วัสดุปูหน้าเคาน์เตอร์ในห้องครัว

August 18, 2011 by

วัสดุปูหน้าเคาน์เตอร์ในห้องครัวมีหลากหลายชนิดหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น วัสดุธรรมชาติประเภทหินแกรนิตและหินอ่อน, กระเบื้องเคลือบเซรามิค หรือ พลาสติกลามิเนท แต่ละอย่างก็ล้วนมีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับบ้านของเรา

วิธีในการเลือกใช้วัสดุปูหน้าเคาน์เตอร์ในห้องครัวให้เหมาะสม เป็นอย่างไร เรามาติดตามข้อมูลกัน

ในการตัดสินใจเลือกใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง จำเป็นจะต้องหาหลักเกณฑ์มาเป็นแนวทางเพื่อประกอบการพิจารณาและคัดเลือกเอาวัสดุที่ดีและมีความเหมาะสมมากที่สุดมาใช้งาน ซึ่งวิธีการอย่างนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่าย เกิดความผิดพลาดน้อย หรือไม่เกิดขึ้นเลย อีกทั้งยังให้ความมั่นใจในการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี เพราะได้ไตร่ตรองตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้และนำวัสดุแต่ละอย่างมาเปรียบเทียบ

อย่างไรก็ตามในขบวนการตัดสินใจ โดยมีเกณฑ์มาช่วยกำหนดนั้น ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายมักจะมีข้อยกเว้นโดยเฉพาะงานตกแต่งที่มักจะพ่วงเอาความชอบมาเป็นน้ำหนักในการตัดสินใจมากกว่าการพิจารณาถึงประโยชน์ใช้สอยอย่างจริงจัง กรณีเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอ ๆ โดยเฉพาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามมากกว่าอะไรทั้งหมด แต่กว่าจะถึงการตัดสินใจครั้งสุดท้ายก็คงต้องคิดซ้ำลังเลอยู่นานไม่น้อยกว่าจะตัดสินใจเลือกเอาวัสดุอย่างที่ชอบ

เหมือนอย่างการเลือกวัสดุที่ใช้ในส่วนที่เป็นด้านบนของตู้เคาน์เตอร์ในห้องครัวที่มักจะเป็น

ปัญหาของคนหลายคน โดยเฉพาะคนที่ใช้ห้องครัวเป็น พร้อมกับชอบของสวยของงาม เพราะการเลือกวัสดุที่ใช้จะต้องพิจารณาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะดวกในการใช้ ความทนทานและการดูแลรักษาความสะอาดที่สามารถทำได้โดยง่าย

โดยปกติทั่วไปนั้นด้านบนของเคาน์เตอร์ในห้องครัว วัสดุที่ใช้กันมากคือพลาสติกลามิเนทที่เห็นเป็นสีสันลวดลายต่าง ๆ ตามชุดห้องครัวสำเร็จรูปที่วางขายกันทั่วไป รองลงมาจากนั้นก็คือหน้าบนเคาน์เตอร์ที่กรุหน้าด้วยกระเบื้องเซรามิค ซึ่งก็จะมีทำเป็นเคาน์เตอร์คอนกรีตแล้วปูกระเบื้องทับหน้าบ้าง หรือบางทีก็ทำเป็นโครงไม้ปูไม้อัด 10 มิลลิเมตร แล้วกรุกระเบื้องทับด้านหน้าอีกที โดยใช้กาวซีเมนต์เป็นตัวจับยึดให้ติดกับแผ่นไม้อัด นอกจากนี้ก็มีวัสดุธรรมชาติอย่างเช่น หินแกรนิต หินอ่อนธรรมชาติ และหินอ่อนสังเคราะห์ที่ทำขึ้นจากพลาสติกอะครีลิค

วัสดุแต่ละประเภทที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นวัสดุที่สามารถนำมากรุหรือปูเป็นหน้าบนเคาน์เตอร์ห้องครัวได้ทั้งหมด เพียงแต่จะมีข้อเสียและข้อดีแตกต่างกันทางด้านของการใช้งานและการดูแลรักษา ซึ่งพอจะนำมาเล่าแจกแจงได้ คือ

วัสดุประเภทพลาสติกลามิเนท

พลาสติกลามิเนทเป็นวัสดุที่ทำขึ้นจากกระดาษเหนียวซ้อนทับกันและยึดด้วยกาวสังเคราะห์ (Phenolic resin) ผิวด้านหน้าจะปิดทับด้วยกระดาษสีหรือกระดาษมีลวดลาย แล้วเคลือบทับผิวหน้าด้วยสารเมลามีนเพื่อให้มีความทนทาน ทนต่อความร้อน สารละลายกรด ด่าง และรอยขีดข่วนพอควร โดยทั่วไปแล้วพลาสติกลามิเนทจะมีความหนาประมาณ 1/16 ถึง 1/20 นิ้ว ขนาดมาตรฐานของแผ่นที่ผลิต มีขนาด 4×8 ฟุต การนำมาใช้งานก็จะนำแผ่นพลาสติกลามิเนทนี้มาปิดทับลงบนแผ่นไม้อัดหรือแผ่นชิ้นไม้อัด (Particle Board) ที่นำมาประกอบเป็นหน้าบนเคาน์เตอร์อีกทีหนึ่ง

ข้อดีของพลาสติกลามิเนทคือมีสีสันและลวดลายให้เลือกใช้มากมายตามแต่จะนิยมชมชื่น สีสันลวดลายแบบไหน และช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าใช้หน้าเคาน์เตอร์ที่ผลิตขึ้นมาแบบสำเร็จรูปเป็นแผ่นชิ้นไม้อัดปิดหน้าด้วยพลาสติกลามิเนทขนาดกว้าง 60 ซม. ดัดโค้งหุ้มขอบมนของแผ่นมาด้วยเสร็จ การทำงานก็จะง่ายขึ้น เมื่อเสร็จแล้วก็จะสวยงามกว่าการนำแผ่นพลาสติกมาปิดทับแผ่นหน้าเคาน์เตอร์ขอบเหลี่ยมไม่ได้ลบมุมมนแบบธรรมดาทั่วไป

ทางด้านข้อเสียของแผ่นชนิดนี้ก็มีอยู่หลายประการด้วยกัน อย่างแรกคือเรื่องของรอยขีดหรือตัดด้วยของมีคมหรือโดนของมีคมตกกระทบ แผ่นพวกนี้จะเป็นรอยได้ง่าย และบางครั้งอาจจะถึงกับเป็นรอยแตกร้าว ทางด้านการเช็ดทำความสะอาดถ้าใช้แผ่นใยที่มีความแข็งมาขัดก็อาจจะทำให้ผิวและสีของแผ่นพลาสติกลามิเนทนี้เป็นรอยและสีซีดจางได้ โดยเฉพาะแผ่นที่มีผิวพื้นไม่เรียบจะสังเกตเห็นได้ชัดเมื่อผ่านการใช้งานและเช็ดล้างด้วยแผ่นใยขัดอย่างที่ว่า

แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติที่ไม่ใช่วัสดุที่มีความแข็งเหมือนอย่างกระเบื้องเซรามิคหรือหินธรรมชาติ จึงมีข้อดีในด้านจะไม่เกิดเสียงดังมากเวลามีวัตถุที่เป็นโลหะหรือกระเบื้องตกกระทบ และช่วยลดเสียงก้องที่จะเกิดในห้องครัวจากการที่มีพื้นที่ที่ใช้กระเบื้องเซรามิคอยู่มาก(ผิวกระเบื้องเซรามิคสามารถสะท้อนเสียงได้ดี) เช่น พื้นและผนังห้องครัวที่อยู่ใกล้ส่วนประกอบอาหาร นอกจากนี้แล้วการเลือกใช้พลาสติกลามิเนทปูด้านบนเคาน์เตอร์จะมีส่วนช่วยถนอมภาชนะเซรามิคที่เปราะบางเมื่อเกิดเผลอเรอวางแรงเกินไปไม่ให้เกิดการแตกร้าวหรือบิ่นเมื่อกระทบกับหน้าเคาน์เตอร์

กระเบื้องเคลือบเซรามิค

วัสดุประเภทนี้เป็นที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นหน้าบนของเคาน์เตอร์ห้องครัว ด้วยเหตุผลของความทนทาน ทนต่อความร้อนและสารละลายประเภทกรดและด่างได้ดีมาก และสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย โดยความสกปรกหรือคราบน้ำมันจะไม่จับแน่นกับผิวเซรามิค นอกจากนี้ถ้าเป็นหน้าเคาน์เตอร์ที่หล่อคอนกรีตแล้วปูกระเบื้องเซรามิคหน้าเคาน์เตอร์แบบนี้สามารถใช้งานหนักได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะโขลกหรือสับก็สามารถรับแรงกระแทกและน้ำหนักได้ดี พร้อมกันนั้นไม่ต้องคอยระวังปัญหาเรื่องของความเปียกชื้นเหมือนอย่างการใช้วัสดุพวกพลาสติกลามิเนท จะเรียกว่าเป็นหน้าเคาน์เตอร์ที่เหมาะจะใช้กับงานครัวหนัก ๆ ก็คงไม่ผิดนัก

การเลือกใช้วัสดุปูด้านบนเป็นกระเบื้องเซรามิคจะมีข้อเสียอยู่บางประการในเรื่องของเสียง คือจะเกิดเสียงดังกังวานเมื่อมีโลหะหรือภาชนะที่เป็นกระเบื้องตกกระทบ และแม้ว่าหน้าเคาน์เตอร์ที่ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคจะรับน้ำหนักได้ดี สามารถใช้เป็นที่สับโขลกได้ แต่มักจะต้องหาวัสดุที่มีความนุ่มหยุ่นมารองอีกทีหนึ่ง เช่น ผ้า เพื่อกันไม่ให้เกิดเสียงดังมากเกินไปในเวลาโขลกสับ นอกจากนี้ก็จะมีปัญหาในเรื่องของรอยต่อของแผ่นกระเบื้องเพราะจะเป็นที่ฝังตัวของคราบสกปรกได้ง่าย ถ้าทำความสะอาดไม่ดีพอ

นอกจากกระเบื้องเซรามิคที่เหมาะสำหรับเคาน์เตอร์ที่ใช้งานหนักแล้วก็มีวัสดุอื่นอีกอย่างเช่น หินขัด ซึ่งจะมีความทนทานมากกว่ากระเบื้องเซรามิค แต่มีข้อจำเพาะอยู่ว่าการเลือกใช้หินขัดมาเป็นหน้าเคาน์เตอร์ห้องครัว ช่างที่ทำหินขัดจะต้องเป็นช่างที่มีฝีมือจริง ๆ จึงจะได้หน้าเคาน์เตอร์ที่มีความสวยงาม นอกจากนี้แล้วการเลือกสีสันและขนาดของเม็ดหินที่ใช้ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เคาน์เตอร์สวยหรือไม่สวยได้เรียกว่าต้องใช้ความชำนาญในการเลือกสรรเป็นพิเศษพอสมควร

วัสดุธรรมชาติประเภทหินแกรนิตและหินอ่อน

สำหรับหินแกรนิตนั้นคุณสมบัติก็จะไม่ต่างจากหินขัดมากนัก แต่มีความสวยงามมากกว่า และพร้อมกันนั้นก็มีราคาสูงมากโดยเฉพาะหินแกรนิตแผ่นใหญ่ จึงไม่ค่อยนิยมนำมาทำเป็นหน้าเคาน์เตอร์เพื่อการใช้งาน หากจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการโชว์ความงามมากกว่า ส่วนหินอ่อนแม้จะเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีความสวยงามแต่จะมีปัญหามากถ้านำมาใช้เป็นเคาน์เตอร์ห้องครัว เพราะหินอ่อนจะเกิดริ้วรอยได้ง่าย ไม่ทนต่อสารละลายกรดด่างและคราบสกปรกยังสามารถฝังเข้าในเนื้อหินอ่อนและไม่สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้หมด จึงไม่นิยมนำมาทำเป็นหน้าเคาน์เตอร์ห้องครัว ที่มีใช้กันอยู่มักจะอยู่ในส่วนของห้องเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร หรือเคาน์เตอร์บาร์เพื่อประโยชน์ทางการตกแต่งมากกว่า

การเลือกวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่งมาทำเป็นหน้าเคาน์เตอร์ห้องครัวก็คงต้องค่อย ๆ พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของวัสดุแต่ละอย่างตามที่กล่าวมา นอกจากนี้ก็คงต้องพิจารณาถึงความสะดวกในการทำงานด้วย อย่างเช่นในกรณีที่บ้านสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว การจะมาหล่อเคาน์เตอร์คอนกรีตในห้องครัวเพื่อจะปูด้วยกระเบื้อง หรือทำเป็นหินขัดก็ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย เพราะส่วนนี้ถ้าจะให้ดีควรจะดำเนินการไปพร้อมกับการก่อสร้าง เพราะจะต้องมีการฝังออกมาแล้วตีไม้แบบหล่อขึ้นเป็นตัวเคาน์เตอร์ ส่วนทางด้านเคาน์เตอร์ที่เป็นพลาสติกลามิเนท การทำงานจะสะดวกรวดเร็วกว่ามาก เพราะสามารถทำไปพร้อม ๆ กับตัวตู้ทั้งหมดแล้วยกมาติดตั้งได้พร้อม ๆกัน

ในเรื่องของหน้าเคาน์เตอร์ที่ประโยชน์การใช้สอยระหว่างพลาสติกลามิเนทกับวัสดุที่เป็นกระเบื้องดูจะไม่มีข้อดีให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าอะไรจะดีกว่าอะไรอย่างจริงจัง ฉะนั้นการพิจารณานอกจากจะดูประโยชน์ใช้สอนเป็นเกณฑ์แล้ว ก็คงมาจบตรงที่ว่าใจจริงแล้วชอบความสวยงามแบบไหนระหว่างหน้าตาของพลาสติกลามิเนทกับกระเบื้องเซรามิคหรือวัสดุที่เป็นหินอย่างอื่น ๆ  ชอบอย่างไหนก็เลือกใช้อย่างนั้น เห็นทีจะดีที่สุดสำหรับการเลือกใช้วัสดุปูหน้าเคาน์เตอร์ในห้องครัว

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ