เทคนิคการติดรูปภาพแต่งผนัง ให้มีคุณค่าทางศิลปะและสวยงาม

June 6, 2011 by

รูปภาพแต่งผนัง

ในบรรดาสิ่งของที่ใช้ในการแต่งผนังทั้งหลาย รูปภาพดูจะเป็นสิ่งที่เป็นที่นิยมมากที่สุด รูปภาพมีมากมายหลายชนิดหลายประเภท รูปภาพเป็นได้ทั้งงานศิลปะที่เป็นวิจิตรศิลป์  ซึ่งอาจแยกแยะออกเป็นภาพวาดเส้น ภาพพิมพ์หรือภาพวาดระบายสีในแต่ละเทคนิค เช่นสีน้ำ สีน้ำมัน เป็นต้น  นอกจากนั้นยังมีภาพถ่าย ภาพจากหนังสือ หรือแม้กระทั่งภาพที่เกิดจากการปักผ้า

ในรูปแบบแต่ละชนิดนั้นล้วนแต่เป็นสื่อที่ให้ความหมายในด้านสวยงามและคนทั่วไปสามารถสัมผัสได้ไม่ยากนัก  และนอกจากนี้แล้วรูปภาพนับเป็นความสะดวกอย่างหนึ่งที่เจ้าของบ้านสามารถหามาแต่งบ้านได้ ผนังห้องว่างอยู่ก็มักจะได้รับคำแนะนำให้ไปหารูปภาพมาติดเสีย จะทำให้ห้องดูสวยงามมากขึ้น  คำนี้ก็มักจะได้ยินกันบ่อย ๆ

ด้วยว่าภาพหรือรูปภาพเป็นสิ่งที่ค่อนข้างหาง่ายสำหรับเจ้าของบ้านนี้เอง  ทำให้เวลาจะจัดห้องก็ต้องนึกถึงรูปภาพ จนบางครั้งการติดรูปภาพก็ไม่ทำให้ห้องดูสวยงามได้  เนื่องจากเวลาที่ไปหารูปภาพอาจไม่ได้คำนึงถึงขนาดเนื้อที่ของผนังห้องที่จะใช้ติด รูปภาพอาจจะใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป เหล่านี้ก็ทำให้ห้องดูไม่สวยงามได้

การติดรูปภาพประดับผนังที่ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องง่ายนั้น ความจริงการติดรูปภาพก็จำเป็นต้องคำนึงศิลปะเช่นกัน โดยต้องมีการจัดองค์ประกอบบนฝาผนัง  รวมกับลักษณะของการจัดเครื่องเรือนในห้องตามกันไป ไม่ใช่รูปหันไปทางหนึ่ง เครื่องเรือนหันไปอีกทางหนึ่ง  ทำให้จังหวะที่พอเหมาะที่จะทำให้เกิดความสวยงามขาดหายไป หรือในลักษณะของการจัดเครื่องเรือนที่ไม่ช่วยส่งเสริมให้เห็นรูปภาพในตำแหน่งที่พอดีกันก็อีกเช่นกัน  นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงขนาดของรูปภาพกับขนาดของผนังห้อง  และผนังห้องนั้นเป็นแบบเรียบ ๆ หรือมีการตกแต่งเส้นคิ้วบัว แบ่งช่องเอาไว้อย่างไร ขนาดรูปจะพอดีกับขนาดช่องที่แบ่งเอาไว้แล้วหรือไม่ เหล่านี้ก็ต้องคิดดูให้ดีก่อนติด เพราะถ้าติดลงไปแล้วส่วนที่ลงทุนแต่งผนังอย่างสวยงามถูกรูปภาพปิดทับไว้หมด  ดูยุ่งเหยิงเกินกว่าที่จะดูสวยงาม

ตำแหน่งที่จะเป็นที่ติดตั้งภาพหรือรูปภาพนั้น ไม่มีข้อกำหนด ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องน้ำหรือแม้กระทั่งช่องเชิงชั้นบันได การที่จะเลือกติดที่ไหนก็ต้องดูความเหมาะสมเป็นเกณฑ์ ถ้าหากคุณเคยไปชมนิทรรศการงานศิลปะ จะมีสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เป็นข้อคิดสำหรับการติดตั้งรูปภาพที่สามารถนำไปใช้กับบ้านได้ คือ รูปภาพที่ติดจะต้องมีระยะห่างระหว่างรูปภาพกับตำแหน่งของผู้ดูภาพนั้นอย่างพอเหมาะ  สิ่งนี้นำไปดัดแปลงใช้กับบ้านคุณได้ เช่น ถ้าหากเป็นภาพขนาดเล็ก ตำแหน่งที่จะยืนดูภาพก็ย่อมใกล้กว่ารูปภาพขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากสถานที่ต่างกัน  แทนที่จุดยืนชมภาพจะเป็นเนื้อที่ว่างเหมือนอย่างห้องแสดงศิลปะ คุณก็อาจเปลี่ยนให้เป็นเก้าอี้เข้าไปแทน กะขนาดที่ว่า นั่งมองดูภาพแล้วให้ความรู้สึกสบายตา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารูปภาพนั้นเป็นงานจิตรกรรมยิ่งได้นั่งมองนาน ๆ จะยิ่งรู้สึกเข้าถึงความสวยงามของภาพนั้น  การติดรูปภาพนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยประเทืองอารมณ์ได้  แต่คุณอย่างคิดเปรียบเทียบในด้านที่ห้องแสดงงานศิลปะเป็นโถงใหญ่ แล้วจะไปทำบ้านให้เป็นอย่างนั้นด้วย  ถ้าเป็นหลังใหญ่ ๆ ก็ไม่ว่ากันหรอกนะ แต่บ้านขนาดธรรมดา ๆ นี่ ขืนทำเช่นนั้นก็เป็นอันไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วทั้งบ้านจะหมดไปกับการใช้เนื้อที่เพื่อการดูภาพ และคงไม่มีใครจะทำเช่นนั้นแน่

การจัดเครื่องเรือนจะสัมพันธ์กับการติดรูปภาพได้อย่างไร  ยกตัวอย่างห้องรับแขก แน่นอนโซฟาจะต้องเป็นประธานของการจัด  ซึ่งมักจะจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่มีผนังทึบของห้องให้มากที่สุด (ในกรณีที่มีผนังทึบในห้องนี้) ผนังทึบนี้แหละจะเป็นประโยชน์ต่อการติดรูปภาพ เจ้าของบ้านมักจะนั่งรับแขกบนโซฟา  ในขณะที่แขกจะนั่งเก้าอี้ที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งมักจะสามารถหันหน้าไปหาโซฟาที่เป็นประธาน แขกก็สามารถที่จะมองเป็นภาพที่ติดที่ผนังได้อย่างชัดเจน  เวลาคุณรับแขกคุณก็ต้องสนใจในตัวแขกอยู่แล้ว ตัวเจ้าของบ้านเองไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งมองภาพติดผนังตามแขกไปด้วย  การติดรูปภาพด้านหลังโซฟาจะช่วยส่งเสริมให้การตกแต่งและการจัดเครื่องเรือนให้เกิดความสวยงามอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นห้องนอนก็มักจะติดด้านหัวเตียง เหล่านี้เป็นต้น

การติดรูปภาพในแต่ละห้องโดยมากจะติดในลักษณะที่สมดุลกัน คือหากเครื่องเรือนอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางผนังห้อง  คุณใช้เส้นผนังที่สมมติขึ้นมานี้เป็นเกณฑ์ให้เนื้อที่ข้างรูปภาพแต่ละด้านมีปริมาณเท่ากัน คุณอาจติดภาพใหญ่เพียงภาพเดียว  หรือติดเป็นกลุ่มก็ได้ แต่ละด้านจะต้องมีเนื้อที่ที่เท่ากันอย่างนี้มักจะใช้กับบ้านที่ตกแต่งอย่างสวยงามและค่อนข้างโก้หรูที่ดูเป็นทางการหน่อย  ส่วนบ้านที่ตกแต่งตามสบายไม่ยึดอะไรเป็นหลัก จะติดในลักษณะไหนก็ได้ ด้านหนึ่งมากด้านหนึ่งน้อยแล้วแต่ความเหมาะสม รูปภาพโดยทั่วไปมักเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งไม่ยากในการจัดเท่าไรนัก แต่ถ้าหากมีกรอบรูปเป็นรูปวงกลมวงรี หรือหลาย ๆ เหลี่ยม อันนี้ก็ต้องจัดเว้นช่องให้ดีด้วย จะสร้างองค์ประกอบให้เป็นรูปฟรีฟอร์มหรือจัดให้เหมาะกับเนื้อที่โดยคำนึงรูปทรงเรขาคณิตเป็นเกณฑ์ เช่น จัดให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม มีรูปหนึ่งอยู่เป็นยอดแล้ว มีรูปอื่นลดหลั่นลงมา หรือจะจัดให้เป็นรูปขั้นบันไดก็ได้อีกเช่นกัน

ทีนี้มาถึงอีกข้อที่ควรกล่าวถึง คือ บรรยากาศ บรรยากาศที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของสี รูปภาพที่ติดควรเป็นภาพที่อยู่ในโทนสีที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ห้องดูประสานกลมกลืนกัน หรือถ้าต้องการเน้นให้ห้องดูสะดุดตาขึ้น รูปภาพกับสีภายในห้องส่วนรวมอาจเป็นคู่สีที่เป็นปฏิปักษ์กันได้ เช่น ขาวกับดำ หรือคู่สีที่เป็นปฏิปักษ์ไม่แท้ เช่น ชมพูกับฟ้า เทากับเหลือง เป็นคู่สี่ที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวานสวยงาม เหล่านี้ก็ใช้ได้ คู่สีที่เป็นปฏิปักษ์อย่างแท้จริงในวงจรสีนั้นไม่ควรใช้มากเกินไป คิดเป็นเปอร์เซ็นต์คือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ กับ 30 เปอร์เซ็นต์(ของแต่ละสี) และควรเน้นเฉพาะจุดเดียว อย่าให้มากเกินไป ห้องจะดูพราวเกินไป เกินความพอดีและความสวยงาม

การติดรูปภาพบนผนัง ถ้าหากว่าเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ในขนาดของผนังขนาดปานกลาง ไม่ควรติดเกิน 1 ภาพ เพื่อให้รูปภาพนั้นดูเด่นบนผนัง ไม่มีรูปภาพอื่นเป็นคู่แข่งหรือที่จะทำให้ห้องดูรกรุงรังเกินไปด้วย ในขณะที่ภาพขนาดเล็กกว่าติดหลายภาพในลักษณะที่เป็นกลุ่มได้  โดยเฉพาะภาพที่เป็นคอลเล็คชั่นเดียวกัน หรือเป็นภาพที่มีเรื่องราวใกล้เคียงกัน นำมาจับกลุ่มจัดให้เป็นระเบียบได้ เป็นการมุ่งความสนใจรวมมาที่จุดเดียวกันบนผนัง การจัดกลุ่มนอกจากจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตแล้ว ยังสามารถจัดเป็นแนวแส้นตั้งและเส้นนอนได้อีกเช่นกัน  แต่ก่อนจัดจะต้องดูลักษณะห้องด้วย เพราะการจัดตามแนวเส้นนอน จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ส่วนตามแนวเส้นตั้งจะทำให้ห้องดูสูงขึ้น ฉะนั้นห้องที่สูงอยู่แล้วก็ไม่ควรจัดตามเส้นตั้งหรือห้องที่กว้างอยู่แล้วก็ไม่ควรจัดตามแนวเส้นนอน

ข้อควรคิดในการติดรูปบนผนัง

-          รูปขนาดเล็กอย่าติดสูงเกินไป ทำให้ขาดความน่าสนใจ รูปขนาดใหญ่อย่าติดต่ำเกินไป เพราะจะทำให้ดูหนัก

-         ในห้องรับแขก ไม่ควรติดรูปต่ำเกินไป (ด้านหลังของโซฟาหรือที่นั่ง) ควรกะขนาดให้สูงกว่าระดับศีรษะขึ้นไป เพราะมักจะจัดที่นั่งชิดผนัง เวลาพิแล้วศีรษะมักจะไปชนกับผนัง รูปภาพที่ติดต่ำอาจเกิดการกระทบกับศีรษะ ตกหล่นลงมาเป็นอันตรายได้

-         อย่าติดรูปภาพให้เต็มผนังเกินไปควรเว้นช่องว่างไว้บ้างเพื่อให้เป็นที่ใช้สำหรับการพักสายตาจากการมองพิจารณาจากภาพหนึ่งไปอีกภาพหนึ่ง ยกเว้นการติดภาพเพื่อใช้เป็นส่วนปิดบังผนังเดิมของห้อง คือติดเต็มเนื้อที่

-         การติดภาพเป็นกลุ่ม ควรใช้ภาพที่เป็นเรื่องราวใกล้เคียงกัน การใช้สีที่คล้ายกัน จะทำให้รู้สึกว่าเป็นกลุ่มก้อนกันมากกว่า หรือใช้สีและเรื่องราวที่แตกต่างกันได้บ้าง แต่อย่าให้มีปริมาณที่เท่ากัน

-         ผนังห้องที่ติดวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายเห็นชัด การติดภาพควรเป็นภาพที่ไม่เป็นลวดลายตามไปด้วย  ควรใช้ภาพที่เป็นสีค่อนข้างเรียบ จัดอยู่ในกรอบที่มีสีเข้มหรือเป็นสีที่เห็นได้ชัดบนวอลเปเปอร์นั้น  จะทำให้ภาพดูเด่นมากขึ้น

-         ติดภาพในระดับความสูงเฉลี่ย ซึ่งสามารถยืนหรือนั่งดูในระดับที่ไม่ต่ำหรือสูงกว่าระดับสายตามากนัก

ตามที่กล่าวมาแล้ว การติดรูปภาพนั้นไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว  แต่สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเสนอแนะให้การติดรูปภาพในบ้านของคุณดูสวยงาม และได้คุณค่าในทางศิลปะเท่านั้น

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

ออกแบบห้องน้ำอย่างพิถีพิถันกันอีกหน่อย
วิธีทำผ้ารองจานและแก้วน้ำไว้ใช้บนโต๊ะอาหาร
อิฐมอญกับคอนกรีตบล็อคจะเลือกใช้อะไรดี
วิธีป้องกันขโมยอย่างพื้นๆ ที่ไม่ทำให้เสียความสวยงามของบ้าน
อุปกรณ์ที่สำคัญภายในที่พักอาศัย - ลูกบิด มือจับ รางเลื่อน บานพับของประตูหน้าต่าง
เลือกใช้แก้วให้เหมาะสมกับเครื่องดื่ม