เมื่อเชื้อราบุกบ้านควรทำอย่างไรดี

December 22, 2011 by

ภายหลังน้ำลด หลายคนกลับเขาไปทำความสะอาดบ้านเรือน กลับพบว่ามีเชื้อราขึ้นเต็มไปหมด  ทั้งตามผนัง ฝ้าเพดาน พื้น เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จึงเกิดความกังวลว่า เชื้อราดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.ดร.อารียา  จินดามพร  หัวหน้าหน่วยราวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า การปิดประตูหน้ามิดชิด ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก จนเกิดความชื้นภายในบ้าน ส่งผลให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี และโดยธรรมชาติ เชื้อราเจริญง่าย แต่ตายยาก ดังนั้นภายหลังน้ำลดจะเห็นว่ามีเชื้อราขึ้นเต็มไปหมด ถามว่าอันตรายหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า ปริมาณเชื้อราที่ขึ้นภายในบ้านปริมาณเชื้อราที่เข้าสู่ร่างกาย และภูมิคุ้มกันของแต่ละคน

หลักสำคัญในการกำจัดเชื้อรา คือ การลดความชื้นภายในบ้านให้มีปริมาณน้อยลง เริ่มแรกเมื่อเข้าไปในบ้าน ควรป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและสวมถุงมือ  จากนั้นเปิดประตูหน้าต่างออก ใช้สายตาและจมูกให้เป็นประโยชน์ อย่าเพิ่งเอามือไปสัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ ดูว่าภายในบ้านเราตรงไหนมีจุดด่างดำหรือเป็นสีๆ  ซึ่งมักเป็นเชื้อราขึ้นบ้าง ส่วนจมูกก็ดมกลิ่นว่ามีกลิ่นเหม็นอับหรือไม่ ถ้ามีกลิ่นเหม็นอับ และดูแล้วมีเชื้อราเยอะ ให้รีบปิดประตู หน้าต่างและเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฟอกขาว  ก่อนย้ายเข้าไปอยู่ต้องแน่ใจว่าไม่มีกลิ่นเหม็นอับ และจุดด่างดำจากเชื้อรา เพื่อไม่ใช้เป็นอันตรายต่อคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน ภายหลังกำจัดเชื้อราและเข้าไปอยู่แล้ว ควรหมั่นตรวจสอบเป็นระยะ ว่ามีจุดด่างดวงเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบทำความสะอาดทันที

กรณีที่ข้าวของเครื่องใช้ขึ้นรา แนะนำว่า ถ้าขึ้นรามากๆ ควรทิ้งไปเลย ไม่แนะนำให้เช็ดทำความสะอาดเพราะระหว่างเช็ดทำความสะอาด อาจมีการสูดดมหายใจเอาเชื้อราเข้าไป แม้เชื้อราดังกล่าวจะตายแล้ว แต่การสูดดมเส้นใย หรือสปอร์ของเชื้อราที่ตายแล้วเข้าไป ก็ทำให้เกิดการแพ้ได้เช่นกัน แต่ถ้าเชื้อราขึ้นไม่มาก อาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฟอกขาว เช็ดทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ อย่างเชื้อราที่ขึ้นตามเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ต้องดูด้วยว่า ด้านล่างเบาที่นั่งมีเชื้อราหรือไม่ เพื่อจะได้กำจัดให้หมดไป

ในการทำความสะอาดนั้นแนะนำให้เช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อกลุ่มคลอเฮกซิดีน หรือไฮโปคลอไรด์ หรือจะใช้น้ำยาฟอกขาว โดยเช็ดหลายๆ รอบ แต่การใช้สารฟอกขาวอาจทำให้ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสีเกิดรอยด่างได้ ส่วนน้ำส้มสายชูนั้นสามารถนำมายับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้เช่นกัน แต่ปริมาณเชื้อราต้องมีจำนวนน้อย

ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่เชื้อราขึ้นด้วยสบู่เพื่อเอาคราบสกปรกออกก่อน แต่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฟอกขาวเช็ดทำความสะอาดเลยหลายๆ รอบ และผ้าที่เช็ดควรเป็นผ้าที่เก่าเพื่อจะได้ทิ้งไปเลย โดยก่อนทิ้งผ้าควรใส่ถุงปิดมิดชิด เพื่อป้องกันคนนำไปใช้ต่อ

อันตรายของเชื้อราต่อร่างกายคนเรา ถ้าสูดหายใจเข้าไป ขนจมูกจะช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง แต่เชื้อราซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 3-5 ไมครอนอาจหลุดไปที่ปอดได้ ถ้าขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนจะไปอยู่ที่ปอดส่วนบน ถ้าเล็กกว่า 3 ไมครอนจะอยู่ที่ปอดส่วนล่าง ถ้าร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีจะสามารถกำจัดออกไปได้ แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอไม่สามารถกำจัดออกได้ เชื้อราจะสะสม และมีความเสี่ยงเกิดขึ้น

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังไม่ควรเข้าไปในบ้านที่เต็มไปด้วยเชื้อรา คือ เด็ก คนท้อง คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง หอบหืด คนไข้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือคนที่ทานยาสเตียรอยด์ คนที่เป็นเบาหวานมีบาดแผลตามร่างกายไม่ควรไปสัมผัสเพราะอาจทำให้เป็นแผลติดเชื้อได้

รศ.ดร.อารียา กล่าวว่า ที่น่าห่วงคือ หลายคนนำเฟอร์นิเจอร์ที่จมน้ำและเชื้อราขึ้นไปทิ้งตามสถานที่สาธารณะ กรณีเช่นนี้อาจทำให้คนที่ไปสัมผัส โดยเฉพาะเด็กที่ร่างกายไม่แข็งแรงสูดดมหายใจเข้าไปและทำให้เกิดการแพ้ได้

ถ้าแพ้มากๆ ตาจะระคายเคือง คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล การสูดหายใจเข้าไปมากๆ ร่างกายจะไอเพื่อกำจัดเชื้อราออกมา สำหรับคนที่เป็นหอบหืดอาการจะรุนแรงกว่า ในกรณีร้ายแรงจริงๆ สปอร์ในร่างกายจะเจริญเป็นเส้นใยและสามารถบุกรุกเข้าร่างกายทำให้เกิดการติดเชื้อได้

ดังนั้นคนที่เข้าไปทำความสะอาดบ้านเรือน ควรสังเกตอาการตัวเอง ถ้าหายใจติดขัด ไอจามบ่อยๆ มีอาการแพ้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ และควรให้ประวัติกับแพทย์ด้วยว่าไปอยู่บริเวณไหนมานานแค่ไหน  มีประวัติการแพ้มาก่อนหรือไม่ ตรงนี้สำคัญจะทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้

อย่างไรก็ตามในช่วงหน้าหนาวนี้ อากาศแห้ง ความชื้นจะต่ำ ทำให้เชื้อราโตช้าลง แต่ถ้าไม่รีบกำจัด ไม่รีบฆ่าเชื้อรา หน้าหนาวลมแรง และคนส่วนใหญ่จะแพ้อากาส ถ้าเส้นใยเชื้อราปลิวไปกับฝุ่นจะทำให้แพ้ได้ ดังนั้นต้องรีบกำจัดโดยเร็ว

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>