วิธีเลือกอะลูมิเนียมคุณภาพดี

December 24, 2011 by

อะลูมิเนียม เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติโค้ง ดัด งอ ได้ง่าย และเป็นวัสดุที่ออกแบบดีไซน์ได้หลากหลาย ไม่เป็นสนิม และสามารถทำสีและพื้นผิวได้หลากหลายตามต้องการ  ที่สำคัญอะลูมิเนียมสามารถนำมารีไซเคิลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

อะลูมิเนียมเป็นวัสดุแห่งการดีไซน์ ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ สามารถขึ้นรูปได้ตามต้องการ น้ำหนักเบา ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นฝน หรือแดด สีไม่ซีด ไม่เป็นเชื้อรา ไม่เป็นสนิม มีเฉดสีให้เลือกมากมาย ดังเช่น ในงานระดับโครงสร้าง ซึ่งจะใช้อะลูมิเนียมสำเร็จรูปอยู่แล้ว ส่วนงานตกแต่งภายในมักนิยมใช้อะลูมิเนียมสีเงินมันวาวตกแต่งขอบให้ดูทันสมัย  นอกจากนี้อะลูมิเนียมลายไม้เป็นที่นิยมใช้กันมากขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนไม้จริง

อะลูมิเนียมแบ่งตามความหนาและสี การเลือกอะลูมิเนียมขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทงานที่จะนำไปใช้  หากเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ไม่จำเป็นต้องใช้อะลูมิเนียมอย่างหนา สามารถใช้อะลูมิเนียมอย่างบางตกแต่งได้ เป็นการช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง

แต่ถ้าเป็นโครงการบ้านจัดสรรหรือที่อยู่อาศัย  ควรใช้อะลูมิเนียมที่มีความหนา  เพราะหากเลือกอะลูมิเนียมที่ไม่มีมาตรฐาน อาจจะทำให้เกิดอันตรายในการใช้งาน การนำอะลูมิเนียมที่บางมาใช้เป็นกรอบประตู-หน้าต่าง อาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว จนทำให้บานประตู-หน้าต่างตกลงมาโดนผู้ใช้งานระหว่างการใช้งานได้  นอกจากนี้อาจไม่ทนทานเพราะอะลูมิเนียมที่บางจะไม่คงรูป ทำให้บานประตู-หน้าต่างบิดเบี้ยวได้

วิธีสังเกตอะลูมิเนียมว่ามีคุณภาพหรือไม่ พิจารณาเบื้องต้นได้จากพื้นผิวของอะลูมิเนียม ถ้าเป็นอะลูมิเนียมที่ผ่านการชุบอโนไดซ์  หรือพ่นสีมาเป็นอย่างดี และผลิตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ จะมีพื้นผิวที่เนียนเรียบสม่ำเสมอ หากมีลักษณะเป็นลายเส้นหรือผิวไม่เรียบ ให้สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าเป็นอะลูมิเนียมที่ไม่มีคุณภาพ ช่วงน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา หลายบ้านที่ใช้ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม พบคราบสนิมที่ประตูหน้าต่างหลังน้ำลด อาจเป็นเพราะอะลูมิเนียมนั้นอาจจะผ่านการชุบหรือพ่นที่ไม่ได้คุณภาพ มีการซีลผิวที่บางเกินไป น้ำที่ท่วมขังอยู่นานอาจมีสารเคมีเจือปนหรืออาจมีสภาพเป็นกรด จึงสามารถทะลุผ่านฟิล์มที่ซีลไว้เข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้ออะลูมิเนียม

นอกจากนี้การใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพ เมื่อทำการรีดออกมาจะมีลักษณะเป็นลายเส้น พื้นผิวไม่สม่ำเสมอ หรืออาจมีส่วนผสมของเหล็กมากเกินไป จึงทำให้เกิดสนิมได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม บางกรณีอาจเป็นเพียงคราบน้ำ หรือสิ่งสกปรกที่เข้าไปฝังตัวอยู่ในเนื้ออะลูมิเนียมเท่านั้น

สำหรับวิธีการดูแลอะลูมิเนียม โดยทั่วไปทำได้โดยการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหรือน้ำสบู่ แล้วบิดให้หมาดๆ เช็ดเป็นประจำ พยายามไม่ให้อะลูมิเนียมแช่น้ำที่เป็นกรดหรือน้ำเค็มเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เช่น ทินเนอร์ ในการทำความสะอาดอะลูมิเนียม หากเกิดปัญหาขึ้นให้รีบแก้ไขโดยการเช็ดทำความสะอาดทันที

วิธีเลือกอะลูมิเนียมคุณภาพดี

–         ประเภทของการใช้งาน  อะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่ช่วยสร้างสีสันและความแตกต่างให้แก่บ้านและที่อยู่อาศัยได้  เนื่องจากอะลูมิเนียมที่คุณสมบัติที่โดดเด่นเกี่ยวกับการขึ้นรูปให้มีรูปทรงได้ตามจินตนาการ และสามารถดัดโค้งได้  ส่วนใหญ่จะใช้เป็นกรอบประตู หน้าต่าง และนำไปดัดแปลงเป็นแผงกันแดด หรืองานออกแบบภายใน อาทิ ราวบันได วงกบผนัง วงกบฝ้าเพดาน เพื่อความสวยงามที่แปลกตาออกไปตามจินตนาการของนักออกแบบ และความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ

–         สี  อะลูมิเนียมสีชุบที่มีคุณภาพจะมีสีผิวที่สม่ำเสมอไปตลอดเส้น สำหรับอะลูมิเนียมสีพ่นที่มีคุณภาพจะไม่เป็นคลื่น อะลูมิเนียมมีหลายสีให้เลือกใช้ เช่น อะลูมิเนียมสีชา สีน้ำตาลเข้ม สีดำ(สีค่อนข้างไปทางน้ำตาล) อะลูมิเนียมสีธรรมชาติ เทคโนโลยีพ่นสีบนอะลูมิเนียม (Porder Coating) ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น  เพราะมีสีให้เลือกมากมาย ในอดีตอะลูมิเนียมชุบสีจะมีให้เลือกสูงสุดเพียง 25 สีเท่านั้น  ในปัจจุบันสีดำ และสีเทา ซึ่งให้ความรู้สึกคลาสสิกกำลังเป็นที่นิยมทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ

–         มาตรฐานการผลิต  อะลูมิเนียมคุณภาพจะต้องมีรูปร่างตรงยาวตลอดเส้นและความหนาของหน้าตัดที่สม่ำเสมอ มีสีผิวที่เรียบสม่ำเสมอ  การชุบสีมีเฉดสีที่สม่ำเสมอ  โดยคุณภาพของอะลูมิเนียมสีพ่นจะต้องผ่านมาตรฐานของสมาคมผู้ผลิตเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American Architectural Manufacturers Association – AAMA) และผ่านมาตรฐาน ISO 9001 และ JIS(Japan Industrial Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานการสร้างแม่พิมพ์ การรีด จนกระทั่งได้อะลูมิเนียมเส้นคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาประเทศ

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>