สุขภัณฑ์ไฮเทค นวัตกรรมของโลกยุคใหม่

December 10, 2011 by

เชื่อไหมว่า ห้องน้ำห้องเล็กๆนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี จากหลักฐานที่มีการค้นพบนั้นได้ปรากฎหลักฐานว่าห้องน้ำเกิดขึ้นมาในโลกครั้งแรกเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ห้องน้ำห้องนี้อยู่ที่พระราชวังของกษัตริย์ Knossos บนเกาะครีตในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แถมเป็นห้องน้ำที่เป็นต้นแบบให้กับห้องน้ำในยุคปัจจุบัน เนื่องจากมีการเดินระบบท่อน้ำสำหรับใช้กับอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ และโถสุขภัณฑ์ นอกจากนี้แล้วยังมีการค้นพบหลักฐานว่า ในดินแดนแถบเมโสโปเตเมีย อียิปต์ รวมไปถึงกรีกและโรมันก็มีห้องน้ำใช้กันมาช้านานอีกด้วย

แล้วคุณเชื่อไหมว่า มีการนำเอาเทคโนโลยีแบบไฮเทคมาใช้ในห้องน้ำ

ทุกสิ่งในโลกล้วนมีความเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น นี่คือสัจธรรมที่มิอาจบิดเบือน ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรานั้นจะมีวิวัฒนาการ นัยหนึ่งก็เพื่อความอยู่รอด กับอีกนัยหนึ่งเพื่อให้ตอบสนองความต้องการที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นของคน โดยเฉพาะความต้องการสะดวกสบาย ซึ่งห้องน้ำและสุขภัณฑ์ก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้ด้วย

ส่วนคำว่าไฮเทคมีใช้มาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 โดยเริ่มตั้งแต่ที่มีการนำเอาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากโรงงานมาใช้สร้างพระราชวังคริสตัลในอังกฤษ และสร้างหอไอเฟลที่ฝรั่งเศส กรรมวิธีนี้ก็คือ Prefabrication ฉะนั้นคำว่าไฮเทคจึงหมายถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้

คุณต้องไม่เชื่อแน่ว่า ไฮเทคชนิดที่ว่านี้เพียงแค่กดปุ่มเดียวหรือแค่เดินผ่านมันก็ทำงานให้เราได้จนเสร็จ

นับตั้งแต่มนุษย์เราขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์และสำรวจเสียจนทะลุปรุโปร่งไปทั่วทั้งจักรวาล โลกเราก็มีการตื่นตัวในเรื่องของเทคโนโลยีกันแบบสุดๆ มีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผนวกเอาความรู้ใหม่ทางด้านของวัสดุ การออกแบบ รวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย เกิดเป็นประดิษฐกรรมในรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่า “ไฮเทค” อันหมายถึงประดิษฐกรรมที่ถือกำเนิดขึ้นจากเทคโนโลยีชั้นสูง ที่สามารถทำงานตอบสนองมนุษย์ได้อย่างเต็มที่ในระบบออโตเมติกประเภทกดปุ่มหรือสมองกล แถมยังมีการเผยแพร่ภาพลักษณ์ให้กลายเป็นค่านิยมของคนทั่วโลกไป ไม่ใกล้ไม่ไกล อย่างเรื่องห้องน้ำซึ่งเคยถือว่าเป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัว ก็ได้ไปปรากฎรูปลักษณ์บนแผ่นฟิล์ม และมีผลให้ห้องน้ำที่เคยเป็นห้องเล็กๆธรรมดาๆ ในบ้าน กลายเป็นห้องที่มีความใหญ่โต สวยงาม หรูหรา ไม่แพ้ห้องอื่นๆ กลายเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัว และเป็นห้องที่เชิดหน้าชูตาให้กับเจ้าของบ้าน จำได้ว่าเมื่อสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้มีใช้ใหม่ๆ หลายคนต่างพยากรณ์อนาคตว่า รูปร่างของคนในอนาคตนั้นคงจะหัวโต ตัวลีบ หรือไม่ก็พัฒนาไปเหลือนิ้วเดียวทำนองนั้น แต่กว่า 20 ปีที่ผ่านมา คนเราก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีลักษณะอย่างที่ว่าเลย แถมรูปร่างยังใหญ่โตกว่าคนในยุคที่ผ่านมาซะอีกอย่างนี้หมอดูกับหมอเดาเขาถึงบอกว่า เพราะเรานั้นคู่กัน

สุขภัณฑ์ไฮเทค เป็นประดิษฐกรรมหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะตอบสนองความสะดวกสบาย ควบคู่ไปกับการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล รวมทั้งการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานด้วยการผนวกเอาความรู้ใหม่ๆมาพัฒนาทางด้านการผลิตให้ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ามากที่สุด มีการคิดค้นหาวัสดุใหม่ๆ ขึ้นทดแทนเซรามิกที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ มาใช้เทอร์โมพลาสติกหรือโลหะผสม เช่น สแตนเลส สตีล รวมทั้งมีการพัฒนารูปแบบให้รับใช้คนได้ดีที่สุด และนำเอาเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นกลไกสำคัญอันได้แก่ระบบ Whirlpool, Steambath, Sauna เป็นต้น

หากจะถามว่าชาติไหนที่เป็นต้นคิด คำตอบก็คงจะเป็นประเทศในยุโรปและอเมริกา เพราะเขาเป็นต้นแบบมาแต่ไหนแต่ไร สำหรับผู้ผลิตสุขภัณฑ์ชั้นนำที่คนทั้งโลกรู้จักดีว่า มักจะคิดค้นหาสิ่งใหม่ๆ มาให้เราได้เสียสตางค์เสมอๆ ก็ได้แก่ Ideal Standard โดย American Standard, Kohler, Paul Associate, Poggenpohl เป็นต้น ส่วนชาติที่นำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาต่อให้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้นก็เห็นจะเป็นญี่ปุ่น โดยมีผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Toto เป็นต้น

อุปกรณ์ไฮเทคอันดับแรกที่จะกล่าวถึงก็คือ

โถสุขภัณฑ์(Water Closets & Bidet)

ได้แก่อุปกรณ์ที่เราเรียกกันว่าชักโครก กับโถชำระปัสสาวะหญิง ซึ่งมีพัฒนาการมายาวนานในยุโรปและอเมริกา การพัฒนามักเน้นรูปแบบ คือการออกแบบให้ดูสวยงาม กะทัดรัด ในรูปแบบสมัยใหม่ ในขณะเดียวกันก็มีการรื้อฟื้นเอาศิลปะแบบเก่าๆมาใช้ ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามคลาสสิกแล้วยังแสดงถึงความหรูหราภูมิฐานอีกด้วย ส่วนเรื่องการใช้งานก็จะเน้นไปที่ความสะอาด เงียบ และประหยัด ระบบทำความสะอาดที่ใช้อยู่จะมี 2 ระบบ คือ ระบบ Wash Down คือการใช้น้ำผลักดันสิ่งสกปรกออกไป ก็ได้มีการปรับปรุงเป็นระบบ Syphonic Flush ใช้น้ำหมุนและดูดสิ่งสกปรกออกไป และให้ใช้น้ำได้อย่างประหยัด คือประมาณ 7 ลิตรต่อการทำความสะอาดหนึ่งครั้ง

ในส่วนของความสะดวกสบายในการใช้งาน ก็พัฒนาจากที่ต้องใช้มือชักโซ่หรือมือหมุนอุปกรณืให้ปล่อยน้ำจากถังเก็บมาทำความสะอาด ก็เปลี่ยนมาใช้ระบบรีโมทคอนโทรล มีกลไกติดที่พื้น พอทำธุระเสร็จก็ใช้เท้าสัมผัสที่กลไกนั้น ต่อมาก็มีการพัฒนาใช้ระบบออโตเมติกเซ็นเซอร์โดยการใช้แสงเหมือนกับที่ใช้ในเครื่องป้องกันขโมยต่างๆ คือเมื่อมีคนมาใช้งาน ตัวคนก็จะสัมผัสกับลำแสง อันเป็นการบอกให้เครื่องทราบว่ามีการใช้งาน และเมื่อทำธุระเสร็จลุกออก เครื่องก็เริ่มทำงานตามที่กำหนดไว้ในสมองกล ซึ่งเป็นเทคนิคล่าสุดที่ผู้ผลิตชั้นนำทั้งในยุโรปและอเมริกาผลิตออกสู่ตลาด

สำหรับเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยีที่สำคัญของโลกนั้นก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีข้างต้นให้มีความสมบูรณ์แบบและตอบสนองการใช้ประโยชน์มากขึ้น ลดการสัมผัสกับโถสุขภัณฑ์โดยตรง อันเป็นการป้องกันการติดเชื้อ โถสุขภัณฑ์ที่ทางผู้ผลิตจากญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นมาก็ได้แก่ การประดิษฐ์ฝารองนั่งที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ คือมีความอุ่นสบาย ทำให้ผู้ใช้นั่งทำธุระได้อย่างสบาย บางรุ่นมีกระดาษสำหรับรองนั่งเลื่อนออกมา เพื่อให้นั่งได้อย่างสบายใจ เป็นการลดการรังเกียจในกรณีที่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่น หรือการใช้ห้องน้ำในที่สาธารณะ การทำความสะอาดก็จะมีท่อฉีดชำระอยู่ภายในโถสุขภัณฑ์ ซึ่งต่างจากเดิมที่จะมีสายฉีดชำระแยกต่างหาก เมื่อทำธุระเสร็จ ก็สามารถสั่งงานให้ท่อฉีดชำระฉีดน้ำเพื่อชำระล้าง โดยน้ำที่ฉีดออกมานั้นสามารถปรับอุณหภูมิ ตำแหน่ง และความแรงของน้ำได้ตามต้องการ ในรุ่นใหม่ที่วางตลาดในบ้านเราตอนนี้ได้เพิ่มการทำงานของพัดลม (Blower)ซึ่งจะเป่าลมอุ่นๆ เพื่อทำให้ส่วนที่ทำความสะอาดแห้ง เมื่อทำธุระเสร็จก็สามารถลุกขึ้นได้ทันที โดยเครื่องจะทำงานโดยอัตโนมัติเรียกว่าเสร็จสรรพทุกขั้นตอนในเครื่องเดียว นอกจากนี้ก็มีการทำให้ประหยัดน้ำยิ่งขึ้น ด้วยการทำอ่างล้างมือไว้บนถังเก็บน้ำ แล้วผ่านน้ำจากอ่างล้างมือนั้นลงไปใช้ในโถสุขภัณฑ์ ซึ่งในญี่ปุ่นนั้นมีใช้มานานแล้ว แต่สำหรับเมืองไทยนั้น ผู้ผลิตให้ความเห็นว่า น้ำที่ใช้ในโถสุขภัณฑ์ต้องไปผ่านกระบวนการอื่นๆมาก่อน คนไทยมักคิดว่าไม่สะอาด ดังนั้น ในแง่การตลาดเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยง

นอกจากนี้ในอนาคต ผู้ผลิตทางญี่ปุ่นได้เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่เน้นในเรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยเพิ่มขึ้นจากเดิม ด้วยการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ สามารถตรวจสอบความผิดปกติของร่างกายโดยผ่านของเสียอาทิเช่น การตรวจดูน้ำตาลในปัสสาวะ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานนี้จะส่งต่อข้อมูลไปยังโรงพยาบาลที่ผู้ใช้ติดต่ออยู่ หากผลที่ออกมามีความผิดปกติ แพทย์ก็จะติดต่อมาให้ทราบ เพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงที

สำหรับโถชำระปัสสาวะสำหรับสุภาพสตรีนั้น ไม่ค่อยมีการพัฒนาเท่าไรนัก หากเทียบกับโถปัสสาวะสำหรับสุภาพบุรุษ ทางผู้ผลิตได้เล่าให้ฟังว่า โถบิเดทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมใช้งาน สุภาพสตรีส่วนใหญ่มักใช้โถสุขภัณฑ์มากกว่าซึ่งจริงๆแล้ว ข้อมูลที่อ่านพบจากหนังสือหลายๆเล่มต่างเห็นพ้องว่า โถบิเดทชนิดนี้ช่วยในการทำความสะอาดส่วนบุคคลได้มาก และมีประโยชน์ในการทำความสะอาดเท้าและซักผ้า (Loundry)ลักษณะการทำงานก็เหมือนอ่างล้างหน้ากับโถสุขภัณฑ์รวมกัน มีระบบพ่นน้ำและหมุนเวียนน้ำ มีระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ส่วนโถปัสสาวะสำหรับสุภาพบุรุษเป็นอุปกรณ์ที่นิยมในหมู่บุรุษทั้งหลาย เนื่องจากให้ความสะดวกรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหามากมาย โดยเฉพาะในที่สาธารณะ ที่มีคนใช้เป็นจำนวนมาก ปัญหาแรกก็คือ ปัญหาความสกปรกและการติดเชื้อ อันเนื่องมาจากการใช้มือเปิดปิดก๊อกน้ำทำความสะอาดโถ ซึ่งทางผู้ผลิตได้มีการคิดค้นโดยนำเอาระบบเซ็นเซอร์ด้วยแสงเช่นเดียวกับที่ใช้ในโถสุขภัณฑ์มาใช้ คือเมื่อทำธุระเสร็จ เครื่องก็จะปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาดให้เสร็จสรรพภายในระยะเวลาตามที่ได้กำหนดไว้ในสมองกล

อุปกรณ์ลำดับต่อมาที่มีการพัฒนาให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้งานก็คือ

อ่างล้างหน้า(Washbasin)ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีไม่มากนัก ส่วนมากเน้นในเรื่องของการดีไซน์รูปแบบให้มีความสวยงามหรูหราประดุจงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง พร้อมทั้งมีความทันสมัย เหมาะแกการใช้งาน นอกจากนี้ยังออกแบบให้เหมาะสำหรับการใช้งานของเด็กและคนที่ต้องนั่งรถเข็น โดยทำให้อ่างล้างหน้าสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ตามระดับที่ต้องการ

อุปกรณ์ในห้องน้ำลำดับต่อมาก็คือ ส่วนที่ใช้สำหรับชำระล้างร่างกาย ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ อ่างอาบน้ำ (Bathtub) ถาดรองสำหรับอาบน้ำ (Shower Tray)

มาว่ากันที่อ่างอาบน้ำก่อน อ่างอาบน้ำมีการพัฒนาการมานาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัสดุที่ใช้ผลิต รูปแบบและที่สำคัญคือ การนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้นอกเหนือจากระบบน้ำร้อนน้ำเย็นที่มีใช้กันอยู่ นั่นก็คือ ระบบน้ำวน(Whirlpool)คือการทำให้น้ำเกิดการหมุนเวียน ด้วยการดึงเอาออกซิเจนมาผสมกับน้ำ และระบบพ่นน้ำ (Air Jet) ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีการทำงานที่แตกต่างกัน และราคาก็แตกต่างกันการทำให้น้ำกับอากาศผสมกันนั้นเป็นหลักการที่ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนให้มากที่สุด ทำให้ร่างกายเกิดความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น โดยการทำงานของเทคโนโลยีที่ใช้นี้สามารถควบคุมด้วยระบบรีโมทคอนโทรลให้ทำงานได้ตามความต้องการคล้ายเครื่องปรับอากาศประเภท I Feel Control

ส่วนตัวถาดรองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของห้องอาบน้ำมากกว่า คือมีถาดรอง มีผ้าม่านกันน้ำ ซึ่งต่อมามีการพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นให้มีลักษณะที่ครบครันมากขึ้น คือทำเป็นห้องมีที่ปิดเปิดมิดชิด ภายในห้องก็จะติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ฝักบัว หรือไม่ก็ฝังตัวพ่นน้ำไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อทำความสะอาด และทำให้อาบน้ำได้สนุกมากขึ้น ระบบดังกล่าวนี้ได้มีการพัฒนาให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ในลักษณะที่เรียกว่า Shower Gym ควบคุมระบบน้ำโดยคอมพิวเตอร์ มีรีโมทควบคุมการทำงาน

อุปกรณ์ลำดับต่อมาก็คืออุปกรณ์อื่นๆ (Accessory)ซึ่งประกอบไปด้วย

ก๊อกน้ำ (Tap Fitting) ซึ่งประกอบด้วยฝักบัว ก๊อกสำหรับผสม ก๊อกน้ำสำหรับอ่างล้างหน้าและสะดืออ่าง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีการพัฒนามาโดยตลอด ทั้งก๊อกน้ำและฝักบัวก็มีการออกแบบให้สายน้ำที่ไหลออกมาแรง  แต่มีความนุ่มนวลสามารถปรับความแรงได้ สะดืออ่างทั้งชนิดที่ใช้กับอ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำก็มีการคิดค้นจากที่เคยฝาร้อยโซ่ยาว ก็เป็นแบบที่เรียกว่า Pop up กดเปิดปิด มีความพยายามที่จะทำให้ก๊อกน้ำมีประสิทธิภาพด้วยการพัฒนาลิ้นเปิดปิดไม่ให้เกิดการรั่วไหลของน้ำเมื่อไม่มีการใช้งาน โดยเฉพาะก๊อกสำหรับอ่างล้างหน้านั้น มีการพัฒนาให้มีการตั้งเวลาและปริมาณการใช้น้ำ เพื่อช่วยประหยัดน้ำ และลดการสัมผัสของคนกับก๊อกน้ำให้น้อยลง ก๊อกแบบนี้มักใช้ในที่สาธารณะ เช่นในห้องน้ำของห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คือใช้วิธีกดครั้งเดียวแล้วน้ำก็จะไหลออกมา จากประสบการณ์ของผู้ผลิตเล่าว่า ก๊อกแบบนี้ไม่ค่อยได้ผลนัก เนื่องจากคนใช้ไม่เป็น เป็นต้นว่าตั้งเวลาสั้นไป น้ำที่ไหลออกมาจึงน้อย ทำความสะอาดยังไม่เสร็จ ทำให้ต้องมีการกดค้างทิ้งไว้รวมทั้งคนที่ใช้ก็ไม่เข้าใจว่าจะใช้อย่างไร

สำหรับในอนาคต ผู้ผลิตในบ้านเราจะมีก๊อกน้ำรุ่นใหม่ออกมาจำหน่าย โดยผู้ผลิตสุขภัณฑ์รายใหญ่คือ คอตโต ได้พัฒนาก๊อกน้ำใหม่ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการใช้น้ำแบบประหยัด คือจะเพิ่มอุปกรณ์ภายในก๊อกที่จะช่วยทำให้น้ำที่เปิดออกมาไหลได้แรงโดยไม่ต้องหมุนก๊อกมากๆเหมือนกัน

พัฒนาการในระบบต่อมาที่มีใช้กันอยู่ก็คือ การใช้ระบบเซ็นเซอร์โดยใช้แสงเช่นเดียวกับการทำงานของโถสุขภัณฑ์และโถปัสสาวะชาย คือจะทำงานเมื่อมีการเอามือเข้าไปสัมผัสกับลำแสงนั้นๆ เมื่อเอามือออกน้ำก็จะหยุดไหล นอกเหนือจากเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ในส่วนของรูปแบบและวัสดุที่ใช้ผลิตก๊อกน้ำนั้นก็มีการพัฒนาให้มีความสวยงาม หรูหรา ภูมิฐานมากขึ้น เป็นสินค้าประเภท Luxury มากขึ้น

อุปกรณ์ใส่สบู่ (Soap Dishes) โดยปกติที่อ่างล้างหน้าจะทำที่วางสบู่ไว้ให้แล้ว หรือไม่เช่นนั้นก็มีจานรองสบู่ที่มีขายอยู่ทั่วไป แต่ในการใช้งานมักก่อให้เกิดปัญหาหลายประการเสมอ เช่น ความสกปรกอันเกิดจากคราบสบู่ การสิ้นเปลืองสบู่และเนื้อที่ใช้สอย ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นที่วางสบู่ที่เรียกว่า Magnetic Soap Holder มีลักษณะเป็นก้านเหล็กติดอยู่ที่ผนัง ส่วนที่สบู่ก็จะฝังแม่เหล็กเอาไว้ แม่เหล็กที่สบู่ก็จะดูดกับอุปกรณ์ที่ว่านี้ ซึ่งช่วยให้สบู่ใช้งานได้นานขึ้น แต่ปัญหาการใช้สบู่ที่เป็นก้อนในที่สาธารณะนั้น มีปัญหาที่สำคัญก็คือการรังเกียจเกรงว่าจะติดเชื้อจากผู้ใช้คนอื่น ดังนั้น ในสถานที่ต่างๆ เช่น ที่สาธารณะ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร จึงหันมาใช้สบู่เหลวใส่ในตู้ตั้ง หรือแขวนไว้ในบริเวณใกล้ๆ เวลาใช้งานก็แค่กดกลไกสำหรับเปิดแต่ก็มีปัญหาอีก คือเปิดแล้ไม่ปิด ดังนั้นจึงมีการพัฒนาให้ทำงานโดยอัตโนมัติ แรกๆก็ใช้มือดันที่อุปกรณ์สำหรับเปิดปิด ต่อมาใช้แสงเป็นตัวตรวจจับ หากมีการเคลื่อนมือไปอยู่ในบริเวณที่เป็นช่องเปิด เครื่องก็จะปล่อยสบู่ลงมา เมื่อเอามือออกก็จะหยุดไปเอง

อุปกรณ์ต่อมาก็คือ เครื่องเป่าลมสำหรับทำให้มือแห้ง หลังจากล้างมือแล้วอุปกรณ์นี้ก็มีการพัฬนาการเดิมที่ใช้มือกดปุ่มมาเป็นระบบแสงเปิดปิดอัตโนมัติ

สำหรับในญี่ปุ่น ผู้ผลิตได้คิดค้นอุปกรณ์ที่รวมคุณสมบัติของอุปกรณ์ทั้งสาม คือมีก๊อกน้ำ สบู่ และมีลมสำหรับเป่าให้แห้ง รวมไว้ด้วยกัน เรียกว่าเบ็ดเสร็จในเครื่องเดียวอีกเหมือนกัน

เครื่องทำน้ำร้อน

ปัจจุบันได้มีการนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการควบคุมอุณหภูมิและระบบเปิดปิดเครื่องด้วยการใช้รีโมทคอนโทรล มีการออกแบบรูปแบบให้มีความกะทัดรัดสวยงาม

ราวแขวนผ้า (Towel Rail) โดยปกติในห้องน้ำจะต้องมีอุปกรณ์ชนิดนี้ไว้เพื่อแขวนผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดมือต่างๆ โดยราวนี้ก็จะทำด้วยวัสดุต่างๆ อาทิเช่น พลาสติก ไม้ หรือโลหะ ผ้าที่แขวนบนราวนี้ก็จะมีความเย็น เนื่องจากสัมผัสอยู่กับอากาศ ดังนั้นจึงมีการคิดค้นราวแขวนผ้าแบบใหม่ที่สามารถทำให้ผ้าอุ่น เรียกว่า Heated Towel Bar มีลักษณะเป็นราวให้ความร้อนกับอีกประเภทหนึ่งเป็นราวแขวนอยู่เหนือเครื่องทำความร้อน (Heater) อุปกรณ์ชิ้นนี้ส่วนใหญ่จะใช้กันในประเทศเมืองหนาว

พัดลมดูดอากาศ

อุปกรณ์ชนิดหนึ่งในห้องน้ำที่เป็นตัวช่วยดูดเอากลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากห้องน้ำ อุปกรณ์ชนิดนี้พัฒนาจากพัดลมดูดอากาศธรรมดาๆ ที่มีใช้กันอยู่ ให้ดูดเอาไอน้ำที่มีอยู่เป็นจำนวนมากออกไปจากห้องน้ำ ทำให้ไม่มีไอน้ำเกาะตามอุปกรณ์ โดยเฉพาะกระจกที่มักจะเป็นฝ้าเกาะ เมื่อมีการใช้น้ำร้อนเสมออีกทั้งยังช่วยให้ห้องน้ำปลอดเชื้อ

ตลอดระยะเวลากว่า 4,000 ปี ที่ห้องน้ำถือกำเนิดขึ้นในโลก และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันห้องน้ำนับเป็นวิทยาการที่สำคัญประการหนึ่ง ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ มนุษย์เราทุกวันนี้เป็นหนี้บุญคุณอันมากมายของคนยุคก่อน

วิทยาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิทยาการที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกเท่านั้น ซึ่งอนาคตอาจจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับยุคสมัยเรื่อยๆ ก็ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนอนิจจัง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์พึงระลึกอยู่เสมอก็คือ จุดกำเนิดของตัวเอง ซึ่งก็คือธรรมชาติ เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีนั้นจะตอบสนองเราได้ดีเพียงใด ก็ยังไม่ดีเท่ากับสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้เรา

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>