หินกาบ : ตกแต่งบ้านสวยด้วยหินกาบ

September 14, 2011 by


โฉมหน้าขอการตกแต่งภายในปัจจุบัน การเล่นรูปทรงแบบเรขาคณิตเรียบง่ายดูเหมือนจะมาแรง ถ้าสังเกตจะเห็นว่าวัสดุที่นำมาตกแต่งจะแสดงเนื้อแท้ของวัสดุธรรมชาติโดยไม่ได้บิดเบือนเนื้อวัสดุ ดังนั้นตลาดวัสดุจึงต้องสนองรับความต้องการวัสดุตกแต่ง โดยมากก็เป็นวัสดุธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นหินอ่อน หินแกรนิต หรือการนำเอาหินมาทำเป็นหินขัด หินล้าง แต่ที่กำลังหวนกลับมาเป็นที่นิยมไม่แพ้หินอื่น ๆ ก็คงจะเป็นหินกาบ

ภาพพจน์ของหินกาบ

ถ้าเอ่ยถึงหินกาบแว๊บแรกเรามักนึกถึงแผ่นหินผิวเรียบหลายเหลี่ยมสีเทาหรือสีน้ำตาลเรียงเป็นผนังหน้าบ้านหรือประกอบเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมสำหรับทางเท้าในสวน นั่นเป็นภาพพจน์ของหิบกาบในยุคแรก ๆ สักสิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันการนำหินกาบมาใช้ในงานสถาปัตยกรรม ไม่ได้จำกัดแค่แบบเดิมแล้ว แม้หินกาบที่มีอยู่ในท้องตลาดยังคงเป็นลักษณะเดิมไม่ได้แปรรูปจากเดิมแต่อย่างใด แต่สถาปนิกหรือมัณฑนากรได้นำเอาหินกาบเข้ามาประกอบกับวัสดุอื่น ๆ เช่น กระเบื้องปูพื้น หินขัด หินล้าง บริเวณที่ใช้ก็หลากหลายขึ้นไม่ว่าจะเป็นพื้นผนัง บันได ฯลฯ ดังนั้นภาพพจน์เก่า ๆ ของหินกาบที่ดูออกจะเชย ๆ ก็ถูกลบล้างไป

หินกาบมาจากไหน

เนื้อหินของหินกาบเป็นหินชั้นหรือหินดินดาน ซึ่งแข็งแต่เปราะ เกิดจากการอัดตัวแน่นของเนื้อหินเรียงตัวเป็นชั้น ๆ แหล่งที่มาก็มีสองแหล่งคือที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเรียกว่าหินกาบภูเขา และอีกที่ก็เก็บมาจากเกาะแถวพัทยาเรียกว่าหินกาบทะเล หินกาบทั้งสองแหล่งมีลักษณะของเนื้อหินที่แตกต่างกัน

หิบกาบภูเขาเนื้อค่อนข้างหยาบมีความเปราะมากกว่าหินกาบทะเล สีของหินมีสองสีที่เด่นชัดคือสีน้ำตาลและสีเทา การนำหินกาบมาจากแหล่งก็ทำคล้ายเหมืองหินทั่ว ๆ ไปโดยคนงานจะเซาะหินลงไปเป็นชั้น ๆ แล้วตัดออกมาโดยให้มีความกว้างไม่ต่ำกว่าสามสิบเซนติเมตร จากนั้นก็ส่งเข้ากรุงเทพฯ ให้ช่างทำการผ่าหินทำให้บางลง เดิมทีจะหนาประมาณหนึ่งถึงสองนิ้วผ่าเหลือประมาณหนึ่งเซนติเมตร ทำการคัดแผ่นที่ผิวหนาเรียบและคัดสี

หินกาบทะเลเนื้อค่อนข้างละเอียด ผิวเรียบกว่าหินกาบภูเขา ในเนื้อหินจะมีเส้นสีเขียวเป็นลายแทรกอยู่ภายใน ซึ่งเป็นข้อพิเศษของหินชนิดนี้ ความแข็งแกร่งมีมากกว่าหินกาบภูเขา เมื่อนำหิน ซึ่งเก็บมาจากแหล่งก็นำมาทำตามกรรมวิธีเดียวกับหินกาบภูเขา ขนาดของแผ่นหินก็เท่ากันกับหินกาบภูเขา

การติดตั้งหินกาบ

หินกาบแต่ละแผ่นจะมีรูปร่างไม่แน่นอน ดังนั้นการติดตั้งจึงต้องมีการขัดแต่งเหลี่ยมมุมของแผ่นหินให้ต่อกันได้สนิท โดยใช้ตะไบสำหรับตัดหิน บางกรณีการติดตั้งหินกาบอาจไม่ต้องการใช้รอยต่อระหว่างแผ่นประสานกันสนิท โดยจะโชว์เนื้อซีเมนต์เป็นการเล่นเนื้อวัสดุที่แตกต่างกัน แต่หลักการปูพื้นด้วยหินกาบต้องเตรียมพื้นที่จะปู โดยการทำพื้นส่วนนั้นให้แน่น จะโดยการทุบดินหรือลงเสาเข็มเพื่อรับน้ำหนักถ้าพื้นที่ส่วนนั้นต้องรับน้ำหนักมาก ๆ เช่น โรงจอดรถ ขั้นตอนนี้สำคัญเพราะพื้นหินกาบจะแข็งแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่ในขั้นแรก

ตัวประสานของหินกาบก็คือปูนซีเมนต์ธรรมดานี่เอง พื้นที่เราปรับระดับแล้วอัดดินให้แน่นแล้วนั้น เราก็ทำเป็นพื้นซีเมนต์ผิวหนาหยาบคล้ายการฉาบปูนหยาบแล้วปูแผ่นหินกาบฝังลงไปบนซีเมนต์ การเรียงแผ่นหินกาบอย่างที่บอกไว้แต่แรกแล้วว่าจะเรียงให้ขอบต่อกันสนิทหรือเว้นช่องห่าง ๆ ให้เห็นแนวปูนซีเมนต์ก็ได้แล้วแต่จะเห็นสวย ในกรณีที่ปูผนังก็ทำเช่นเดียวกัน ถ้าจะใช้ในส่วนที่ขังน้ำ เช่น บ่อปลาหรือสระน้ำต้องมีการลงน้ำยากันซึมผสมในเนื้อซีเมนต์

การดูแลรักษาหินกาบ

หิบกาบมีเนื้อหินละเอียดแข็งแต่เปราะ ดังนั้นจึงไม่ควรให้ถูกกระทบกระแทก เนื่องจากเนื้อหินมีการเรียงตัวเป็นชั้น ๆ อาจมีโพรงระหว่างชั้น เมื่อถูกกระทบอาจทะลุเป็นรูได้ อย่างไรก็ตามหินกาบสามารถใช้เป็นวัสดุปูพื้นโรงรถได้ เรียกว่ารับแรงกดได้ ผิวของหินขัดถ้าเอามือลูบดูจะรู้สึกสาก ๆ เนื่องจากผิวของหินกาบจะไม่มีการขัด ถ้าขัดแล้วจะเกิดรอยบนผิวหินทำให้เสียสวย

การเคลือบผิวของหินกาบทำได้ด้วยการใช้ยูเรเธนทาทับ การใช้ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ถ้าบริเวณที่ปูหินกาบอยู่กลางแจ้งควรใช้ยูเรเธนสำหรับทาภายนอก ถ้าเกิดใช้ผิดประเภท อายุการใช้งานจะลดลง ต้องอาศัยการสังเกตเมื่อยูเรเธนซีดจางลง ไม่วาวมันเหมือนเดิม เราก็ต้องลงยูเรเธนทับก่อนที่ยูเรเธนที่เคลือบไว้แต่แรกจะลอกหลุดออกมา เพราะนั่นคือสัญญาณของการหมดอายุของยูเรเธน ถ้าเกิดยูเรเธนลอกออกมาแล้วก็คงต้องลอกที่เหลือทั้งหมดแล้วจึงลงยูเรเธนทับใหม่อีกที

การลงยูเรเธนเจ้าของบ้านควรจะดูด้วยตัวเองเพราะไม่สามารถบอกได้ว่าต้องลงกี่ครั้ง เอาความพอใจของเจ้าของบ้านเป็นหลัก แต่ก็ต้องลงหลายเที่ยวหน่อยเพราะโดยธรรมชาติ หินกาบจะดูดความชื้น ตามความเห็นของสถาปนิกหรือมัณฑนากรมักไม่นิยมเคลือบผิวหินกาบด้วยวัสดุใด ๆ เพราะเห็นว่าโดยเนื้อแท้ของหินกาบก็สวยอยู่แล้ว แต่การเคลือบผิวบางโอกาสก็สวยเพราะทำให้เห็นสีหรือเนื้อหินชัดเจนขึ้น แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะจะดูเป็นพลาสติกผิดธรรมชาติ

อีกกรณีหนึ่งที่เป็นปัญหาเมื่อใช้หินกาบปูห้องน้ำในส่วนเปียก เช่น ส่วนอาบน้ำ จะเห็นว่ามีคราบไขสบู่จับอยู่ตามผิวของหินกาบหรือบริเวณรอยต่อของแผ่นหินเป็นสีขาวขุ่นดูน่าเกลียด การทำความสะอาดก็ใช้ผงซักฟอกนี่แหละขัดแล้วใช้น้ำสะอาดล้างให้หมดคราบ ได้น้ำอุ่นก็ยิ่งดีจะทำให้สะอาดยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ย่อมเกิดขึ้นอีก ถ้าเป็นไปได้พยายามเลี่ยงอย่าปูหินกาบในส่วนเปียกของห้องน้ำ เพราะหินกาบไม่ทนต่อกรด จะใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดไม่ได้เลย

หินกาบควรปูบริเวณไหน

เราสามารถใช้หินกาบได้ทุกที่ไม่ว่าบริเวณไหนของบ้านจะเป็นผนังหรือพื้นก็ตามแต่ จากประสบการณ์ของบรรดาสถาปนิกและมัณฑนากรต่างก็ให้ความเห็นว่าการใช้หินกาบในการตกแต่งควรใช้เฉพาะจุดประกอบกับวัสดุอื่นถ้าใช้หินกาบเป็นพื้นที่กว้าง ๆ จะดูลายตาเกินไปและดูน่ากลัว ทั้งนี้ก็ต้องดูสไตล์ของบ้านด้วย แบบ RUSTICS หรือ COUNTRY ก็ใช้ได้มากหน่อย จะปูพื้นระเบียงแล้วห้องรับแขกปูกระเบื้องดินเผาก็ได้ เป็นการเบรคลวดลายของหินกาบ หรือจะปูหินกาบภายในสักห้องหนึ่ง เช่น ห้องรับแขก แล้วห้องรับประทานอาหารที่เชื่อมกันอาจปูด้วยวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ

ถ้าจะให้ดีการปูหินกาบควรปูประกอบกับวัสดุธรรมชาติ เช่น หินล้าง หินขัด แกรนิต ฯลฯ เช่น พื้นห้องที่มีขนาดใหญ่อาจปูหินกาบเป็นตารางแล้วเดินกรอบด้วยหินล้าง พื้นหินขัดเราอาจจะใช้หินกาบฝังเป็นจุด ๆ ผนังห้องปูหินกาบสูงสัก 80 เซนติเมตรแล้วที่เหลือเป็นหินล้างก็สวยดีดูแปลกตา ถ้าจะปูหินกาบที่ผนังจะมากเกินไปดูน่าเบื่อและเชยเร็ว

ทีนี้ก็มาพูดถึงเครื่องเรือนกันบ้าง หินกาบไปได้ดีกับเครื่องเรือนไม้ จะเป็นสีธรรมชาติหรือไม้ย้อมเสี้ยนดำก็แล้วแต่สวยทั้งนั้น อย่างที่ว่าแหละหินกาบไปได้ดีกับสไตล์ RUSTICS เครื่องเรือนที่ออกมาดูเถื่อน ๆ หน่อยจะดูดีมาก ยิ่งเป็นเครื่องเรือนที่ใช้แผ่นโลหะเช่นทองเหลืองหรือทองแดงเป็นเส้นคาดจะไปด้วยกันได้มากที่สุด เพราะสีของโลหะจะถูกขับให้แวววาวด้วยสีของหินกาบ ซึ่งสีจะออกทึม ๆ ลองทำดูแล้วคุณจะหลงเสน่ห์หินกาบขึ้นมาจับใจเลยละ

มาพูดถึงภายนอกกันบ้างที่เราเห็นเจนตาก็คงจะเป็นบ่อเลี้ยงปลาที่ปูด้วยหินกาบหรือทางเดินในสวนที่ปูหินกาบ ซึ่งบางคนให้ความเห็นว่ามันดูแบนเรียบเกินไป ช่วงหลังเราจะเห็นว่าเขาใช้วิธีปูหินกาบ โดยการเรียงโชว์สันของแผ่นหินเรียงซ้อน ๆ กันเป็นผนังซึ่งเป็นฉากหลังของน้ำตก หรือเป็นกำแพงเตี้ย ๆ แยกจากส่วนอื่น ๆ ก็สวยงามดีให้ความรู้สึกที่แปลกตา แต่มีข้อเสียคือแผ่นหินกาบไม่ได้โชว์สีหรือลายของหิน ต้นทุนก็สูง จึงนิยมทำกันในบริเวณที่ไม่กว้างนัก

เรื่องความทนทานต่อสภาวะอากาศหินกาบมีปัญหาน้อยที่สุด ใช้กลางแจ้งได้ดีพอ ๆ กับใช้ภายใน

อนาคตของหินกาบ

ในตลาดวัสดุของบ้านเรา ซึ่งมีตัวเลือกของวัสดุตกแต่งไม่มากนัก หินกาบยังคงไปได้เรื่อย ๆ ด้วยราคาที่ไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับวัสดุธรรมชาติอื่น ๆหินกาบภูเขาตารางเมตรละ 350-450 บาท หินกาบทะเลแพงกว่าหน่อยเพราะหายากตารางเมตรละ 1,200 บาทขึ้นไป นี่เป็นราคาโดยประมาณ ตลาดของหินกาบยังคงไปอีกนานเพราะมีผู้ผลิตหินกาบไม่มากเท่าหินอ่อนหรือหินแกรนิต อาจจะเพราะหินกาบต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญโดยเฉพาะเป็นคนผ่าหิน การติดตั้งก็ต้องใช้ผู้ชำนาญจริง ๆ มีผู้ให้ความเห็นว่าหินกาบมีความอิสระในรูปทรง ผิดกับหินอ่อนหรือหินแกรนิตที่มักจะตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม การต่อลายจึงจำกัดมากกว่า ดังนั้นหินกาบจึงเป็นอิสระในการคิดสร้างสรรค์จะตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมก็ได้ถ้าต้องการ ด้วยคุณสมบัติที่สวยงามทนทาน หินกาบจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับคุณ

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>