อ่อนนุ่มบนผืนพรม

December 7, 2011 by

เรื่องของพื้น ถ้าจะว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องพื้นๆ ที่แปลว่าธรรมดาเลย เพราะมีวัสดุให้เลือกใช้ตั้งมากมายก่ายกอง สุดแท้แต่ว่าใครจะเลือกนำไปใช้ให้เหมาะสมกับการตกแต่ง และเหมาะกับความพอใจของตน ไม่ว่าจะเป็นไม้ หินชนิดต่างๆ กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องยาง พรม หรือ ฯลฯ สำหรับในตอนนี้ จะขอกล่าวเฉพาะเรื่องของพรมเท่านั้น

บรรดาวัสดุปูพื้น พรมนับเป็นวัสดุที่มีความน่าสนใจอยู่ในตัวเองทั้งนี้เพราะพรมเป็นงานหัตถกรรมที่ถือกำเนิดขึ้นในโลกเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ก็คือพรมเปอร์เซีย ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นพรมที่มีลวดลายงดงามเป็นเอกลักษณ์ นับเป็นมรดกตกทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน นอกจากความสวยงามบนผืนพรม พรมยังมีความนุ่มนวลที่เสริมสร้างให้สถานที่นั้นๆงดงามมีชีวิตชีวา ลดความแข็งกระด้างของอาคาร และสร้างความภูมิฐานให้กับสถานที่

จำนวนพรมที่มีจำหน่ายอยู่ในบ้านเรานั้น สามารถแบ่งได้ตามลักษณะการทอดังนี้ คือ พรมทอมือ เป็นพรมที่ใช้ฝีมือคนในการทอให้เกิดเป็นผืนพรม ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการทอนาน และต้องใช้ความสามารถสูง ในอดีตคนที่ทอพรมถึงกับตาบอดทีเดียวเมื่อทอพรมสำเร็จผืนหนึ่ง พรมประเภทนี้แม้ใช้เวลานานในการผลิต และมีราคาแพง แต่ก็ได้รับความนิยมสูงมาก สำหรับพรมประเภทนี้ ที่ฉลากจะระบุอักษร H หมายถึง พรมขนสัตว์ทอมือ และ SH หมายถึง พรมอะครีลิกทอมือ

เมื่อโลกจำเริญด้วยวิวัฒนาการต่างๆ พรมทอเครื่องก็ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้เครื่องจักรในการทอ พรมประเภทนี้มีกรรมวิธีการทอหลายวิธีที่จะให้ลวดลายต่างๆ กันไป ในบ้านเรามีการผลิตอยู่ 3 แบบ คือ ทอจักรธรรมดา พรมที่ได้มีสีเรียบหรือเป็นลายริ้ว(Stripe)สลับสี วิธีที่สอง เป็นการทอแบบที่เรียกว่า Cobble พรมที่ทอด้วยวิธีนี้จะมีลวดลายง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน เช่น ลายเรขาคณิตต่างๆ เป็นต้น และการทอแบบสุดท้าย เป็นการทอที่เรียกว่า Axminster พรมที่ผลิตได้จะมีลวดลายสวยงาม และมีความสลับซับซ้อนมากกว่าแบบ Cobble บนฉลากของพรมทอเครื่องจะระบุชื่อที่ใช้เรียกกรรมวิธีการทอไว้ เช่น Axminster เป็นต้น

นอกจากพรมทั้งสองประเภทนี้แล้ว ยังมีพรมประเภทที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยการอัดเส้นใยสังเคราะห์ออกมาเป็นแผ่นๆ เรียกว่า พรมอัด พรมพวกนี้มักจะมีสีเรียบๆสีเดียว มีขนสั้นๆ เป็นฝอยๆ สำหรับฉลากนั้นพรมประเภทนี้ไม่เคยเห็นเพราะพรมที่มีฉลากระบุส่วนใหญ่จะเป็นพรมชิ้น ส่วนพรมประเภทนี้จะเป็นพรมม้วน นอกเหนือจากการระบุลักษณะการทอแล้ว บนฉลากยังระบุ Series Number ผลิตเมื่อไร ขนาด และคุณภาพของพรม อันเป็นข้อมูลที่ผุ้ซื้อจำเป็นต้องทราบ เพื่อให้ได้พรมที่เหมาะสมกับการใช้งาน

คุณภาพของพรมก้ได้แก่ น้ำหนัก โดยทั่วไปจะระบุเป็นปอนด์ต่อตารางหลา อันหมายถึงในหนึ่งตารางหลา พรมจะมีน้ำหนักตามที่ระบุไว้บนฉลาก หรือเทียบได้กับความหนาแน่นของเส้นใยที่นำมาทอ สำหรับพรมเปอร์เซียเขาจะมีการกำหนดที่แตกต่างกันไป โดยจะดูที่ความหนาแน่นของเงื่อนปม(Knot) ต่อตารางนิ้ว เนื่องจากเป็นพรมที่ผลิตด้วยการผูกเงื่อนปมของเส้นใยไหม พรมชนิดนี้จะมีขนสั้น แต่อัดแน่นมาก หากคิดน้ำหนักพรมเปอร์เซียเป็นปอนด์ต่อตารางหลาแล้ว จะมีน้ำหนักโดยประมาณถึง 8.50 ปอนด์ทีเดียว

ปกติพรมที่มีผลิตและจำหน่ายอยู่จะมีน้ำหนักอยู่ในระหว่าง 1.75-4.50 ปอนด์ต่อตารางหลา หรืออาจจะมีมากถึง 8.50 ปอนด์ต่อตารางหลาในกรณีที่เป็นพรมทอมือ ทางผู้ผลิตได้ให้ข้อคิดว่า หากน้ำหนักยิ่งมากเท่าไร พรมก็จะยิ่งมีความอ่อนนุ่มมากเท่านั้น รวมทั้งบรรดาสิ่งสกปรกต่างๆจะเกาะอยู่แต่ผิวหน้า ไม่สามารถแทรกตัวลงไปได้ เนื่องจากเส้นใยที่ทอจะอัดตัวกันแน่นมาก โดยทั่วไปน้ำหนักที่นิยมใช้กันทั้งในสำนักงานและบ้านพักอาศัยก็มักจะเป็นขนาดน้ำหนัก 2.50 ปอนด์ต่อตารางหลา อันเป็นน้ำหนักที่กำลังนุ่มเท้า

สิ่งที่ควรคำนึงถึงประการต่อมาก็คือ ลักษณะขนพรมที่ผลิตและจำหน่ายอยู่นี้จะมีขนอยู่ 2 ลักษณะ คือขนห่วง (Loop Pile) เป็นการทอแบบไม่ตัดขน พรมที่ทอออกมาจะดูหยาบ แต่มีความแข็งแรงทนทาน มักนิยมใช้ในบริเวณที่มีการเหยียบย่ำสูง เช่น สำนักงาน

ขนพรมอีกชนิดหนึ่งคือ ขนตัด (Cut Pile) เป็นการทอพรมที่มีการตัดแต่งขนเมื่อทอเสร็จ พรมที่ได้มีลักษณะอ่อนนุ่มและสวยงามกว่า แต่มีความแข็งแรงน้อยกว่า ดังนั้นจึงเหมาะที่จะใช้งานในบริเวณที่มีการเหยียบย่ำน้อยกว่า เช่น ห้องนอน ห้องทำงานของผู้บริหาร

ขนาด ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึง เพื่อให้ได้พรมตามขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยทั่วไปพรมชิ้นจะมีขนาดมาตรฐานดังนี้คือ 3×5, 4×6, 6×9 และ 9×12 โดยมีหน่วยวัดเป็นฟุต ส่วนพรมม้วนก็จะตัดออกมาเป็นชิ้น ๆ ตามขนาดของสถานที่หรือสั่งทอตามขนาดของสถานที่นั้นก็ได้

เส้นใยที่นำมาถักทอเป็นพรมนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ สามารถแบ่งได้เป็นเส้นใยจากธรรมชาติ(ทั้งพืชและสัตว์) อันได้แก่

ขนสัตว์ (Wool) เช่น ขนแกะ โดยทั่วไปก็จะมีทั้งขนสัตว์ 100 เปอร์เซ็นต์ และผสมด้วยไนลอนในอัตราส่วน 8:2(ไนลอน 20 เปอร์เซ็นต์) พรมที่ผลิตจากขนสัตว์นี้จะมีคุณภาพดี ราคาแพง แต่ให้ความอบอุ่น นุ่มนวล ยืดหยุ่นดี ทนไฟ และไม่ดูดซับสิ่งสกปรก

ขนหรือผมสัตว์ (Animal Hair) เป็นขนของสัตว์จำพวกแพะ วัว ม้า หรือหมู บางครั้งก็ผสมกับเส้นใยสังเคราะห์ประเภทเรยอน หรือผสมกับ Woolคุณสมบัติใกล้เคียงที่ผลิตจาก Wool

เส้นใยจากพืช อาทิ ปอ ส่วนใหญ่ใช้ทำ Backing ของพรม Sisal เยื่อไม้จากต้นยาดำใช้ทำพรมประเภท Carpet tile พรมกระเบื้อง นอกจากนี้ก็มีใยมะพร้าว ฝ้าย ไหม ลินิน เป็นต้น

เส้นใยอีกประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ทำพรม เป็นเส้นใยที่ผลิตขึ้นจากการสังเคราะห์ อันได้แก่

อะครีลิก เป็นใยสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงขนสัตว์มาก คือให้ความอบอุ่น อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี ทำความสะอาดง่าย และติดไฟ

ไนล่อน พรมที่ทอจากเส้นใยนี้ถือว่าเป็นพรมที่มีคุณภาพดี ราคาแพง มีความนุ่มนวล สวยงาม ใกล้เคียงขนสัตว์ แต่พรมประเภทนี้ดูดซับความสกปรกง่าย ในขณะเดียวกันก็ทำความสะอาดง่าย มีข้อเสียตรงที่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตและติดไฟง่าย แต่ปัจจุบันกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัยได้แก้ไขข้อบกพร่องตรงนี้ได้แล้ว และที่สำคัญ ราคาแพง

วิสคอส เรยอน (Viscose Rayon) เป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงไนลอน แต่ราคาถูกกว่า

โพลีเอสเตอร์ เส้นใยนี้มักใช้ผสมกับไนล่อน พรมที่ผลิตจากเส้นใยนี้จะมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ (Waterproof)ทำความสะอาดง่าย และอ่อนนุ่ม

โพลีโพรไพลีน โดยทั่วไปมักใช้เส้นใยประเภทนี้ทอเป็น Backing แต่ในขณะนี้ได้มีการนำมาทอเป็นผืนพรม พรมที่ได้มีความแข็งแรงทนทาน และทำความสะอาดง่าย

พรมประเภทที่ผลิตจากใยสังเคราะห์นี้ในบ้านเราที่มีจำหน่ายอยู่ก็ได้แก่ อะครีลิก ไนลอน และโพลีโพรไพลีน โดยประเภทหลังนี้ผู้ผลิตกำลังพยายามแนะนำให้ผู้บริโภคใช้แทนอะครีลิก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีกว่าอะครีลิกอยู่หลายประการ คือ มีความแข็งแรงทนทานกว่าและไม่ดูดซับสิ่งสกปรก

สำหรับข้อกำหนดเหล่านี้ ผู้ผลิตจะมิได้ระบุลงบนลาก แต่ส่วนใหญ่จะระบุลงใบออร์เดอร์ เป็นต้นว่า พรมคุณภาพ H 450 ขนาดตามแปลน สีและลายตามตัวอย่าง ถ้าหากพับขอบจะระบุคำว่า F/R (Finish Rug) เท่านี้ทางผู้ผลิตก็จะผลิตพรมและส่งไปให้ตามที่กำหนด โดยทางผู้ผลิตได้อธิบายว่า พรมที่ได้จะมีคุณภาพตามที่สั่งทุกประการ เนื่องจากผู้ผลิตจะต้องรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของตนเอง ดังนั้น การเลือกซื้อ ผู้ซื้อควรจะเลือกซื้อจากบริษัทที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้จะเป็นการดีที่สุด เพราะเรามีมาตรฐานในอันที่จะตรวจสอบได้ว่าได้ขนาดตามที่ต้องการหรือไม่

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>