ระดับสูงต่ำของพื้นบ้านหรือตัวบ้าน

November 30, 2011 by

ระดับบ้าน อาจจะเข้าใจได้ต่างๆกัน บ้างก็คงจะไม่เข้าใจบ้างก็เข้าใจว่าหมายถึงบ้านในลำดับชั้นของความสวยความแพงต่างๆกัน จริงๆแล้วหมายถึงระดับสูงต่ำของพื้นบ้าน ตัวบ้านต่างหาก ระดับดินคือตรงไหน ระดับพื้นคือตรงไหน ระดับถนนคือตรงไหน ระดับท้องคานระดับท้องฝ้าคือตรงไหน เวลากำหนดระดับเหล่านี้จะกำหนดอย่างไร มีเกณฑ์อย่างไร เจ้าของบ้านเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาคุยกับช่างที่ปลูกบ้านให้ตน ความรู้เรื่องระดับสูงต่ำของตัวบ้านนั้น เจ้าของบ้านอีกมากยังไม่เข้าใจ

เราคงได้ยินคำว่าระดับศูนย์ศูนย์อยู่บ่อยๆ ระดับที่ว่านี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร ตอบง่ายๆ เลยว่าก็หมายถึงระดับที่จะใช้อ้างอิงในการกำหนดหรือระบุความสูงต่ำของพื้นอาคารเป็นพื้นชั้นล่างของบ้านหลังหนึ่ง ระบุว่าให้สูงจากพื้นดินเมื่อถมและปรับแล้ว 80 ซม. หรือระบุว่าพื้นชั้นบนนั้นคือระดับ +3.90 เมตร การที่เราทราบว่าพื้นชั้นล่างสูงเท่าใด ระดับพื้นชั้นบนคือเท่าไรนั้น วิธีการของช่างก็คือ จะต้องมีระดับอ้างอิงหรือที่เรียกว่าระดับศูนย์ศูนย์นั่นเองเป็นตัวการสำคัญ โดยเราจะนับจากระดับนี้เป็นเกณฑ์

ปัญหาในเรื่องนี้อยู่ที่ว่าเรามีหลักมีเกณฑ์ หรือมีข้อกำหนดอย่างไรในการเลือกตำแหน่งที่จะใช้เป็นระดับอ้างอิงดังกล่าว หลักการง่ายๆ ก็คือ การใช้ที่ราบปกติที่เราใช้สอยอยู่ประจำ เช่น สนามหญ้า ถนน ในกรณีของบ้านอยู่อาศัย เรามักจะใชสนามเป็นเกณฑ์ ซึ่งก็คือใช้ระดับดินเป็นเกณฑ์นั่นเอง โดยระดับที่ว่านี้คือระดับปกติที่เราต้องการ ในทำนองเดียวกัน ระดับที่เราต้องการก็ต้องมีหลักในการกำหนดเช่นเดียวกัน โดยทั่วไปจะกำหนดจากระดับถนนหน้าบ้าน คนกรุงเทพฯนิยมกำหนดระดับดินให้สูงกว่าถนนภายนอกเพื่อป้องกันน้ำท่วม เพื่อต้องการความสูงที่พิเศษกว่าคนอื่น เช่นกำหนดระดับดินของตนสูงกว่าถนน 30-50 ซม. เมื่อถมดินจนได้ระดับแล้ว ก็จะยึดเอาผิวดินที่ถมนั้นเป็นระดับอ้างอิง(ศูนย์ศูนย์) เพื่อกำหนดความสูงของถนนภายในและระดับพื้นบ้านต่อไป

ถึงตรงนี้ บางท่านอาจจะสงสัยว่าระดับศูนย์ศูนย์นั้นอะไร คำวาศูนย์ศูนย์ก็มาจากตัวเลข 0.00 เมตร มีหน่วยเป็นเมตร ความหมายก็คือ ศูนย์เมตรศูนย์เซนติเมตร นั่นเอง พวกนายช่างสถาปนิกเลยเรียกย่อว่าศูนย์ศูนย์ การถือเอาระดับดินที่ต้องการเป็นระดับอ้างอิงนั้นน่าจะเป็นตัวอ้างอิงที่ดีที่สุด เพราะจะเป็นตัวกำหนดระดับขององค์ประกอบอื่นๆได้อีกมาก เช่น ระดับฝาท่อระบายน้ำในสนาม เราก็จะทำให้อยู่ในระดับดินนั้น

ในบางครั้ง สถาปนิกหรือนายช่างก่อสร้างจะถือเอาระดับศูนย์ศูนย์ที่ถนนภายนอกที่ติดกับที่ดินนั้นๆ เช่น ถนนซอย ถนนตรี ในความเห็นคิดว่าไม่เหมาะนัก เพราะจะต้องไปวัดอ้างอิงจากภายนอกถนนนั้น เป็นการไม่สะดวกอย่างมาก ยิ่งกรณีที่ถนนซอยนั้นมีโครงการจะยกสูงขึ้นในอนาคต ยิ่งทำให้การอ้างอิงยากขึ้น โดยทั่วไปหากทราบความสูงของถนนที่จะยกขึ้น ก็จะกำหนดระดับดินในบ้านให้สูงกว่าถนนที่จะยกนั้นตามที่ต้องการ

ในทางปฏิบัติ ขณะก่อสร้างอาคารบริเวณที่ก่อสร้างอาจจะยังไม่ได้ถมถึงระดับที่ต้องการ การกำหนดความสูงของพื้นบ้านตามหลักการดังกล่าวก็ยังทำได้ โดยหาระดับของผิวดินที่ต้องการให้สูงขึ้นนั้น แล้วทำเครื่องหมายเอาไว้เป็นระดับศูนย์ศูนย์ และสามารถถ่ายระดับดังกล่าวไปยังบริเวณอื่นๆได้ตามต้องการโดยใช้ระดับน้ำ

สิ่งที่เป็นปัญหาต่อมาก็คือความความสูงของตัวบ้านนั้นจะเป็นเท่าใดดี ความสูงดังกล่าวหมายถึงความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานตามความเหมาะสมต่อการใช้สอยและต่อความรู้สึก นับอยู่ในช่วง 2.40-2.80 เมตร หากจะทำสูงกว่านั้นก็คงไม่มีใครห้าม นอกจากจะเปลืองวัสดุก่อสร้างมากขึ้น การกำหนดความสูงดังกล่าวอาจจะต้องเขียนแยกกันระหว่างฝ้าเพดานและระดับท้องคานชั้นบน เพราะระดับฝ้าเพดานควรจะอยู่คนละระดับกับระดับท้องคานในทำนองเดียวกัน ความสูงของชั้นบนชั้นอื่นๆก็ใช้หลักการเดียวกัน โดยแบบก่อสร้างนั้นมักจะกำหนดความสูงระหว่างคานถึงคานมากกว่าพื้นถึงฝ้า เพราะ “คาน” เป็นองค์ประกอบโครงสร้างที่สำคัญ และจะต้องก่อสร้างก่อนทำพื้นและฝ้า ขณะเดียวกันในแบบก่อสร้างนั้นก็จะระบุความสูงระหว่างพื้นกับฝ้าเพดานเอาไว้ด้วยสำหรับการก่อสร้างในส่วนนี้

นอกจากระดับคาน ระดับพื้น และฝ้าแล้ว ในแบบก่อสร้างยังกำหนดระดับอเส ระดับอกไก่ เอาไว้สำหรับการก่อสร้างได้ตามแบบ

ระดับความสูงที่กำหนดนั้น หากมีระยะสูงกว่าระดับศูนย์ศูนย์ ก็จะมีเครื่องหมาย+กำกับ เพื่อให้ชัดเจนว่าบริเวณนั้นๆ “สูงกว่า” เช่น พื้นบ้านสูง +0.80 จากระดับอ้างอิงพื้นห้องน้ำสูง +0.70 จากระดับอ้างอิง หากพื้นที่ใดต่ำกว่าระดับอ้างอิงก็จะมีเครื่องหมาย- เช่นระดับห้องใต้ดินเป็น -2.20 เป็นต้น โดยการนี้ ระดับศูนย์ศูนย์ก็จะมีเครื่องหมายเป็น +-0.00 ซึ่งหมายความว่า อยู่ตรงกลางระหว่างระดับที่จะสูงขึ้นและต่ำลง

 

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>