แต่งบ้านให้สวยด้วยสเตนด์กลาสยุคใหม่

July 2, 2011 by

แต่เดิมเมื่อหลายร้อยปีก่อน มนุษย์เราได้นำเอากระจกสีมาประยุกต์ให้เป็นของตกแต่งที่งดงาม โดยอาศัยแสงสว่างเป็นเครื่องช่วย ซึ่งเราเรียกศิลปะชิ้นนี้สืบต่อกันมาว่า “สเตนด์กลาส” (stained glass)
การทำสเตนด์กลาสในอดีตนั้น เริ่มต้นด้วยการร่างลวดลายลงบนกระดาษแต่งสีให้เรียบร้อย จากนั้นนำกระจกสีต่าง ๆ มาตัดตามขนาดที่ร่างไว้ แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้ตัวยึดเป็นโครงทองแดงหรือตะกั่ว กรรมวิธี ที่จะต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความรู้เชี่ยวชาญ มีความประณีตพิถีพิถันและความอดทนอย่างสูง

ในปัจจุบันยังมีการทำสเตนด์กลาสแบบดั้งเดิมคือใช้แรงงานคนกันอยู่ ขณะที่บางแห่งได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย ทำให้สะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น นั่นหมายถึงว่าคุณค่าทางศิลปะของสเตนด์กลาสอาจจะเปลี่ยนไป กลายเป็นงานศิลปะที่ผสมผสานระหว่างงานเครื่องจักรกับฝีมือมนุษย์เข้าด้วยกัน

ในบ้านเรา โฮมเดคเคอเรทีฟ เป็นแหล่งผลิตสเตนด์กลาสประยุกต์ที่มีชื่อเสียง รู้จักกันอย่างดี กรรมวิธีการผลิตสเตนด์กลาสประยุกต์ที่โฮมเดคเคอเรทีฟแห่งนี้ ได้รับการถ่ายทอดมาจากอิตาลีและญี่ปุ่น และถึงแม้จะเป็นสเตนด์กลาสประยุกต์ที่มีกรรมวิธีการผลิตที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน โดยเฉพาะในส่วนที่เข้าไปพัวพันกับเครื่องจักร จึงขอสรุปให้รู้กันคร่าว ๆ ดังนี้

เริ่มต้นด้วยการเขียนลาย ลงสีให้สวยงามแล้วถ่ายลายที่เขียนได้ลงบนแผ่นฟิล์ม จากนั้นก็นำแผ่นฟิล์มนี้ไปถ่ายขยายลงบนแผ่นกระจกที่ตัดขนาดไว้เรียบร้อยแล้ว ภาพจากแผ่นฟิล์มก็จะปรากฎลงบนแผ่นกระจก กระจกที่ใช้นี้เป็นกระจกแผ่นใหญ่แผ่นเดียว(นี่คือความแตกต่าง” โดยมากนิยมใช้กระจกลายผิวส้มเพราะเมื่อแสงส่องผ่านจะให้ภาพที่งดงามกว่ากระจกใสธรรมดาหรือกระจกลายอื่น ๆ ต่อจากนั้นก็จะใช้สีผสมสารเคมีแต่งลงตามช่องต่าง ๆ ตามแบบที่ร่างเอาไว้ เนื่องจากใช้วิธีการแต่งสีลงบนเนื้อกระจกนี้เอง ทำให้สเตนด์กลาสประยุกต์มีสีเหลื่อมเกิดขึ้นในช่องเดียวกัน ในขณะที่สเตนด์กลาสแบบเก่านั้นในหนึ่งช่องจะปรากฎเพียงสีเดียว เมื่อแต่งสีผสมสารเคมีเรียบร้อยแล้ว นำไปอบให้แห้งด้วยเครื่องอบความร้อน เมื่อแห้งดีแล้วลักษณะของภาพที่ได้ออกมา ถือได้ว่าเกือบสมบูรณ์แล้ว คือส่วนที่แต่งสีผสมสารเคมีจะเป็นร่องลึกลงไปในแผ่นกระจก ส่วนที่ไม่ได้ลงสีก็จะเรียบเสมอระนาบของกระจก ทาสีส่วนนี้ด้วยสีดำซึ่งจะช่วยให้มีลักษณะเป็นโครงของภาพและคล้ายคลึงกับสเตนด์กลาสแบบโบราณมากยิ่งขึ้น เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี

การผลิตสเตนด์กลาสยุคใหม่จึงเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว นั่นหมายถึงว่าราคาก็ย่อมเยากว่าด้วย นอกจากนี้ยังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องลวดลาย จะให้สวยงามอ่อนช้อยอย่างไรก็ได้ เพราะไม่ต้องตัดกระจกและดัดโครงตะกั่ว แต่เป็นการถ่ายลวดลายลงบนแผ่นกระจก และในส่วนของสีสัน สเตนด์กลาสยุคใหม่สามารถแต่งสีอย่างไรก็ได้เพื่อให้ภาพเกิดความนุ่มนวลสมจริง

แต่ข้อจำกัดของสเตนด์กลาสยุคใหม่ก็มีอยู่บ้างเหมือนกันคือ ขนาดของภาพจะต้องอยู่ในพิกัดไม่เกิน 3 ฟุต 6 ฟุต ซึ่งเป็นขนาดของกระจกที่มีขายอยู่ และเนื่องจากเป็นกระจกแผ่นเดียวกัน หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น คงไม่สามารถซ่อมแซมได้เหมือนของเก่า ก็ต้องเรียกว่า ต่างมีข้อดีข้อเสียกันไปคนละอย่าง

ทำเลการติดตั้งก็ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของสเตนด์กลาส จะติดตั้งตรงส่วนไหนของบ้านก็ได้แต่ต้องเป็นที่ที่มีแสงส่องผ่าน เพราะสเตนด์กลาสนั้น ถ้าไม่มีแสงสว่างผ่านก็จะไม่สามารถเผยคุณค่าในความสวยงามออกมาได้ แสงนี้ถ้าเป็นแสงธรรมชาติจะดีที่สุด เพราะในแต่ละเวลาแสงจะมีความแรงและอ่อนไม่เท่ากัน ภาพที่เห็นจึงให้อารมณ์และความงามที่ต่างกันไปด้วย แต่ถ้าจนใจหามุมแสงธรรมชาติไม่ได้แล้ว จะใช้แสงจากดวงไฟทดแทนก็ได้ แต่ภาพนั้นก็จะมีโทนสีเดียวกันตลอดเวลาเท่าที่ปรากฏมักจะนำสเตนด์กลาสไปติดตั้งบริเวณเพดาน หลังคา ช่องผนังต่าง ๆ

วันนี้หากคุณนึกอยากแต่งบ้านให้สวยด้วยสเตนด์กลาส นอกจากความสวยงามของศิลปะแบบดั้งเดิมแล้ว อย่าลืมบอกตัวเองว่า เดี๋ยวนี้สเตนด์กลาสยุคใหม่ก็มีให้เลือกเหมือนกัน

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>