บ้านเล่นระดับหรือบ้านชั้นครึ่ง : ระดับการใช้สอยในการออกแบบบ้าน

September 20, 2011 by


สัญชาตญาณของมนุษย์และสัตว์หลาย ๆ ชนิดมักจะชอบอยู่ในที่สูง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ถ้าให้เราเลือกนอนระหว่างชั้นล่างกับชั้นบนบ้าน เราจะเลือกชั้นบน ถ้าเราจะอยู่บ้านชั้นเดียวบ้านนั้นก็มักจะอยู่บนเนิน

การออกแบบบ้านเล่นระดับหรือออกแบบบ้านชั้นครึ่งนับเป็นการออกแบบเพื่อตอบสนองสัญชาตญาณดังกล่าว ในทำนองเดียวกันการกำหนดห้องหรือเนื้อที่ใช้สอยที่อยู่ต่างระดับกันยังให้ผลต่อความรู้สึกและต่อสภาพการใช้สอย เพราะว่า

-  ระดับของพื้นห้องหรือบริเวณที่ต่างกันจะช่วยลดความซ้ำซากของการสัญจรไปยังบริเวณต่าง ๆ กับทำให้มุมมองหรือทัศนียภาพภายในห้องได้บรรยากาศที่แตกต่างกัน

-  ระดับที่แตกต่างกันช่วยแยกห้องหรือส่วนใช้สอยที่อยู่ติดกันให้เกิดความแตก ต่างอย่างชัดเจน ช่วยลดความสับสนของการใช้ และช่วยสร้างความเป็นสัดส่วนให้เกิดขึ้นในความรู้สึก

ด้วยเหตุผลทั้งสองประการจึงทำให้บ้านเล่นระดับมีความน่าสนใจกว่าบ้านชั้นเดียวและบ้านสองชั้น

 

ในทำนองเดียวกันบ้านเล่นระดับ ซึ่งรวมไปถึงบ้านชั้นครึ่งด้วยนั้นมีข้อได้เปรียบที่สามารถเล่นรูปทรงของบ้านได้ดีกว่า เพราะการกำหนดระดับที่แตกต่างกันมักจะทำให้รูปด้านของอาคารมีความสูงต่ำแตกต่างกันด้วย เมื่อมองในแง่ความงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว รูปทรงที่แตกต่างกันในด้านความสูงจะให้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง สร้างความน่าสนใจให้เกิดขึ้น

บ้านเล่นระดับในรูปแบบบ้านชั้นครึ่งที่กำหนดส่วนใช้สอยต่าง ๆ ครบถ้วนตามมาตรฐาน คือเป็นบ้านสามห้องนอน ห้องนอนแรกอยู่ชั้นล่าง อีกสองชั้นอยู่ชั้นบน บ้านอยู่อาศัยรวมถึงบ้านจัดสรรส่วนใหญ่จะมีสามห้องนอน  เพราะจำนวนสามห้องนั้นเป็นจำนวนพอดี ๆ สำหรับหนึ่งครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยพ่อแม่และลูก ดังนั้นบ้านสามห้องนอนก็เลยดูจะ “ลงตัว” ด้วยประการฉะนี้ หากมีคุณตาคุณยาย หรือปู่ย่าอยู่ด้วยเราก็มักจะให้ท่านนอนข้างล่างเพราะคงขึ้นบันไดไม่ไหว ถึงไหวก็ไม่สะดวก เกิดพลัดตกหกลงมาเดี๋ยวจะเสียใจกันยกใหญ่ ห้องนอนในชั้นล่างก็คงจะต้องออกแบบ คือ ตระเตรียมเอาไว้แต่แรก หรือกั้นห้องเพิ่มเติมหากทำได้

สำหรับห้องอื่น ๆก็มีไว้ให้ตามมาตรฐานของสภาพการใช้ชีวิต มีห้องอีกห้องหนึ่งที่เราและโดยเฉพาะสถาปนิกมักจะไม่นึกถึงกันเลย ซึ่งก็คือห้องพระ ทั้งที่พวกเราส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธ สาเหตุก็อาจจะว่าไม่จำเป็น เพราะไม่มีข้อบังคับว่าชาวพุทธจะต้องมีพระพุทธรูปบูชากันมาก ๆ องค์ ถึงตรงนี้ขอแทรกนิดหนึ่งว่าเรามักใช้คำเรียกพระภิกษุสามเณรกับพระพุทธรูปบูชากันผิด คือมักจะเรียกพระภิกษุ สามเณรเป็นองค์ เช่น ใส่บาตรพระ 9 องค์ จริง ๆ แล้วพระภิกษุสามเณรเราต้องเรียกเป็น “รูป”

โดยทั่วไปเราก็ไม่ได้มีพระบูชากันมากมายนัก มีสัก 3 องค์ก็เรียกว่าพอสมควรแล้ว ดังนั้นก็เลยไม่จำเป็นต้องสร้างห้องพระขึ้นมา หามุมหาที่เหมาะก็วางโต๊ะหมู่บูชาชุดเล็ก ๆ ได้ ดังนั้นสถาปนิกก็เลยทำลืมห้องพระไปเสีย มาตรฐานอีกประการหนึ่งถึงสองประการก็คือจะต้องมีห้องคนใช้พร้อมห้องน้ำ กับโรงรถ สองสิ่งนี้ดูจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตปัจจุบัน นับตั้งแต่คนชั้นกลางคือมีรายได้ปานกลางขึ้นมาจนถึงมหาเศรษฐี

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ