การเลือกใช้เครื่องเรือนโลหะให้เหมาะสมกับบ้าน

June 9, 2011 by

เครื่องเรือนโลหะ

เอ่ยถึงเครื่องเรือน มีเครื่องเรือนอยู่มากมายหลายแบบหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีหน้าที่ใช้สอยแตกต่างกันออกไป วัสดุที่นำมาใช้ทำเป็นเครื่องเรือนมีอยู่มากมาย แต่ที่พบเห็นคุ้นเคยและใช้กันมากที่สุดก็คือไม้  ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ  มาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดถอยความนิยมลงเลย นอกจากไม้ก็มีวัสดุชนิดอื่น ๆ ที่นำมาใช้ทำเครื่องเรือน อย่างเช่น โลหะ พลาสติก ไฟเบอร์กลาส วัสดุสังเคราะห์นานาสารพัน  และวัสดุจากธรรมชาติเท่าที่คนเราจะคิดค้นสรรหาเอามาทำเครื่องเรือน  จะด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างความแปลกใหม่ หรือพยายามสรรหาวัสดุมาผลิต เพื่อให้ได้เครื่องเรือนราคาถูกแต่มีคุณภาพดี อันนี้แล้วแต่ว่าใครจะมองเห็นปัญหาในแง่ไหน เนื้อหาที่จะเล่าถึงในครั้งนี้ จะเกี่ยวกับเครื่องเรือนที่ใช้โลหะเป็นวัสดุหลัก เนื่องจากเครื่องเรือนโลหะมีอยู่มากมายในท้องตลาด จึงคิดว่าเรื่องที่จะเล่าถึงนี้จะพอมีประโยชน์บ้าง ในการตัดสินใจซื้อหาเครื่องเรือนโลหะเอาไว้ใช้ในบ้าน

ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องโลหะกับเครื่องเรือนสักนิดหนึงก่อน โลหะเข้ามามีส่วนในงานเครื่องเรือนตั้งแต่สมัยอียิปต์และแอสซีเรีย โดยนำโลหะพวกทองเหลือง บรอนซ์(โลหะผสมจากทองแดงและดีบุก) และเหล็กมาใช้ประกอบในเครื่องเรือน ส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อเน้นถึงความโอ่อ่าหรูหรา ในสมัยต่อมาก็ใช้โลหะเป็นเพียงส่วนประกอบในการตกแต่งประดับประดา หรือไม่ก็ใช้เป็นเพียงโครงสร้างบางส่วนของเครื่องเรือนเท่านั้น อย่างเช่น บานพับและโครงสร้างเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงอื่น ๆ เครื่องเรือนที่เป็นโลหะอย่างแท้ ๆ มาเริ่มทำกันในสมัยศตวรรษที่ 19 และเริ่มเฟื่องมากขึ้นในยุคเกี่ยวกับคริสตัล พาเลซ(อาคารสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นจากเหล็กและกระจกในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป) เครื่องเรือนโลหะในสมัยนั้นทำขึ้นเพื่อนำไปใช้ในสวนเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่นิยมนำมาใช้ภายในอาคาร โลหะที่ใช้เป็นเหล็กมีทั้งชนิดหล่อและตีขึ้นรูป

จากการพัฒนาทางเทคโนโลยี วัสดุและการผลิตเครื่องเรือน ทำให้โลหะเข้ามามีบทบาทในเครื่องเรือนมากขึ้น ทั้งเครื่องเรือนที่ใช้สำหรับที่อยู่อาศัย เครื่องเรือนสำนักงาน และอื่น ๆ เนื่องจากโลหะมีคุณสมบัติของความแข็งแรงสามารถดัดโค้ง และสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันได้ นอกจากนี้โลหะยังเหมาะกับการผลิตในระบบอุตสาหกรรม ทำให้ง่ายต่อการออกแบบสร้างสรรค์และการผลิตเครื่องเรือนในด้านรูปทรงมากกว่าการใช้ไม้ธรรมดาทั่วไป และโลหะยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากการใช้ไม้ด้วย

การใช้โลหะทำเครื่องเรือน สามารถออกแบบโดยเลือกใช้โครงสร้างที่มีความโปร่งตา  ช่วยให้เครื่องเรือนมีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวก คุณสมบัติในการดัดโค้งได้ทำให้รูปทรงของโลหะนอกจากมีความโปร่งตาแล้ว ยังสามารถออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มของเส้นสายและรูปทรงได้อีก  ซึ่งการใช้โลหะกลวงกลมชุบโครเมี่ยมมาเป็นโครงสร้าง มาเริ่มใช้กันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีการนำวัสดุหลายชนิดมาประกอบใช้ เช่น ไม้ หนัง หวาย ผ้า กระจก และวัสดุสังเคราะห์อื่น ๆ มาทำเป็นที่รองนั่ง พนักพิง และหน้าโต๊ะ การเลือกใช้วัสดุแต่ละชนิดที่กล่าวมานี้นั้น จะขึ้นอยู่กับความมุ่งหมายของการใช้งานในเครื่องเรือนแต่ละชิ้น อย่างเช่น เก้าอี้โลหะส่วนมากมีจุดมุ่งหมายต้องการให้โปร่งตา มีความแข็งแรงทนทาน และมีน้ำหนักเบา จริงอยู่ที่วัสดุอย่างอื่น ๆ สามารถนำมาทำให้มีความโปร่งตาได้ แต่เมื่อเทียบส่วนกับโลหะทางด้านความแข็งแรงแล้ว โลหะจะมีความแข็งแรงมากกว่า การใช้วัสดุอย่างอื่น

ปัญหาของเครื่องเรือนโลหะที่เป็นปัญหามากคือ เรื่องของสนิม โดยเฉพาะเครื่องเรือนที่ทำมาจากเหล็ก แม้ว่าปัจจุบันจะมีการคิดค้นวิธีการป้องกันสนิมที่มีประสิทธิภาพดี เช่น การเคลือบสีชนิดพิเศษ การชุบพลาสติก แต่ถ้านำไปใช้กับบ้านที่น้ำท่วมถึง หน้าน้ำทีไรน้ำมาเยือนถึงในบ้านทุกที ต่อให้เหล็กมีการเคลือบที่ดีแต่ไหน ก็คงไปไม่รอดเหมือนกัน  บ้านไหนที่มองไม่เห็นหนทางจะหลีกหนีปัญหาน้ำ ไม่ควรจะใช้เครื่องเรือนประเภทนี้ที่ชั้นล่างของบ้าน แต่ถ้ามีที่พอจะขยับเคลื่อนย้ายหนีน้ำในหน้าน้ำท่วมได้ ก็ยังพอกล้อมแกล้มใช้ได้ แต่ตอนยกหนีน้ำก็ต้องเหนื่อยหน่อย ส่วนพวกเครื่องเรือนทองเหลือง เวลาใช้ไปนาน ๆ จะเจอปัญหาความหมองมัว เนื้อทองเหลืองไม่มันวาวเหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ เครื่องเรือนพวกนี้ต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ แต่ปัจจุบันมีน้ำยาเคลือบทองเหลืองให้คงความมันวาวได้นานหลาย ๆ ปี ช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลรักษาไปได้มากเหมือนกัน ใครที่จะเลือกใช้เครื่องเรือนอย่างนี้ควรจะมีเวลาดูแลเครื่องเรือนบ้าง เครื่องเรือนจะได้ดูสวยตลอดเวลา

เกี่ยวกับความเป็นมาของเครื่องเรือนโลหะ พอจะกล่าวสรุปได้ว่า ปัจจุบันเครื่องเรือนโลหะได้มาถึงจุดอิ่มตัวทางด้านรูปทรงและเทคโนโลยีทางวัสดุแล้ว ในทศวรรษนี้ สังเกตได้จากหน้าตาของเครื่องเรือนโลหะสมัยต้นศตวรรษที่ 20 กับช่วงปลายศตวรรษ หน้าตาไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายเท่าไรนัก เครื่องเรือนได้รับการออกแบบให้มีความง่ายทั้งด้านรูปทรงที่ต้องสนองการใช้งานในลักษณะต่าง ๆ และการผลิตในระบบอุตสาหกรรม ที่ต้องสามารถผลิตได้ง่าย ไม่ซับซ้อนมาก และมีต้นทุนในการผลิตที่เหมาะสม คาดว่าถ้าจะมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นคงต้องรอการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างใหม่หรือวัสดุอย่างใหม่ ๆ ขึ้นมา

เล่าเรื่องเครื่องเรือนโลหะมาพอสังเขปแล้ว ทีนี้หันมาดูการเลือกใช้เลือกหาเครื่องเรือนประเภทนี้เอาไว้ใช้บ้างว่าเวลาจะจ่ายสตางค์ซื้อ ต้องคิดและต้องดูอะไรก่อนบ้าง

เริ่มแรกดูที่ความต้องการก่อนว่าจะเลือกใช้เครื่องเรือนประเภทนี้ด้วยเหตุผลอะไร เช่น ต้องการความโปร่งตาเพราะบ้านมีเนื้อที่น้อย ถ้าเอาเครื่องเรือนชนิดหุ่นรถถังมาวางตั้ง จะทำให้ห้องดูแคบ หรือต้องการการดูแลที่ง่าย ต้องการความทนทานจะได้ใช้งานได้ทั้งนอกบ้านในบ้าน เมื่อทราบความต้องการที่แน่นอนแล้ว ก็ต้องมาดูอีกว่า ถ้าซื้อเครื่องเรือนประเภทนี้มาใช้จะเข้ากันได้กับเครื่องเรือนที่มีอยู่เดิมหรือไม่ จะตอบคำถามนี้ได้ก็ต้องไปเดินดูแบบเครื่องเรือนตามร้านเฟอร์นิเจอร์ เมื่อพบตัวที่สวยถูกใจและคิดว่าถ้าเอาไปตั้งไว้ที่บ้านจะเข้ากันได้กับเครื่องเรือนเดิมที่มีอยู่  ถ้าเป็นเก้าอี้ก็ต้องลองนั่งดูว่านั่งสบายหรือเปล่า เป็นเตียงก็ต้องลองนอนดู ดูว่าแข็งแรงไหม กระโดกกระเดกโยกเยก มีเสียงดังผิดปกติหรือเปล่า เป็นเก้าอี้ก็ต้องลองนั่งโยกดูด้วยว่าแข็งแรงไหม เป็นเครื่องเรือนอย่างอื่น ๆ ก็ต้องลองสัมผัสจับต้องดู เปิดปิดดีไหม สนิทหรือเปล่า ลิ้นชักลื่นดีไหม ถ้าร้านไหนห้ามนั่ง ห้ามนอน ห้ามจับต้องอย่าเสี่ยงซื้อ เพราะถือว่าไม่บริสุทธิ์ใจให้ตรวจสอบสินค้า บางคนอาจจะค้านว่า ตัวที่ไปลองนั่งลองนอนมันเป็นคนละตัวกันกับที่ทางร้านจะส่งมาให้หลังจากที่ตัดสินใจซื้อไปแล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะได้ของคุณภาพไม่ดีมา สินค้าที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ผลิตออกมาคราวละหลาย ๆ ตัว คุณภาพของแต่ละชิ้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย และเวลาส่งของมาให้แล้วต้องตรวจดูอีกครั้งอยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาต้องบอกกล่าวกันให้ทราบเดี๋ยวนั้นเลย

ทีนี้เมื่อทดสอบดูจนแน่ใจแล้วว่าใช้ได้สบายต้องตามประโยชน์ใช้สอย ทีนี้ก็หันมาตรวจดูความละเอียดเรียบร้อนว่าการเชื่อมต่อมีจุดไหนดูน่ารังเกีขนบ้าง รอยเชื่อมเยิ้มเป็นก้นหรือเปล่า ขัดเกลาตกแต่งไว้เรียบร้อยดีมั้ย  สีที่เคลือบไว้ยังอยู่ดี หรือว่ากระเทาะร่อนหลุดไปแล้ว  เบาะที่นั่งเย็บไว้เรียบร้อยหรือเปล่า จะเรียกว่าตรวจหาตำหนิก็ไม่ผิดนัก จ่ายเงินเต็มราคาทั้งทีได้ของมีตำหนิกลับบ้านมันปวดหัวใจจะตายไป ถัดจากการตรวจตราดูตำหนิ ก็หันมาดูขาตั้งของเครื่องเรือนอย่างนั้น ๆ ว่าติดตั้งตัวรองขาเพื่อป้องกันไม่ให้ไปขูดขีดพื้นบ้านเป็นรอยไว้เรียบร้อยหรือเปล่า ยึดติดไว้แน่นหนามั้ย ไม่ใช้ว่าซื้อไปใช้ได้พักเดียวหลุดกระเด็นหายขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ เวลาขยับไปขยับมาขูดเอาพื้นเป็นรอย หรือทำเอาพรมทะลุเป็นรู และถ้าจะให้ดีควรถามทางร้านด้วยว่า ถ้าเจ้าที่รองขาเครื่องเรือนหลุดหายหรือชำรุด จะหาซื้อตัวใหม่ใส่ได้ไหม มีขายตามท้องตลาดหรือเปล่า

และอย่างสุดท้ายถ้าเป็นไปได้ ควรซื้อเครื่องเรือนจากร้านหรือบริษัทที่มีการรับประกันเครื่องเรือนจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดมีการชำรุดเสียหายที่เกิดจากข้อบกพร่องของการผลิต ถ้าอยู่ในช่วงระยะเวลาของการประกันจะได้ส่งคืนและเปลี่ยนเอาตัวใหม่มาใช้ได้ หรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>