เรื่องของขนาดและสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์

June 22, 2011 by

นอกจากรูปร่างหน้าตาและสีสันแล้ว  สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เฟอร์นิเจอร์ในบ้านของคุณดูดีได้ก็คือขนาดและสัดส่วน ลองมาฟังความคิดเห็นของมัณฑนากรท่านหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยนาม แต่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาในงานของเขามาแล้วอย่างโชกโชน บางทีประสบการณ์ของเขาอาจเป็นประโยชน์กับคุณ ๆ บ้างก็ได้

“ตามปกติเรื่องของขนาดและสัดส่วนที่มัณฑนากรที่มีประสบการณ์น้อยบางครั้งก็ยังพลาด ส่วนใหญ่ไม่ได้พลาดเรื่องขนาดที่เหมาะกับการใช้สอย  แต่ไปพลาดตรงขนาดสัดส่วนที่ทำให้สวยงาม เพราะฉะนั้นเจ้าของบ้านที่คิดจะตกแต่งบ้านเอง ออกแบบเครื่องเรือนเองต้องระวังทั้งสองจุดนี้ให้มาก

“ประการแรกเรื่องสัดส่วนที่เหมาะแก่การใช้สอย เรื่องนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหาใหญ่เพราะทุกคนสามารถทดสอบด้วยตัวเองได้ และส่วนใหญ่ที่เราจะต้องออกแบบเองก็มักจะเป็นพวกตู้ ส่วนโต๊ะ เตียง เก้าอี้ โซฟา มักจะซื้อสำเร็จเอา  ซึ่งพวกนี้เราทดลองใช้ดูที่ร้านได้เลย

“อย่างพวกตู้นี่ก่อนจะสั่งช่างทำ ถ้าเป็นเจ้าของบ้านซึ่งไม่มีประสบการณ์ก็ต้องทดสอบกับของจริง อย่างตู้เสื้อผ้าก็เอาไม้แขวนเสื้อมาวัดดู ได้เท่าไหร่เผื่อข้าง ๆ ไว้อีก รวมแล้วก็ได้ประมาณ 60 ซม.  ถ้าห้องกว้าง ๆ สูง ๆ หน่อยอาจเผื่อไว้ 65 ซม.ก็ได้ ขนาดความสูงของราวและลิ้นชักในตู้ก็ใช้วิธีวัดเอานี่แหละ คู่มือในการวัดควรเป็นเทปโลหะ เพราะแถบเทปแบบใช้วัดตัวตัดเสื้อมันอ่อน วัดคนเดียวลำบาก ต้องใช้คนช่วยดึงจะใช้ไม้บรรทัดวัดก็สั้นเกินไป

“ความจริงแล้วมีหนังสือเกี่ยวกับขนาดสัดส่วนที่เราจะใช้อ้างอิงได้อยู่เหมือนกัน ชื่อว่า TIME SAVER STANDARD กับ ARCHITECTS’ DATA อันหลังนี่บอกขนาดเป็นเซนติเมตร ซึ่งรู้สึกว่าพวกเราจะคุ้นเคยกว่าบอกเป็นนิ้ว  แต่หนังสือทั้งสองเล่มดูเหมือนจะมีอยู่ในห้องสมุดของสถานศึกษาเท่านั้น ถ้าหาทางยืมมาซีร็อกซ์เอาไว้ได้ก็จะได้ประโยชน์  เขามีบอกหมดตั้งแต่ระยะห่างขนาดความสูง อะไรต่าง ๆ ตั้งแต่ในบ้านไปจนถึงสนามกีฬา รถยนต์ รถไฟ ความกว้างของถนนหัวโค้งทางกลับรถ”

เมื่อเรารู้ถึงขนาดใช้สอยแล้วก็น่าจะรู้เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของขนาดด้วย

“ตู้ที่มีขนาดความลึกมาก ๆ ถ้าใช้เป็นตู้ลิ้นชักก็สะดวก เพราะหยิบของที่อยู่ด้านใน ๆได้สะดวก  แต่ตู้ลิ้นชักก็ไม่ควรสูงกว่าระดับอกขึ้นไปเพราะจะหยิบของลำบาก ตู้ที่แขวนอยู่สูง ๆ ถ้าใส่ของที่ต้องหยิบใช้บ่อย ๆ ไม่ควรมีฝาปิด เพราะจะหยิบของลำบาก และตู้ใบนี้ก็ไม่ควรลึกมากด้วย ลึก 30-35 ซม. น่าจะพอ

ตู้ใบใหญ่ ๆ ควรแบ่งซอยบานตู้ออกบ้างไม่อย่างนั้นบานตู้จะหนัก บานพับจะรับน้ำหนักไม่ไหวและบานจะตก ชั้นที่มีความยาวมาก ๆ ควรมีขารับกลาง ไม่อย่างนั้นวางของหนัก ๆ แล้วชั้นจะตกท้องช้าง ลิ้นชักไม่ควรมีความกว้างมากเกินไป ขนาดลึกหนึ่งเมตรนี่ก็มากแล้ว ถ้ายาวกว่านี้จะดึงลิ้นชักลำบาก  โดยเฉพาะเมื่อใส่ของเข้าไปมาก ๆ

“ชั้นวางของที่มีความกว้างไม่มาก ประมาณไม่เกิน 30 ซม. ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใส่บานปิด เพราะบานปิดจะต้องกินเนื้อที่ชั้นที่แคบอยู่แล้วเข้าไปอีกประมาณ 1 นิ้ว

“การทำตู้ใบใหญ่ ๆ สูง ๆ ที่มีบานปิดทึบตลอดจะทำให้ห้องดูแคบมาก อาจเจาะเป็นชั้นโปร่งบ้าง เป็นบานใสบ้างในบางจุด หรืออาจใส่บานเกล็ด หรือทำเป็นลิ้นชักสลับบ้าง เพื่อไม่ให้ตู้ดูทึบหนักเกินไป และตู้แบบนี้ไม่ควรเลือกใช้สีเข้ม ๆ อย่างพวกสีโอ๊ก เพราะจะทำให้บ้านดูแคบอีกเหมือนกัน”

ทีนี้ลองมาฟังเรื่องของขนาดและสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามดูบ้างว่าต้องใช้ความพยายามในการออกแบบอย่างไร

“เรื่องนี้ละที่ยาก ไม่มีใครสอนใครได้ ตำราก็ไม่มีบอกไว้เหมือนกับเรียนตัดเสื้อหรือทำอาหารนั่นแหละ เรื่องหลัก ๆ สอนกันได้เรียนกันได้ แต่เรื่องของความงามนี่ต้องเอามาปรับเอาเอง ขึ้นอยู่กับตาของเราด้วย ฝรั่งเขาเรียกต้อง IMPROVISE เอาเอง

“อย่างตำราบอกตู้เตี้ยลึกประมาณ 50 ซม.เราดูสถานที่แล้วมันทำตู้ยาวได้แค่ 1.50 เมตร ก็อาจปรับตู้ใบนั้นให้เหลือแค่ลึก 45 หรือ 42 ซม. เพื่อไม่ให้ตู้ใบนั้นดูอ้วน ๆสั้น ๆ น่าเกลียด

“หรือตู้สูง 2 เมตร ถ้าทำลึก 60 ซม. ขึ้นไปตลอดมันก็จะดูหนักเกินไป ช่วงล่างอาจทำลึก 60 ซม. ช่วงบนทำลึก 45 ซม. ก็จะทำให้ตู้น่าดูกว่า การลดขนาดนี่เป็นลูกเล่นที่ใช้ได้ดีอย่างหนึ่ง อย่างขาของชั้นที่ออกแบบให้หนาสัก 10 ซม. ถ้าทำชั้นสูงมาก ๆ ก็จะทำให้ขาที่หนา 10 ซม.นั้นดูเทอะทะ อาจจะค่อย ๆ ลดขนาดลงเรื่อย ๆ เช่น ขาของชั้นที่สองอาจเหลือ 8 ซมง ชั้นต่อไปเหลือ 6,4,2 ซม. ก็จะช่วยได้ วิธีนี้สถาปนิกเขาก็ใช้เหมือนกัน ตึกสูง ๆมาก ๆ แล้วมีเสาใหญ่ ๆ เขาลดขนาดของเสาให้สอบเข้าเรื่อย ๆ ตามระดับความสูง ตัวอย่าง เช่น สำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทยที่ถนนพหลโยธิน สถาปนิกเขาออกแบบให้มีเสาขนาดใหญ่อยู่ตรงมุมตึกทั้งสี่เสา เสาทั้งสี่นี่เขาก็ออกแบบให้สอบเข้าไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้เราเรียนรู้ได้จากสถาปัตยกรรมโบราณ อย่างเสาที่อยู่รอบ ๆ โบสถ์ ช่างโบราณเขาก็จะทำให้เสาสอบเข้าเหมือนกัน หรืออย่างเสาบ้านสี่เหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่หน่อยเขาก็จะถากมุม ลบมุมออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็จะทำให้เสานั้นดูนุ่มนวลขึ้นมากทีเดียว งานสถาปัตยกรรมโบราณนี่แหละช่วยสอนเรื่องขนาดสัดส่วนเราได้อีกวิธีหนึ่ง

“สรุปได้ว่าเรื่องขนาดและสัดส่วนที่ดูสวยงามนี้เราต้องสังเกต จดจำ เปรียบเทียบ และปรับเปลี่ยนเอาเอง ตู้ใบที่สองก็จะดีกว่าตู้ใบแรกใบที่สามก็จะดีกว่าใบที่สอง ดีขึ้นเรื่อย ๆอย่างนี้”

ประสบการณ์ของมัณฑนากรท่านนี้คงช่วยให้คุณ ๆ ตกแต่งบ้านได้สวยสมใจนึกช่วยลดความผิดพลาดบางประการลงได้ ยังมีประสบการณ์อีกมากจากผู้รู้อีกหลายท่านที่เราจะทยอยนำเสนอต่อคุณ

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>