ปลูกบ้าน:ปัญหาที่มักเจอเมื่อคิดจะปลูกบ้าน

October 12, 2011 by

เมื่อจะลงมือปลูกบ้านขึ้นมาสักหลัง ปัญหาต่างๆก็มีเข้ามาให้ขบคิดเรื่อยๆ 6 ปัญหาที่เรารวบรวมมาในวันนี้ เป็นปัญหาหลักที่เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งได้แก่  ยกบ้านสูงเท่าไรดี, พื้นคอนกรีตหล่อหรือพื้นสำเร็จรูปดีกว่ากัน, ทำไมมุมวงกบจึงมีรอยร้าว, ปาร์เกต์เป็นคลื่นแก้อย่างไรดี, ข้อดีที่แตกต่างของโถส้วมนั่งยองกับนั่งราบ และ ปลูกบ้านเองกับบ้านจัดสรรอย่างไหนดีกว่ากัน

เรามาดูคำตอบและวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นกันดีกว่า

1.  ยกบ้านสูงเท่าไรดี

ปัญหานี้พบอยู่บ่อย ๆ ก็คือทุกครั้งที่ออกแบบบ้าน เจ้าของบ้านมักจะกังขาทุกครั้ง มันจะต้องมีเกณฑ์ในการกำหนดเป็นมาตรฐานบ้าง ปัญหาการยกพื้นบ้านนั่นก็คือยกบ้านหนีน้ำท่วม หนีถนนภายนอกที่มีแนวโน้มจะยกระดับขึ้นอีก คือเกณพ์กำหนดนั้นมันควรจะอยู่ในเกณฑ์ 0.60-1.20 เมตร ทั้งนี้มันก็มาจากความประหยัดค่าทรายถม ดังนั้นหากจะถมทรายใต้พื้นบ้านก็ควรยกพื้นต่ำกว่า 1.00 เมตร แต่ถ้าไม่ถมคือปล่อยโล่ง ก็ควรสูง 1.20 เมตร เพื่อเวลาเทพื้นแล้วมุดไปเอาไม้แบบกลับมาใช้ในบริเวณอื่นได้ แต่ถ้ายกสูง 1.00 เมตร หากจะถมทรายก็จะเปลือง ถ้าไม่ถมระยะ 1.00 เมตรจะเข้าไปเอาแบบไม่ได้ ในกรณีที่เป็นพื้นสำเร็จรูปก็เช่นเดียวกันหากจะถมทรายก็ทำให้เตี้ยหน่อย ถ้าไม่ถมก็ให้มันสูงพอที่จะให้อากาสใต้พื้นมันระบายได้ ความสูง 1.20 เมตร ทำให้บ้านอยู่ในระดับที่ดูสวยแล้วก็เหมาะพอดีกับบ้านชั้นเดียว เพื่อไม่ให้คนอื่นยืนชะโงกหน้าเข้าไปในห้องนอนหรือห้องส่วนตัวใด ๆ ได้

2.  พื้นบ้านชั้นล่างควรเป็นพื้นคอนกรีตหล่อหรือพื้นสำเร็จรูป

ข้อนี้ก็เกี่ยวเนื่องมาจากข้อ 1. คือมันขึ้นอยู่กับความประหยัดไม้แบบกับประหยัดทรายถม พื้นคอนกรีตหล่อทำได้สองลักษณะคือ เป็นพื้นเชื่อมและถ่ายน้ำหนักลงบนคาน(คอดิน) กับเป็นพื้นที่หล่อวางอยู่บนพื้นดิน ซึ่งมักจะต้องทำเป็นทรายถม พื้นวางบนดินจะแพงหากยกบ้านสูง เพราะต้องถมทรายสูงตาม แต่ถ้าวางบนคานก็อาจจะเปลืองไม้แบบ (ในกรณีที่ไม่ถมทราย) เมื่อพิจารณาถึงพื้นสำเร็จรูป พื้นพวกนี้จับมาวางบนคานได้เลย ไม่ต้องมีทรายถม ไม่ต้องมีไม้แบบ แต่พวกเรามากต่อมากยังรู้สึกว่าพื้นหล่อกับที่จะดีกว่าแข็งแรงกว่า ถ้าคิดเผิน ๆ มันก็เป็นอย่างนั้น คือมันยึดแน่นติดกับคาน แต่มันไม่ได้แข็งแรงกว่า พื้นสำเร็จรูปมีหลายชนิด หลายขนาด และรับน้ำหนักได้ต่าง ๆ กัน รับน้ำหนักได้อย่างน้อยที่สุด 150 กก./ตรม. สำหรับ บ้านพักอาศัยทั่วไป ซึ่งต้องรับน้ำหนักเครื่องจักรหลาย ๆ ตัน ยังใช้พื้นสำเร็จรูปเลย แล้วอย่างนี้ก็ลองพิจารณาดูว่า พื้นทั้งสองระบบมีดีมีเสียต่างกันอย่างไร ผมว่าการจะเลือกใช้อย่างไหนมันอยู่ที่ความรู้สึกและความเชื่อฝังใจของแต่ละคนมากกว่า

3.  ทำไมมุมวงกบประตู หน้าต่างถึงมีรอยร้าว

ก็คงจะเห็นกันอยู่เสมอที่ผนังตรงมุมวงกบมีรอยร้าวเป็นเส้นทแยง เรื่องนี้อธิบายได้ตามลักษณะของแรงในทางกลศาสตร์ระหว่างวงกบกับผนังตรงนั้น แต่ก็จะไม่อธิบาย เพราะมันเป็นวิชาการเสียอารมณ์ท่านเปล่า ๆ เพียงแต่จะบอกว่าแรงที่ว่านี้จะต้องเกิดขึ้นเสมอ และทำให้เกิดร้อยร้าวดังกล่าว วิธีแก้ก็คือเสริม “เอ็น” คอนกรีตรอบวงกบเพื่อต้านแรงดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดก็ให้เสริมเอ็นตามนอนตอนบนและล่างของวงกบนั้น(ยกเว้นประตูที่จะไม่มีวงกบล่าง)

ในกรณีที่ไม้วงกบมีขนาดเล็ก(ไม่กว้าง) เมื่อชนกับเสาเอ็นหรือทับหลัง อาจจะมีความกว้างใกล้เคียงกับความหนาของเอ็นหรือทับหลังนั้น เวลาฉาบปูนแต่งผิวจะฉาบได้บาง แรงที่เกิดจากการดันตัวของวงกบจะลงผลให้ผนังปูนฉาบแตกร้าวได้ง่าย กรณีอื่น ๆ ก็มาจากไม่ได้ผสมปูนขาวในปูนฉาบเพื่อความเหนียวของเนื้อปูนนั้น

4.  ปาร์เกต์เป็นคลื่น

เรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ง่ายที่จะขัดพื้นปาร์เกต์ทั้งหมดให้ราบเรียบเป็นแผ่นกระจก สาเหตุที่ทำให้เราเห็นปาร์เกต์เป็นคลื่นเด่นชัดก็คือสารเคลือบผิวปาร์เกต์นั่นเอง โดยทั่วไปจะเคลือบมันขัดแล้วเป็นเงาแวววับ ทำให้สะท้อนแสงได้ดี เลยทำให้เราเห็นเป็นคลื่นกันยกใหญ่ แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ แบบกำปั้นทุบพื้นก็คือ เปลี่ยนวัสดุเคลือบเป็นอย่างด้าน พอขัดถูแล้วก็จะขึ้นเงามาบ้างพอเป็นกระสาย ก็จะทำให้เราเห็นคลื่น (ที่เกิดจากการสะท้อนแสง) น้อยลง ก็คงจะลำบากสำหรับคนที่หลงใหลความเงา ถ้าไม่กระไรนัก กึ่งเงากึ่งด้านก็น่าจะเก๋ดี

5.  โถส้วมนั่งยองกับนั่งราบ

เดี๋ยวนี้คงไม่เป็นปัญหาแล้วกระมัง มักจะเลือกโถส้วมแบบนั่งราบ(เหมือนนั่งเก้าอี้) กันมากกว่านั่งยอง ๆ เหมือนตาแป๊ะลับมีด จะว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงหรือค่านิยมก็ไม่เชิง คำตอบจริง ๆคือความสวยงามและมีปริมาตร โถส้วมแบบนั่งราบสวยกว่าแบบนั่งยอง แล้วก็นั่งสบายกว่าด้วยแต่ทั้งนี้และทั้งนั้นมันอยู่ที่ความ “ถนัด” ของแต่ละคนด้วย ก็มีข้อคิดอยู่หน่อยว่า แบบนั่งยองเหมาะกับส้วมสาธารณะ ใครจะว่าล้าสมัยหรือไม่เจริญก็ช่าง เวลาท่านไปศูนย์การค้า ท่านจะเลือกเข้าส้วมแบบนั่งยองหรือนั่งราบ(ถ้าเลือกได้) ก็ลองคิดดู

6.  ปลูกบ้านเองกับบ้านจัดสรรเลือกอย่างไหน

ความจริงมันก็มีข้อคิดมากมาย ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม เพื่อนบ้าน ระบบน้ำ ไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายจะเห็นว่าหมู่บ้านจัดสรรจะได้เปรียบกว่า ไปซื้อที่อยู่กลางทุ่ง มีปัญญาปลูก แต่จะเอาไฟหลวง น้ำหลวงมาจากไหน เล่นตะเกียงไปก่อนอย่างนี้ สบายดี ฝ่าฟันขวากหนามดังว่าไปได้ บ้านปลูกเองก็คงจะได้ตามแบบที่ต้องการ ฝีมือความเรีอยร้อยนั้นคงต้องดูกันอีกที เรื่องบานปลายอีก ส่วนบ้านจัดสรรนั้นปัญหามักอยู่ที่ความล่าช้า ความไม่เรียบร้อย คุณภาพของวัสดุก่อสร้าง เรื่องบานปลายอาจจะน้อยถ้ายุติอยู่กับบ้านที่เราเลือก ไม่แต่งโน่นเติมนี่(จนเลอะ) ของสำเร็จรูปเดี๋ยวนี้ใช่ว่าจะแย่นะ ก็ดูระหว่างรองเท้าซื้อกับรองเท้าตัด เสื้อผ้าซื้อกับเสื้อผ้าตัด เสื้อผ้าซื้อแน่นอนว่าเลือกได้จนกว่าจะถูกใจ

ดังนั้น ถ้ามีที่เอง มีแบบเอง มีช่าง(ดี ๆ)เอง ก็สนับสนุนให้ปลูกเอง แต่ถ้าไม่ก็น่าจะพิจารณาบ้านจัดสรร

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>