อ่างอาบน้ำ กับ ห้องอาบน้ำ สำคัญอย่างไร

September 2, 2011 by

อ่างอาบน้ำหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า BATH TUBS ผลิตจากเหล็กหล่อเป็นรูปอ่างแล้วเคลือบสีหรือจากการหล่อในระบบเครื่องเคลือบดินเผา อ่างอาบน้ำมีหลายขนาดหลายรูปทรง อ่างอาบน้ำเป็นระบบอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำที่มีมานานนับศตวรรษ ทั้งในตะวันตก(ฝรั่ง)และตะวันออก โดยเฉพาะในจีนและญี่ปุ่น ผิดกันที่วิธี, วัตถุดิบและการผลิต ของตะวันออกมักทำจากไม้ นำมาประกอบกันเป็น “ถัง”

การใช้งานของถังอาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำนั้นก็คือ การชำระล้างร่างกายด้วยวิธีการแช่น้ำและทำความสะอาดไปพร้อมๆกัน ในช่วงฤดูหนาวอ่างอาบน้ำมีประโยชน์อย่างมาก เพราะใช้เป็นที่ใส่น้ำอุ่นสำหรับแช่น้ำชำระล้างร่างกาย

อ่างอาบน้ำมีหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน มีทั้งแบบนอนแช่ ครึ่งนั่งครึ่งนอน(อ่างกั้น) แบบมีน้ำวน น้ำฉีด เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ แบบทำเป็นแท่น(ภายในอ่าง) สำหรับนั่งอาบหรืออาบน้ำให้เด็กเล็ก

ห้องอาบน้ำหรือบริเวณอาบน้ำที่ฝรั่งเรียกว่า SHOWERS นั้น ตามประวัติก็มีทั้งในตะวันตกและตะวันออก ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนก็ได้กล่าวถึง SHOWERS แต่ไม่ได้หมายถึงห้องอาบน้ำ แต่หมายถึง “ฝักบัวอาบน้ำ” ซึ่งเป็นความหมายแรกของคำว่า SHOWERS จากประวัติศาสตร์ที่ปรากฎทำให้เราเห็นว่า SHOWERS หรือฝักบัวอาบน้ำนั้นมิใช่ของฝรั่ง

เมื่อพิจารณาถึงการใช้งานแล้วฝักบัวอาบน้ำจะใช้ในห้องบริเวณอาบน้ำ และจากพัฒนาการใช้และลักษณะการอาบน้ำทำให้เราทำเป็นห้องหรือบริเวณอาบน้ำโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสัดส่วนและกันน้ำ(จากการอาบ)ไม่ให้กระเด็นออกมาเปียกบริเวณอื่น(ภายในห้องน้ำ) ลักษณะของห้องอาบน้ำดังกล่าวมักจะยกขอบ(ที่พื้น) ทำผนังเลื่อนปิดเปิดกันน้ำไหลและกระเด็นมาภายนอก นอกจากการยกขอบกันน้ำ การทำพื้นห้องอาบน้ำต่ำกว่าพื้นทั่วไปภายในห้องน้ำก็สามารถทำได้

ปัญหาของคนไทยก็คือ ยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญ ความจำเป็น และลักษณะการใช้บริเวณอาบน้ำทั้งสอง

ปัญหาอันดับแรกก็คือควรจะมีทั้งอ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำหรือไม่ หรือมีอย่างใดอย่างหนึ่ง

ประการต่อมาก็คือ จะใช้อ่างอาบน้ำอย่างไร เพราะคนไทยอาบน้ำแบบไทยคือยืนอาบ

นิสัยการแช่น้ำชำระล้างร่างกายของคนไทยยังไม่เป็นกิจวัตรเท่าพวกฝรั่ง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องดัดจริตหรืออย่างไร ตามหลักสุขวิทยานั้น การแช่น้ำอุ่นจะทำให้เลือดลมหมุนเวียนดี ช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และจะส่งผลมายังจิตใจด้วย ดังนั้นจุดประสงค์ในการใช้อ่างอาบน้ำก็เพื่อ “แช่น้ำ” ในขณะที่ห้องอาบน้ำฝักบัวก็ใช้เป็นสถานที่สำหรับอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ซึ่งผลของกระแสน้ำจากฝักบัวก็ช่วยการหมุนเวียนโลหิตและคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้เช่นกัน แต่ไม่เท่ากับการแช่น้ำโดยตรง

การใช้ห้องอาบน้ำจะตรงกับนิสัยการอาบน้ำของคนไทยมากกว่า หากไม่มีนิสัยชอบแช่น้ำ อ่างอาบน้ำก็จะกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับบุคคลนั้น ๆ

เท่าที่ปรากฎ อ่างอาบน้ำเป็นองค์ประกอบสำหรับ “เผื่อ” หากมีความต้องการจะแช่น้ำเมื่อใดก็จะได้ใช้เมื่อนั้น และในเวลาปกติอ่างอาบน้ำจะเอาไว้ใช้ยืนอาบจากฝักบัว ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการใช้อ่างอาบน้ำ และในทางปฏิบัติถือว่าไม่สะดวกอย่างมากในการก้าวข้ามเข้าไปในอ่างแล้วยืนอาบ

ดังนั้นคงจะเห็นว่าห้องอาบน้ำน่าจะเป็นองค์ประกอบในห้องน้ำที่ตรงกับนิสัยคนไทยมากกว่า เมื่อเป็นดังนี้ก็น่าจะหมายความว่าห้องอาบน้ำ(SHOWERS)เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับห้องน้ำคนไทย และหากไม่ติดขัดเรื่องเนื้อที่ในห้องน้ำและโดยเฉพาะเรื่องทุนทรัพย์ การกำหนดอ่างอาบน้ำไว้ด้วย ก็จะให้ประโยชน์ในเชิงสุขวิทยาดังกล่าว

ชีวิตความเป็นอยู่ท่ามกลางมลพิษ มลภาวะของสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน การเสริมสร้างสุขลักษณะควรเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก การเลือกใช้องค์ประกอบทั้งสองหรืออย่างใดอย่างหนึ่งนั้นควรจะทราบถึงตำแหน่งและการติดตั้งเพื่อความคล่องตัวและความมีประสิทธิภาพในการใช้สอย

ก่อนที่จะกล่าวถึงหลักการกว้างๆ จะขอย้อนถึงการใช้อ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำตามลักษณะของฝรั่งว่าเขาจะใช้ทั้งสององค์ประกอบต่อเนื่องกัน คือแช่น้ำอุ่นในอ่าง ถูสบู่ ขัดคราบไคล แช่น้ำจนได้สุขลักษณะ แล้วจึงเข้าห้องอาบน้ำชำระล้างจนสะอาด เป็นการเสร็จสิ้นการอาบน้ำ ดังนั้นท่านใดที่พิถีพิถันในการอาบน้ำเพื่อความสะอาดและสุขภาพแล้วก็เห็นควรจะมีทั้งสององค์ประกอบดังกล่าว

ตำแหน่งของอ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำมักจะอยู่ติดกันหรือใกล้กัน คืออยู่ในส่วนเปียกของห้อง ซึ่งมักจะอยู่ด้านในของห้องน้ำ การกำหนดบริเวณสำหรับติดตั้งห้องอาบน้ำจะต้องมีระยะที่สัมพันธ์กับขนาดอ่างอาบน้ำแต่ละชนิดนั้น อย่างน้อยที่สุดก็คือกว้างยาวเท่ากับความกว้างยาวของอ่าง มีการติดตั้งถูกต้องตามกรรมวิธีของวัสดุที่ใช้ทำอ่างนั้น ๆ เช่น รองพื้นอ่างด้วยทราย โดยเฉพาะอ่างที่ทำจากเหล็กหล่อ ทำให้ไม่เกิดเสียงดังในขณะใช้ บริเวณฝาผนังข้างอ่างอาบน้ำ ตรงแนวชนระหว่างอ่างกับผนัง จะต้องยาแนวด้วยปูนขาวเพื่อป้องกันน้ำซึมลงข้างล่างของอ่าง ซึ่งจะเป็นแหล่งกักน้ำ มีโอกาสรั่วซึมผ่านพื้นลงไปได้

ห้องอาบน้ำจะต้องเผื่อที่เอาไว้อย่างน้อย 1ตารางเมตร (1×1 เมตร) หากวางผังเอาไว้ก่อนห้องอาบน้ำจะต้องมีระดับพื้นต่ำกว่าพื้นส่วนอื่นของห้องน้ำ เพื่อกันน้ำจากการอาบไหลออกไปภายนอก และควรมีผนังกันน้ำกระเด็นด้วย ซึ่งสามารถทำด้วยการก่ออิฐบุกระเบื้องเคลือบ(หรือวัสดุกันน้ำอื่น ๆ) เป็นฉากหรือผนังกั้น เว้นช่องทางเข้าเอาไว้หรือวิธีที่เหมาะสมที่สุดก็คือทำเป็นบานเลื่อนปิดเปิดให้เกิดเป็นลักษณะของห้องอาบน้ำโดยเฉพาะ

ปัจจุบันมีถาดสำหรับอาบน้ำ (SHOWER TRAY) ซึ่งผลิตขึ้นสำหรับกำหนดบริเวณอาบน้ำโดยเฉพาะ และช่วยให้การเตรียมพื้นที่สำหรับห้องอาบน้ำเป็นไปโดยสะดวก

การกำหนดบริเวณอาบน้ำโดยถาดอาบน้ำ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นสำหรับยืนอาบน้ำนั้น สามารถสร้างผนังหรือติดตั้งบานเปิดปิดให้เป็นสัดส่วนได้

ข้อสรุปขององค์ประกอบทั้งสองในการใช้งานก็พอสรุปได้ว่าอ่างอาบน้ำเป็นองค์ประกอบที่เหมาะกับการดำรงชีวิตในปัจจุบันในเชิงของสุขวิทยา ในขณะที่ห้องอาบน้ำเป็นห้องหรือบริเวณจำเป็นสำหรับการอาบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีน้ำเปียกเลอะหรือไหลสู่บริเวณ “แห้ง” ของห้องน้ำ

อ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำเป็นองค์ประกอบของการใช้สอยที่มีความต่อเนื่องกันตามกิจกรรมของการอาบน้ำ หลายครั้งอ่างอาบน้ำจะช่วยแบ่งแยกสัดส่วนของบริเวณเปียกและแห้งออกจากกันได้ และไม่ทำให้ห้องน้ำดูคับแคบเมื่อเทียบกับการทำห้องอาบน้ำในห้องน้ำเล็กๆ

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>