เก้าอี้หลุยส์ – การเลือกซื้อเก้าอี้หลุยส์ต้องดูให้เป็น

October 6, 2011 by

เมื่อเอ่ยถึงสไตล์หลุยส์ ทุกคนจะต้องร้องอ๋อ เพราะความงดงามและอลังการของหลุยส์ดูจะเป็นที่ติดตาตรึงใจของคนทั่วโลก นี่คือมรดกทางวัฒนธรรมจากยุครุ่งเรืองในด้านศิลปะถึงขีดสุดในฝรั่งเศส ก่อนจะถึงยุคเสื่อมในช่วงปลายรัชสมัยหลุยส์ที่ 16 เข้าสู่การปฏิรูปการปกครอง

สิ่งหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีและจับตาจับใจคนไทยของงานสไตล์หลุยส์ คงหนีไม่พ้นเก้าอี้สไตล์หลุยส์ เพราะพบเห็นได้บ่อย ไม่ว่าบ้านแบบไหน ๆ พี่ไทยเราก็พยายามจับเก้าอี้หลุยส์ใส่เข้าไป นัยว่ามันหรูดี ซึ่งก็ว่าไม่ได้ถ้าเขาชอบ

ในฐานะที่เรากำลังพัฒนาเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ชาวประชาตาดำ ๆ ทั้งหลายคงอดที่จะฝันเฟื่องไม่ได้ที่จะมีบ้านในสไตล์หลุยส์ ใครจะเรียกว่าฝันกลางวันก็ช่าง แม้จะมีปัญญาแค่ซื้อเก้าอี้ที่คนเขาว่า “เนี่ยหลุยส์นะ” มาตั้งสักตัวสองตัวก็ยังพูดได้เต็มปากว่าของฉันก็หลุยส์เหมือนกัน ทั้งที่บางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเก้าอี้หลุยส์เป็นอย่างไร ขอให้เป็นเก้าอี้ขาดัดโค้ง มีลายสลักย้วยระย้าก็พอจะอ้อมแอ้มได้ว่าหลุยส์ คนส่วนมากเขาก็คิดอย่างนี้ แต่ถ้าบังเอิญเจอคนที่รู้จริง อาจจะถูกชำเลืองด้วยหางตาแล้วเหยียดยิ้มที่มุมปากใส่ให้ขายหน้าเสียเปล่า ๆ เรามาดูกันว่าจริงแท้แล้วเก้าอี้หลุยส์เป็นอย่างไร

งานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่เด่นชัดและเป็นที่รู้จักเริ่มในหลุยส์ที่ 14 (LOUIS QUATORZE) ตอนนั้นฝรั่งเศสเจริญรุ่งเรืองและเป็นมหาอำนาจทางยุโรปหรือของโลกก็ว่าได้ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ถูกยกย่องว่าเป็นสุริยเทพ ทำให้พระองค์ต้องการสร้างสรรค์งานในทุกแขนงให้ยิ่งใหญ่เพื่อเสริมบารมีและนี่เองที่ทำให้เกิดราชวังแวร์ซายส์ ซึ่งรวมไว้ด้วยศาสตร์ทุกแขนงผสานกับความงดงามของศิลปะในแบบบาร็อค ซึ่งแพร่หลายในยุโรปทางเหนือด้วยเส้นสายรูปโค้งตัวเอสที่ประสานสอดคล้องกันในระเบียบรูปสี่เหลี่ยมที่สมมาตรกัน ทำให้เกิดความงามที่มีพลังเข้มแข็งงดงามจนมีผู้เปรียบว่างานบาร็อคมีวิญญาณของบุรุษเพศแฝงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

ในยุคนี้มีการศึกษาเรื่องสัดส่วนของเก้าอี้เพื่อจะให้นั่งสบายได้อย่างแท้จริง ซึ่งก็ได้ตัวเลขออกมาเป็นมาตรฐาน ใครที่เคยนั่งเก้าอี้หลุยส์ 14 ของแท้จะยอมรับเลยว่านั่งสบายที่สุด ด้วยความสูงของที่นั่ง 42.5 ซม. ซึ่งกลายมาค่าความสูงมาตรฐานของที่นั่งทุกวันนี้ พนักหลังที่สูง 50 ซม. ซึ่งจะเอนรับแผ่นหลังและต้นคอได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

หน้าตาของเก้าอี้หลุยส์ 14 ไม่ได้บิดโค้งอย่างที่ส่วนใหญ่เข้าใจกัน คนส่วนมากเห็นเก้าอี้หลุยส์ 15 แต่เข้าใจว่าเป็นหลุยส์ 14 เพราะชื่อนี้ติดปากคนไทยมากกว่า เก้าอี้หลุยส์ 14 จะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ขาดัดโค้งแต่ยังอยู่ในแนวเส้นตรง ปลายขาจะเป็นรูปเท้าสัตว์จำพวกกวาง แพะ แกะ ฯลฯ ต่อมาก็ดัดแปลงเป็นปลายขาม้วนเฉย ๆ พนักหลังเป็นรูปสี่เหลี่ยมทื่อ ๆ โครงเก้าอี้ทำจากไม้วอลนัทหุ้มเบาะด้วยผ้าไหมหรือผ้ากำมะหยี่ ลวดลายที่สลักบนเก้าอี้เป็นรูปหอย เส้นโค้งรูปคลื่น ลายเส้นแบบน้ำไหล มักจะจบตัวลายใบอะแคนธัส(ลายใบผักกาดของกรีก) เพื่อลดความแข็งกระด้างของทรงเก้าอี้ จุดเด่นของเก้าอี้หลุยส์ที่ 14 อยู่ที่ความสวยงามด้วยสัดส่วนที่สมบูรณ์ของเก้าอี้นั่นเอง

หลุยส์ที่ 15 (LOUIS QUINZE) ยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคของความลุ่มหลงเมามัว จะเห็นจากชีวิตของผู้คนในราชสำนักที่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ และยังเผื่อแผ่มายังงานศิลปะทุกแขนง ทำให้งานในยุคนี้คล้ายความฝันที่ฟุ้งซ่าน ไร้ซึ่งระเบียบและกฎเกณฑ์ใด ๆ การแสดงออกซึ่งไร้ขีดจำกัดในงานสถาปัตยกรรมแบบร็อคโคโค การเล่นเส้นโค้งรูปตัวซีที่มีความฉวัดเฉวียน สะบัดเส้นสายอย่างโลดโผนรุนแรงและได้ภาพรวมที่อ่อนหวานเกินปกติ ทำให้มีผู้เปรียบเทียบว่างานยุคนี้มีความเป็นสตรีเพศแฝงอยู่

เก้าอี้หลุยส์ 15 คงคุ้นตาเรา ๆ เป็นอย่างดี และบางคนคิดเหมาเอาว่าเก้าอี้หลุยส์ มีลักษณะอย่างนี้เท่านั้นเอง ด้วยต้องการเลี่ยงรูปทรงสี่เหลี่ยม เก้าอี้ยุคนี้จึงมีการเล่นเส้นโค้งที่ต่อเนื่องลื่นไหลอย่างมากจะเห็นว่าทั้งตัวเล่นเส้นโค้งเว้าเข้าออกรับกันไปตลอด ขาเก้าอี้จะดัดโค้งอ่อนช้อยกว่าของหลุยส์ 14 การสลักเสลาจะเน้นออกมาชัดเจนเป็นเรื่องราวของธรรมชาติ ดอกไม้ใบไม้ ลายเกลียว ลายริบบิ้น พนักหลังเป็นรูปเส้นโค้งเว้าอ่อนช้อย หุ้มเบาะด้วยผ้าปัก ผ้าลายทอยกดอก ลวดลายของผ้าจะเสริมกับลายสลักบนตัวโครงให้แพรวพราวมากขึ้น เมื่อถึงจุดสูงสุดย่อมคืนสู่จุดสามัญก่อนที่จะโรยราลงสู่ยุคเสื่อม

ในสมัยหลุยส์ที่ 16 (LOUIS SEIZE)ก็เช่นกัน ผู้คนในสังคมชั้นสูงเริ่มจะเบื่อหน่ายต่องานศิลปะที่หรูหราฟุ่มเฟือย จึงหันไปสู่ชนบทเพื่อชื่นชมความงามของธรรมชาติประกอบกับการขุดค้นพบซากเมืองเก่า ปอมเปอีและเฮอคิวลาเนียม ซึ่งเป็นเมืองเก่าในยุคโรมันที่ถูกเถ้าลาวาทับถมเนื่องจากภูเขาไฟระเบิด ทำให้งานกรีกคลาสสิกและเกรกโกโรมัน (200 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 200)ได้หวนคืนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของเมืองเก่าได้ถูกดัดแปลงเป็นรูปลักษณ์ของเครื่องเรือน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้คนที่เบื่อกับลายเส้นโค้งฉวัดเฉวียนเต็มทน นักออกแบบบางคนก็นำเอางานสมัยหลุยส์ 14 มาดัดแปลงเพื่อกลับเข้าสู่รูปทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นระเบียบอีกครั้ง

โครงเก้าอี้หลุยส์ 16 อยู่ในทรงสี่เหลี่ยมขาตรง ผิดกับสมัยหลุยส์ที่ 14 และ 15 ขาเก้าอี้เซาะร่องเป็นเส้นตั้งตรงคล้ายเสาในระเบียบดอริกของกรีก หรือไม่ก็ทำเป็นลายควั่นเกลียว ปลายขาเก้าอี้เรียวลงขอดตรงปลายตกแต่งด้วยใบอะแคนธัส พนักหลังโค้งมนรูปวงกลมหรือวงรี ลวดลายสลักบนโครงเก้าอี้เป็นลายแบบกรีกหรือโรมันผสมผสานกับลายเส้นตั้ง ไม่ตกแต่งลวดลายเกินความจำเป็น นิยมใช้ผ้าปัก(NEEDLE POINT) หุ้มเบาะลายธรรมชาติ พวกช่อมาลัย ลายริบบิ้น ลดความแข็งกระด้าง ทำให้เก้าอี้อ่อนหวานขึ้นโดยคงความสง่าของสัดส่วนที่บอบบางและโปร่งเบา

จากลักษณะของเก้าอี้หลุยส์ซึ่งมีความงามและรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ก็มีคุณค่าควรแก่การศึกษาถึงแม้งานหลุยส์จะถูกยกย่องว่าเป็นตัวแทนของความหรูหรา ฟุ่มเฟือย แต่ถ้าจะมองในด้านประวัติศาสตร์ เก้าอี้เหล่านี้พอจะบอกเรื่องราวความเป็นไปในอดีตที่เรืองรองของฝรั่งเศสได้ แต่ก็นั่นแหละถ้าเห็นเก้าอี้พนักหลังตรงรูปสี่เหลี่ยมแต่ขาตรงเซาะร่องก็อย่าตกใจว่านี่มันหลุยส์อะไรแน่ ขอให้เข้าใจว่าการแบ่งยุคสมัยเขาทำกันเพื่อให้ง่ายต่อการศักษา แต่ในความจริงแล้วแต่ละยุคสมัยมีความต่อเนื่องกัน อาจมีการผสมผสานกันของลักษณะเครื่องเรือนแต่ละยุค บางชิ้นก็ยากที่จะชี้ชัดไปว่าอยู่ในสมัยใด ให้เป็นเรื่องของนักประวัติศาสตร์ก็แล้วกัน สำหรับเรา ๆ ก็รู้พอเป็นสังเขป ที่เรียกว่าหลุยส์นั้นแน่แท้เป็นอย่างไร เผื่อมีคนมาชำเลืองด้วยหางตา จะได้บอกกลับไปได้ว่าจริง ๆ แล้วฉันก็รู้เหมือนกัน

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

เรื่องของขนาดและสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์
เก้าอี้มีปีกสวย ๆ สไตล์หรูหรา
the Leaf Chair เก้าอี้พับได้ ที่ให้ความรู้สึกสบายและสร้างสรรค์
เก้าอี้ผสมชั้นวางหนังสือ เก้าอี้ที่ช่วยให้ผู้รักการอ่านไม่ต้องเดินไปหยิบหนังสือ
ชั้นวางรองเท้าแบบกงล้อ ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดวางรองเท้า
โต๊ะกาแฟแนวโมเดิร์น ช่วยให้ห้องนั่งเล่นสวยสะอาดตา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>