เลือกสร้างบ้านสองชั้นหรือสามชั้นถึงจะดี

December 6, 2011 by

เดี๋ยวนี้มีแนวโน้มว่า ถ้าให้เลือกได้ระหว่างปลูกบ้านสองชั้น กับ บ้านสามชั้นนั้น ชาวประชาคงจะเลือกบ้านสามชั้นกันมากกว่า คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ บ้านสามชั้นย่อมมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า เหมาะกับการปลูกในที่ดินน้อยๆ ที่ต้องการบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากๆ ในความเห็นส่วนตัว หากไม่คำนึงถึงงบประมาฯมากนัก การปลูกบ้านที่มีบริเวณ ห้อง และพื้นที่ใช้สอยมากๆ ย่อมให้ประโยชน์กว่าบ้านในเนื้อที่จำกัด ทั้งการใช้สอยที่สะดวกสบายครบครันและการขยับขยายเพิ่มเติมในอนาคต เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นข้อเปรียบเทียบระหว่างบ้านสองชั้นกับบ้านสามชั้น โดยกำหนดว่าราคาและงบประมารไม่ใช่ปัญหาสำคัญนัก คงมีข้อพิจารณาอย่างนี้

ข้อควรพิจารณาในการเลือกสร้างบ้านสองชั้น หรือ บ้านสามชั้น

การออกแบบ

เรื่องการออกแบบมีความยากง่ายพอ ๆ กันเป็นเรื่องของพวกสถาปนิก ไม่ว่าบ้านนั้นคุณจะให้เขาออกแบบหรือเป็นบ้านจัดสรร

การกำหนดพื้นที่ใช้สอย

โดยทั่วไปบ้านสองชั้นจะเอาห้องนอนไว้ชั้นบน ชั้นล่างก็เป็นส่วนใช้สอยที่เหลือสำหรับชีวิตกลางวัน บ้านสามชั้นก็เหมือนกัน แต่ชั้นสองอาจปรับเป็นห้องโถงสำหรับครอบครัว เป็นห้องทำงาน มีห้องนอนใหญ่สักห้อง ชั้นสามก็เป็นห้องพระ ห้องนอนของสมาชิก

รูปแบบอาคาร

ก็เป็นเรื่องการออกแบบของสถาปนิกเช่นกัน รูปร่างหน้าตาของบ้านสองชั้นมีความหลากหลายอย่างไร บ้านสามชั้นก็ทำได้เช่นนั้น แต่เขาจะระวังไม่ให้มันดูสูงชะลูดเป็นเหมือนตึกแถว เหมือนทาวน์เฮ้าส์ คือทำให้แลดูเป็น “บ้าน” ให้ได้ นอกจากจะกำหนดรูปแบบเป็นแบบทรงตึก

พื้นที่ที่ใช้ปลูกสร้าง

หากเป็นบ้านในพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน บ้านสามชั้นจะใช้พื้นที่สำหรับปลูกสร้างน้อยกว่า ทำให้เหลือพื้นที่สบายมากกว่า ทำอย่างอื่นได้ แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่จำกัด บ้านสามชั้นก็จะได้เปรียบในการวางตัวอาคารลงไป

ปัญหาเกี่ยวกับเทศบัญญัติ

บ้านสามชั้นจะต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินมากกว่าบ้านสองชั้น 1 เมตร คือถอนร่น 3 เมตร อย่างอื่นก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกัน

ระบบโครงสร้าง

ในระบบเดียวกัน คือเสาและคาน ระบบพื้นเป็นได้ทั้งพื้นหล่อ พื้นสำเร็จรูป พื้นไม้ การออกแบบระบบเหล็กเสริมขึ้นอยู่กับแบบและการคำนวณแบบของวิศวกรแต่ละคน ระบบเสาเข็มอาจจะใช้เสาเข็มยาวกว่า เพราะน้ำหนักที่ลงมาจากเสาแต่ละต้นจะมากกว่าบ้านสองชั้น

ระบบผนังและหลังคา

ระบบผนังโดยทั่วไปจะเป็นการก่ออิฐมอญฉาบปูน บุหรือไม่บุด้วยวัสดุบุผิวใดๆ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันมากทั้งบ้านสองชั้นและสามชั้น ระบบหลังคาก็ใช้กันทั้งหลังคารูปทรงต่างๆ ทั้งมนิลา ปั้นหยา หมาแหงนแล้วก็หลังคาแบน ใช้ทั้งกับบ้านสองชั้นและสามชั้น

ระบบประตู-หน้าต่าง

เอาเป็นว่าเหมือนกันสองแบบ

ระบบไฟฟ้า-ประปา

ไฟฟ้านั้นก็ไม่ต่างกัน จะต่างก็ตรงระบบประปา เพราะบ้านสามชั้นสูงกว่า แรงดันน้ำอาจไม่พอ ต้องใช้ปั๊มน้ำช่วยไปยังชั้นสาม ปัจจุบันไม่ว่าบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ใช้ปั๊มกันทั้งนั้น

การต่อเติมเสริมแต่ง

บ้านสองชั้นน่าจะต่อเติมได้ง่ายกว่า คือไม่เติมชั้นล่างก็เติมชั้นบน หรือต่อทั้งสองชั้น ตามปกติเราสามารถต่อเติมอาคารออกไปจากชั้นล่างอย่างเดียว จะทำเป็นสองชั้นหรือชั้นเดียวก็แล้วแต่ บางอาคารก็สามารถต่อเติมส่วนที่เป็นชั้นเดียวอยู่แล้วเป็นสองชั้น เช่น ต่อเติมเรือนครัว ต่อเติมโรงรถ หากเป็นบ้านสามชั้น ก็สามารถทำได้ในลักษณะเดียวกัน แต่การต่อเติมชั้นสามจะยากกว่า นอกจากจะเตรียมพื้นที่ชั้นสองให้ต่อเติมชั้นสามคร่อมลงไปเอาไว้ นอกจากนี้ความสะดวกในการขนวัสดุอุปกรณ์การทำนั่งร้านสำหรับการต่อเติมก็ยากกว่าบ้านสองชั้น

การบำรุงดูแลรักษา

จริงๆแล้วเราคงนึกได้ไม่ชัดว่าการบำรุงดูแลรักษาบ้านนั้นคือแค่ไหนอย่างไร คงไม่ได้หมายถึงกวาดบ้าน ถูบ้าน แต่รวมทั้งหมดที่จะทำให้บ้านอยู่ในสภาพที่ดี ทั้งเรื่องการป้องกันและกำจัดปลวก มอด มด แมลง การทำความสะอาด การทาสีใหม่ ซึ่งคงจะเห็นว่าบ้านสามชั้นจะทาสีภายนอกได้ยากกว่าคือต้องทำนั่งร้านสูงกว่า ในเรื่องอื่นๆ คงไม่แตกต่างกันมากนัก นอกจากการซ่อมแซมในส่วนชั้นสาม(ของบ้านสามชั้น) ซึ่งอาจจะยากต่อการขนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นและลง

ราคาค่าก่อสร้าง

เรื่องนี้คงจะสำคัญมากทีเดียว เอาเป็นว่าในเนื้อที่ใช้สอยที่เท่ากัน ใช้วัสดุก่อสร้างเหมือนกัน บ้านสามชั้นจะมีราคาถูกกว่าสองชั้น เพราะใช้จำนวนเสาน้อยกว่า ใช้พื้นที่ในส่วนที่เป็นหลังคาน้อยกว่า ระบบโครงหลังคาก็จะใช้วัสดุต่างๆน้อยกว่า ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในลักษณะรูปลักษณ์เช่นเดียวกัน คือง่ายหรือยากพอๆ กัน ข้อสรุปนี้ไม่ใช่ข้อสรุปในทุกๆกรณี ซึ่งจะเห็นว่าหากทำเป็นบ้านสี่ชั้นค่าก่อสร้างจะแพงกว่า เพราะความ “ชะลูด” ของอาคาร จะต้องใส่เหล็กเสริมที่เสาพิเศษกว่าบ้านสองชั้น ระบบบันไดที่ต้องขึ้นไปถึงสี่ชั้นก็จะแพงกว่า(ขึ้นเพียงสองชั้น) นอกจากนี้ก็จะมีผลในเรื่องระบบท่อต่างๆ ด้วย

ลักษณะการก่อสร้าง

การก่อสร้างอาคารทั้งสองและสามชั้น ในทางปฏิบัติมีขั้นตอนเหมือนกันคือ ก่อสร้างจากฐานรากขึ้นไป ก็อาจจะยากกว่าตรงที่ต้องทำนั่งร้านและมีบันไดชั่วคราวสำหรับปีนขึ้นชั้นสาม การขนถ่ายวัสดุก็ต้องใช้เครื่องทุ่นแรงเพิ่มขึ้น

ความแข็งแรงทนทาน

เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั้นมากไปกว่าการทำงานก่อสร้างของช่าง เพราะก่อนที่จะก่อสร้างได้ แบบก่อสร้างจะต้องได้รับการตรวจตราและอนุญาตให้สร้างได้ ซึ่งก็หมายความว่าวิศวกรจะต้องคำนวณชนิดและขนาดของเหล็กเสริมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าตึกนั้นจะมีกี่ชั้นก็ตาม

สรุปไม่ได้ว่าบ้านสองชั้นกับสามชั้น ไหนจะดีกว่ากัน เพราะการกล่าวถึงบ้านทั้งสองแบบในที่นี้ไม่ใช่เรื่องของความดีเลว แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ กัน เช่น ที่ดินแคบกว้างต่างกัน ความต้องการพื้นที่ใช้สอยสูงสุด บ้านสามชั้นไม่ใช่สามชั้นซ้อนกันเป็นตึกแถว แต่จะเป็นลักษณะที่มีสองชั้นกับสามชั้นอยู่ด้วยกัน ชั้นที่สามอาจจะเป็นห้องส่วนตัว เป็นห้องที่มองเห็นสภาพแวดล้อมได้มากกว่าบ้านอื่น สำคัญว่าสภาพแวดล้อมนั้นจะต้องมีธรรมชาติหลงเหลืออยู่ด้วย เช่น อยู่ในทำเลที่ดินหรือบ้านจัดสรรอย่างน้อยที่สุดบ้านสามชั้นก็ย่อมให้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ในพื้นที่ปลูกสร้างที่เท่ากัน

บ้านสามชั้นคงจะเหมาะกับสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งที่ดินราคาแพงมาก แต่ความเป็นอยู่นั้นต้องการพื้นที่ใช้สอยสูงสุด จากข้อมูลข้างต้นคงเห็นแล้วว่าลักษณะและการก่อสร้างบ้านสามชั้นนั้นไม่ได้มีความพิเศษหรือยุ่งยากแต่อย่างใด การตัดสินใจเลือกบ้านสามชั้นจึงไม่ต้องมีตัวแปรให้คิดมากมายนัก ในทางกลับกัน ลักษณะของบ้านสามชั้นโดยเฉพาะชั้นที่สามนั้น สามารถกำหนดส่วนใช้สอยพิเศษใดๆก็ได้ ทั้งที่เป็นส่วนตัวมากๆ หรือจะใช้เป็นที่รับลมชมวิว เป็นลานดาดฟ้าก็ทำได้ดี ซึ่งจะทำให้สภาพการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ซึ่งอยากจะบอกว่าดีขึ้น..ในทำนองเดียวกัน บ้านสองชั้นก็ยังมีคุณลักษณะสมบูรณ์แบบอยู่ในตัวเอง ขึ้นอยู่กับการออกแบบ การวางผังกับทิศทางแดดลมหรือสภาพแวดล้อม ก็คงต้องดูว่าเราสามารถที่จะหาที่ดินปลูกบ้านได้สักแค่ไหน ข้อสำคัญที่ดินที่มีอยู่กับความสามารถในการปลูกบ้านนั้นพอเพียงที่จะทำบ้านแบบใดถึงตรงนี้กลับรู้สึกว่าบ้านสามชั้นกับสองชั้นนั้นจะต่างกันตรงพื้นที่ใช้สอยกับความเป็นสัดส่วนที่ได้มากกว่า ถ้าตัดสินใจไม่ได้ก็ทำทั้งสองชั้นกับสามชั้นในหลังเดียวกันเท่านี้คงสิ้นเรื่อง

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>