่น

ไทย  ชาวบ้านธรรมดาไม่นิยมมีเครื่องเรือนมากนัก  โดยเฉพาะตัวเรือนพักอาศัย ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรทุกน้ำหนักเครื่องเรือนมาก ๆ

ญี่ปุ่น-นิยมความเรียบโล่งเช่นกัน  นอกจากนั้นยังนิยมนั่งกับพื้น มีเบาะบาง ๆ รองนั่ง คล้ายกับของไทย

จีน-นิยมเก้าอี้ โต๊ะ และตู้ และค่อนข้างจะมีรูปแบบของเครื่องเรือนมากกว่าชาติอื่น ๆ ทางตะวันออก

5.  แบบสมัยใหม่ การตกแต่งแบบสมัยใหม่นี้เป็นสากลนิยม รูปแบบของเครื่องเรือนเป็นแบบเรียบง่าย สีสันประเภทสีสดใส หรือสีเนื้อไม้อ่อน ๆ เป็นที่นิยมกัน

6.  แบบผสมผเส การตกแต่งแบบนี้เป็นการตกแต่งที่ผสมเอารูปแบบการตกแต่งหลายแบบเข้าด้วยกัน เป็นการตกแต่งที่ค่อนข้างเป็นอิสระ  ไม่มีกฏเกณฑ์ อาศัยเพียงรสนิยมในการเลือกสรรของผู้ตกแต่งเท่านั้น

เมื่อจำแนกลักษณะการตกแต่งได้ตามนี้แล้ว การเลือกสรรเครื่องประดับตกแต่งบ้านนี้ก็คงจะเลือกให้เหมาะสมดังตัวอย่างจากตารางต่อไปนี้

1.  แบบคลาสสิค การตกแต่งแบบนี้ค่อนข้างจะมีพิธีการ และแบ่งออกเป็นหลายยุคสมัย  ดังนั้นจึงไม่สามารถจำแนกแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับของตกแต่งได้  ผู้ตกแต่งควรศึกษาลักษณะที่เด่นชัดของการตกแต่งและวัสดุข้าวข้องเครื่องใช้ในแต่ละยุคสมัยให้มีความรู้พอสมควร

2.  คลาสสิคแบบสมัยใหม่

พรม-พรมปูตลอดห้องลวดลายแบบโบราณ หรือแบบโบราณที่ดัดแปลงให้ง่ายเข้า พรมสีพื้น พรมชิ้นปูเฉพาะที่

โคมไฟ-โคมไฟตั้งโต๊ะ ฐานเป็นทองเหลืองหรือเซรามิค รูปทรงค่อนข้างเรียบง่าย

-โคมไฟแขวนเป็นโคมไฟช่อแบบโบราณ

-ไฟติดผนัง  เป็นทองเหลืองหรือแก้วเจียระไน หรือโคมกระจกเจียระไนขอบ

ม่าน-ผ้าไหมหรือผ้าที่ค่อนข้างมีเนื้อละเอียดทั้งตัวเป็นมัน ของตกแต่งอื่น ๆ ควรเป็นของที่ดูละเอียดอ่อนหวาน แต่มีเส้นสายไม่ยุ่งเหยิงมากเกินไปนัก พวกเครื่องทองเหลืองและเครื่องแก้วก็เหมาะมาก

3.  แบบคันทรี

– พรมอาจใช้เสื่อกก  หรือวัสดุปูพื้นที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างอื่น ๆ หรือพรมที่ถักทอด้วยมือจากวัสดุพื้นบ้าน  ถ้าใช้พรมควรใช้พรมขนห่วงหรือขนยาว สีควรเป็นสีเบจ สีของเส้นใยดิบ ๆ หรือสีออกโทนน้ำตาล

-โคมไฟ-โคมไฟตั้งโต๊ะ ฐานเป็นเครื่องปั้นดินเผาแบบไม่เคลือบผิว อาจใช้ หม้อ ไห เป็นต้น

-โคมไฟแขวน-อาจเป็นไฟช่อที่มีโครงเป็นไม้กลึงหรือแกะสลัก หรือเป็นทองเหลืองรูปทรงอ่อนหวานแบบง่าย ๆ

-โคมไฟติดผนังทองเหลือง

-ม่าน-ผ้าฝ้าย ลวดลายดอกไม้ สีพื้นโทนน้ำตาลหรือเบจ-ลวดลายตาหมากรุก

ของตกแต่งอื่น ๆ-ของที่ดูเป็นธรรมชาติ-อาจเป็นของที่ดูดิบ หรือเป็นที่ทำขึ้นด้วยมือ-ของพื้นเมือง-เครื่องจักรสาน

4.  การตกแต่งแบบตะวันออก การตกแต่งแบบนี้ค่อนข้างจะมีรูปแบบในตัว ของตกแต่งจึงเป็นแบบตายตัว ไม่สามารถพลิกแพลงได้มากนัก เช่น การตกแต่งแบบจีนก็ใช้พรมลวดลายจีน โคมไฟแบบจีน รูปภาพแบบจีน เป็นต้น

สำหรับการตกแต่งแบบไทย ซึ่งเดิมจะไม่มีของตกแต่งประดับประดามากนัก ก็อาจดัดแปลงของพื้นบ้านไปใช้ได้ เช่น ใช้เครื่องจักรสานเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ หรือใช้ไม้แกะสลักบนผนัง เป็นต้น เครื่องตกแต่งที่เป็นไม้ หรือเครื่องปั้นดินเผาก็เหมาะมาก

5.  แบบสมัยใหม่

พรม สีพื้น หรือลวดลายแบบสมัยใหม่

โคมไฟ  ทองเหลืองหรือกระจกเรียบ ๆ นอกจากนั้นก็มีโคมไฟโลหะเรียบ ๆสีสันสดใสสไตล์สแกนดิเนเวียน หรืออิตาเลียน

ม่าน ผ้า สีเรียบหรือลายตรงทางตั้งหรือทางเฉียง ลายตาหมากรุก ลวดลายอิสระแบบสมัยใหม่

ของตกแต่งอื่น ๆ ของตกแต่งเรียบง่าย สไตล์สแกนดิเนเวียน หรืออิตาเลียน

6.  แบบผสมผเส ของตกแต่งสำหรับการตกแต่งในแบบนี้ ไม่จำกัดรูปแบบและยุคสมัย

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>