ลูกเล่นแต่งพื้นห้องให้ดูสวยงามและแปลกตา

July 30, 2011 by

พื้นห้องระนาบเรียบ ๆ ที่อยู่ส่วนล่างสุดของห้องและล่างสุดของงานตกแต่ง ถึงแม้ว่าจะมีงานตกแต่งอื่น ๆ ที่ทำให้มองเห็นความสวยงามได้อย่างเต็มที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นผนังเพดาน แต่พื้นห้องก็มีอิทธิพลมากพอดูที่จะมีส่วนช่วยทำให้ห้องดูสวยงามไม่น้อยได้เช่นกัน

ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งภายใน งานตกแต่งในส่วนต่าง ๆ นั้นล้วนแต่ต้องการความประณีตด้วยกันทั้งนั้น และขั้นตอนของงานตกแต่งส่วนต่าง ๆ ก็มีมากมายหรือซับซ้อน แต่เมื่อเทียบกับการแต่งพื้นห้องแล้วดูจะเป็นงานที่น้อยที่สุดก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราตัดสินใจเลือกวัสดุใด ๆ สักอย่าง การปูพื้นก็เป็นงานที่จะสามารถทำในคราวเดียวให้เสร็จสิ้นลงไปได้

โดยทั่วไปแล้วเรามักต้องการพื้นห้องที่ค่อนข้างเรียบ ในความเรียบนี้มักจะใช้วัสดุเพียงชนิดเดียว แต่เราก็อาจตกแต่งพื้นให้มีลูกเล่นเท่ากับส่วนอื่นได้ ถึงแม้ว่าเราไม่อาจทำพื้นห้องให้เป็นลอนเป็นคลื่นเหมือนกับที่ผนังได้ เราไม่อาจแต่งคิ้วที่พื้นให้มีลูกเล่นเหมือนเพดานได้ก็ตาม  เรามักจะคิดกันเสมอว่าพื้นไม่ควรตกแต่งด้วยวัสดุหลายชนิดนัก เพราะนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้วยังเป็นความยุ่งยากทั้งในด้านงานตกแต่งและการดูแล ที่มีให้เห็นโดยทั่วไปของการแต่งพื้น คือการใช้วัสดุชนิดเดียวกัน เช่น แผ่นไม้ ไม้ปาร์เก้ต์ แผ่นกระเบื้องเคลือบ หินอ่อน หรือพรม ปูหรือแต่งตลอดทั้งห้อง สิ่งที่จะทำให้มีลูกเล่นดูแปลกตาออกไปก็เห็นจะได้แก่ การวางแนวการปูพื้น เช่น การปูแผ่นไม้ตามแนวความยาวของห้อง อาจจะเป็นแนวขวางห้อง หรือแนว 45 องศาของห้องก็ได้ แต่จะเป็นแนวเดียวกันหมด วางอย่างเป็นระเบียบ และเป็นวัสดุแบบเดียวกันทั้งหมด หรือการปูแผ่นกระเบื้องเคลือบเรียงตามแบบรูปห้องอย่างเป็นระเบียบ หรือแนวตารางสี่เหลี่ยมธรรมดา หรือเป็นแนวก่ออิฐ แนว 45 องศาของรูปห้อง ซึ่งการปูแผ่นกระเบื้องเคลือบอาจใส่ลูกเล่นตรงที่การปูสลับสีตัดลวดลายกันไป ทำให้เกิดความสวยงามที่ต่างออกไปได้

การใช้หินอ่อนซึ่งมีทั้งสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะเรียงตรง ๆ ธรรมดาหรือสลับคล้ายกับกรณีของแผ่นกระเบื้องเคลือบก็ได้ แบบหนึ่งที่นิยมใช้กับหินอ่อนก็คือ การปูสลับสีเป็นตารางหมากรุกทั้งในแนวตรงและแนว 45 องศา หรือการเน้นขอบตามรูปแบบของห้อง เป็นต้น

การใช้พรมมีทางเลือกสองประการด้วยกัน คือการปูเต็มห้อง ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียบหรือมีลวดลาย หรือการหาพรมผืนปูเฉพาะบริเวณที่ต้องการ

เหล่านี้ล้วนแต่เป็นแบบการตกแต่งพื้นห้องที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป และคงจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่านี้ได้อีก เพราะพื้นห้องต้องเสมอกันอันเป็นกฎตายตัวก็ว่าได้

แต่เราอาจหาลูกเล่นจากความเรียบเหล่านี้และจากวัสดุต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วนี้มารวมกันเพื่อแต่งพื้นให้สวยงามและแปลกตากว่าที่เคยเป็นอยู่กันได้ จากเนื้อที่การใช้สอยภายในหนึ่งห้องที่ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนหรือว่าเท่าเทียมกันหมด มีอยู่เช่นกันที่อาจจะใช้เนื้อที่ส่วนหนึ่งมากกว่าอีกส่วนหนึ่ง หรือใช้เนื้อที่หลักมากกว่าเนื้อที่รอง อย่างเช่น จะเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจากห้องรับแขก บริเวณรับแขก บริเวณที่วางชุดรับแขกจะเป็นส่วนที่มักจะใช้มากกว่าส่วนอื่น ๆ บางคนอาจจะเพิ่มวัสดุพิเศษให้กับบริเวณนี้ จากพื้นห้องทั้งหมดซึ่งเป็นไม้ปาร์เก้ต์ เพิ่มพรมผืนเฉพาะบริเวณที่วางเฟอร์นิเจอร์ชุดรับแขก ทำให้บริเวณเด่นขึ้น ซึ่งเราก็อาจจับเอาลักษณะเช่นนี้มาใช้ในการแต่งพื้นห้อง แต่ทำในลักษณะที่ค่อนข้างถาวรกว่า ทำให้ความเรียบร้อยต่อการตกแต่งมีมากกว่า

เราจับเอาวัสดุต่างชนิดกันมาบรรจุลงในระนาบเดียวกันของห้องใดห้องหนึ่งด้วยกัน เช่นว่า วัสดุที่เป็นไม้อยู่กับพรม ไม้กับเซรามิค ไม้กับหินอ่อน หินอ่อนกับพรม เซรามิคกับพรม หรือเซรามิคกับหินอ่อน ซึ่งวัสดุต่างชนิดกันต่างก็มีวิธีการติดตั้งหรือปูพื้นแตกต่างกัน การเลือกใช้คู่ใดคู่หนึ่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ที่เป็นปัญหาต่อการติดตั้งอย่างมากเห็นจะได้แก่ ไม้กับเซรามิคหรือไม้กับหินอ่อน เพราะต่างก็เป็นวัสดุที่ไม่สามารถยืดหยุ่นกันและกันได้เลย และต่างก็มีปัญหาที่ตรงข้ามกัน เช่นไม้ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้เข้าลิ้นหรือไม้ปาร์เก้ต์ ในการปูหรือการติดตั้งนั้นต้องแน่ใจว่าพื้นที่ที่จะปูปราศจากความชื้นแน่นอน เพราะหากมีความชื้นมาก หลังจากการปูไว้ไม่นานไม้ก็จะโก่งงอตัวขึ้นมาเป็นคลื่น ซึ่งในกรณีนี้ต้องปูหินอ่อนหรือเซรามิคก่อน โดยกะความสูงของระดับผิวหน้าเอาไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากเซรามิคไม่สามารถแต่งผิวหน้าหลังการปูได้เลย แต่ในขณะที่ไม้สามารถที่จะไสให้ผิวสม่ำเสมอได้ และในกรณีที่จะปูแผ่นหินอ่อนหรือ

เซรามิครวมกับไม้นี้ ควรต้องปูแผ่นไม้อัดลงบนบริเวณที่จะติดตั้งแผ่นไม้ เพื่อป้องกันการหลุดล่อนของไม้และช่วยเป็นตัวยึดแผ่นไม้ให้แน่นหนาขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นไม้ เช่น ปูแผ่นไม้อัด 10-20 มิลลิเมตร กับไม้หนา ½ นิ้ว, ¾ นิ้ว เป็นต้น กะความหนาของแผ่นไม้อัดกับแผ่นไม้ที่จะปู เผื่อความหนาเกินไว้นิดหน่อย แล้วใช้ความหนาส่วนนี้เป็นความหนาของการปูแผ่นกระเบื้องเคลือบซึ่งต้องปูไว้ก่อน เพราะไม่ว่าแผ่นกระเบื้องเคลือบและหินอ่อนนี้อาจต้องรองพื้นให้หนาด้วยซีเมนต์ซึ่งต้องมีความเปียกชื้นเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้ไม้โก่งงอได้ ต้องปล่อยให้แห้งสนิทแล้วจึงปูแผ่นไม้ดังที่กล่าว

วัสดุที่ใช้กรรมวิธีในการปูใกล้เคียงกัน อย่างเซรามิคและหินอ่อน ซึ่งเลือกนำมาเล่นคู่กัน ไม่ค่อยเป็นปัญหามากนัก

วัสดุต่างชนิดกันอย่างมากก็นำมาจัดแต่งคู่กันได้ เช่น ไม้กับพรม หินอ่อนกับพรม หรือเซรามิคกับพรม เหล่านี้ต่างก็ไม่เป็นปัญหามากมาย เพราะพรมสามารถนำมาติดตั้งได้ภายหลัง ควรติดตั้งวัสดุพวกไม้ หินอ่อน หรือเซรามิคให้เรียบร้อยไว้ก่อน ขัดแต่งผิวต่าง ๆ แล้วจึงจะนำพรมมาติดเป็นขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นวัสดุใด ๆ ก็คือ วัสดุทุกชนิดนี้จะต้องปูลงบนพื้นปูน (SLAB)ฉะนั้นต้องมีการเตรียมการไว้ก่อนแล้ว เช่นการปรับระดับพื้นหรือการทำผิวหน้าขรุขระเพื่อการยึดเกาะสำหรับวัสดุที่จะปูทับอีกครั้ง

นอกจากนี้แล้วการเลือกวัสดุต่างชนิดยังต้องใช้งานช่างมากขึ้น ช่างจึงต้องรู้งานและรับผิดชอบงานพอสมควร เช่น ช่างไม้หนึ่งงาน และช่างเซรามิคหนึ่งงาน ซึ่งควรที่จะเป็นช่างในผู้รับเหมาเดียวกันจะเป็นการดี เพราะเขาจะไม่เกี่ยงงานกันในด้านการเก็บส่วนละเอียดและสามารถควบคุมได้ งานจึงจะออกมาสวยงาม แต่หากเป็นวัสดุใด ๆ ก็ตามกับงานพรมก็ไม่เป็นปัญหา เพราะช่างปูพรมแน่นอนย่อมมาจากบริษัทขายพรมโดยตรง และจะมาปูก็ต่อเมื่องานพื้นส่วนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เป็นธรรมดาอยู่เอง ที่ของสวยงามย่อมมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนและยากกว่า แต่ถ้าทำได้บ้านก็จะดูสวยงามและดูแปลกตากว่าการปูหรือติดตั้งวัสดุชนิดเดียวธรรมดา ๆ และแน่นอนราคาก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ควรตัดสินใจให้ถูกต้อง

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>