น้ำตกประดิษฐ์

December 3, 2011 by

น้ำตกที่ใช้กันในสวนมีความจริงอยู่ว่า คนเรานี่จะถือเรื่องฤกษ์ เรื่องโชคชะตากันไม่น้อย จะปลูกบ้านทำสวนก็ให้คำนึงถึงเรื่อง ชื่อกันมาก โดยเฉพาะต้นไม้ที่ใช้จัดสวนนั้น ชื่อจะต้องเป็นมงคลและไม่ใช้ความรู้สึกทุกข์โศก ดังนั้น คำว่าน้ำตกจึงกลายเป็นชื่อไม่มงคลคือ ตก แต่ความต้องการนั้นก็มีกันอยู่ไม่น้อย เลยต้องหาทางแก้เคล็ดกัน โดยทำ น้ำพุ ขึ้นแก้น้ำตก บ้างก็เรียกน้ำตกเสียใหม่ว่า น้ำไหล เรื่องก็เป็นประการฉะนี้

น้ำตกที่ใช้จัดสวนนั้น มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ น้ำตกในรูปแบบธรรมชาติ กับน้ำตกที่ออกแบบประดิษฐ์ขึ้นในรูปแบบต่างๆ กัน จะเหมือน คล้าย หรือผสานกันระหว่างธรรมชาติและการประดิษฐ์ก็แล้วแต่ โดยจะต้องมีองค์ประกอบหลักอยู่ 2 ตัวเช่นกันคือ ตัวน้ำตกกับตัวบ่อน้ำ ซึ่งสามารถขยายเป็นลำธารหรือทางน้ำ และหลักการในการทำ “ระบบ” น้ำตกนั้นมักจะเหมือนกัน คือดูดน้ำขึ้นไปที่ตัวน้ำตกแล้วให้ไหลตกลงมายังบ่อหรือทางน้ำเบื้องล่าง น้ำที่ดูดขึ้นไปนั้นสามารถผ่านระบบ “กรอง” ได้ด้วย

การทำน้ำตกในรูปแบบธรรมชาตินั้น จริงๆแล้วไม่ยาก เพราะเรามีธรรมชาติเป็นต้นแบบ ถ้าจะยากก็อยู่ที่ว่าเราไม่สามารถวางเรียงหินเป็นตัวน้ำตกได้เหมือนธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นลีลา รูปแบบ และที่สำคัญที่สุดคือขนาดของหิน ในธรรมชาตินั้นตัวน้ำตกมักจะเป็นหน้าผาหรือเชิงชั้นของหินขนาดใหญ่ เมื่อเราไม่สามารถจะนำหินขนาดใหญ่มาเรียงอย่างธรรมชาติได้ เราก็เอาหินก้อนเล็กๆ ที่สามารถหยิบยกได้ง่ายมาใช้แทนนั้น ยังไงๆวิญญาณและความเหมือนจริงของน้ำตกย่อมไม่เกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นจุดอ่อนของงานทำน้ำตกอย่างมาก และเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในหลายครั้ง น้ำตกรูปแบบธรรมชาตินั้นอาจไม่เหมาะกับอาคารสถานที่ไปเสียทุกครั้ง น้ำตกประดิษฐ์ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับอาคารและแนวความคิดทางภูมิสถาปัตยกรรม แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีองค์ประกอบสำคัญอยู่คือ ตัวน้ำตกและบ่อน้ำ หรือทางน้ำ พร้อมน้ำที่ ตก ลงมา ต่างกันที่ว่าจะตกมาอย่างไร รูปแบบใด และนี่คือเรื่องราวที่จะกล่าวถึง ประโยชน์ที่ท่านจะได้ ที่ใด อย่างไรนั้นก็คงอยู่ที่บทสรุปในใจของท่านเอง

สิ่งที่เห็นชัดเจนของน้ำตกประดิษฐ์ก็คือ ความง่ายในการก่อสร้าง ซึ่งต้องรีบบอกว่า ไม่ได้หมายถึงก่อสร้างง่าย แต่หมายความว่าสามารถนำระบบต่างๆในการจัดทำเข้ามาใช้ได้ เช่น เรื่องของงานปูนก่อสร้าง งานไม้ การนำวัตถุดิบต่างๆชนิดเข้ามาใช้ ผิดกับน้ำตกธรรมชาติ ซึ่งวัตถุดิบหลักก็คือหินธรรมชาติ ซึ่งจะมีความยากในการประกอบ ติดตั้ง เนื่องด้วยรูปทรงและน้ำหนักมหาศาลของมัน ในขณะที่น้ำตกประดิษฐ์นั้นสามารถประยุกต์วัตถุดิบที่มีน้ำหนักมาใช้ได้

ข้อดีของน้ำตกประดิษฐ์ก็คือ ให้รูปแบบที่หลากหลาย ให้อารมณ์และความรู้สึกในการมอง การสัมผัส และการใช้สอยที่แตกต่างกันไปเป็นการสร้างศักยภาพใหม่ของการใช้สอย และความรู้สึกของเรา ปัจจุบันน้ำตกประดิษฐ์ดูจะมีความเหมาะสมกับสิ่งก่อสร้างแทบทุกประเภท เพราะมีลักษณะที่เกิดจากการ ก่อสร้าง ขึ้นมาเช่นกัน และยังอยู่กับอาคารได้ทุกประเภท เพราะสามารถ ออกแบบ ให้เหมาะกับรูปแบบของอาคารนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องของรูปแบบ เรื่องของขนาดสถานที่เรื่องของความเหมาะสม และความจำกัดในด้านต่างๆ

เพื่อให้ง่ายในเรื่องของเนื้อหาสาระ จำเป็นต้องแยกแยะน้ำตกประดิษฐ์ออกมาพูดเป็นหัวข้อพร้อมภาพประกอบ ดังนี้

รูปแบบ น้ำตกประดิษฐ์ทำได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติประยุกต์ ธรรมชาติผสมกับการก่อสร้างรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ รูปทรงในรูปแบบที่เรียกว่ากราฟฟิก

แนวความคิดในการออกแบบ  ก็ยังคงเป็นลักษณะของน้ำที่ตกจากที่สูงลงสู่เบื้องล่าง แนวความคิดในเรื่องการใช้ปั๊ม การทำบ่อกรองน้ำ

วัสดุก่อสร้าง  โดยทั่วไปจะใช้ได้ทั้งอิฐก่อฉาบปูน คอนกรีตเสริมเหล็ก วัสดุธรรมชาติ เช่น หินแผ่น หินกาบ หินก้อน นำมาก่อและจัดเรียงตามแบบที่ออกไว้

การก่อสร้าง  ใช้ความรู้ความชำนาญในเชิงช่างทั่วไป โดยเฉพาะงานปูนก่อสร้าง งานก่อหินกาบ หินอ่อน หินแกรนิต งานปูกระเบื้อง

จริงๆแล้วความสำคัญของเรื่องนี้คงอยู่ที่รูปแบบว่า เจ้าน้ำตกประดิษฐ์ที่ว่านี้มันจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นประการใดบ้าง ก็คงต้องทราบพื้นฐานกันก่อนว่า รูปร่างหน้าตาของมันนั้นขึ้นอยู่กับสภาพและมิติของพื้นที่กับการออกแบบเป็นสำคัญในเรื่องของมิติและสภาพของพื้นที่นั้นจะเป็นข้อจำกัดให้น้ำตกมีความกว้าง ยาว และสูงแตกต่างกัน ทำนองเดียวกัน หากไม่มีความจำกัดในเรื่องดังกล่าว ตัวน้ำตกก็จะขึ้นอยู่กับการออกแบบว่าต้องการให้มันมีศักยภาพในการแสดงออกอย่างไร เช่น เป็นน้ำตกสูงๆ ที่อยู่ในศูนย์การค้า โรงแรม เป็นน้ำตกกว้างๆ กับหน้าตึกกว้างๆ เป็นลำธารรูปทรงเรขาคณิตกับสภาพน้ำตกเป็นเชิงชั้น ลดหลั่นไปตามยาว พาดผ่านโถงภายในอาคารหรือแม้แต่เป็นกลุ่มก้อนของน้ำตกที่อยู่กลางลานเอนกประสงค์ภายในหรือภายนอกอาคาร

หลักการในการออกแบบ เรื่องนี้คือหัวใจเลยทีเดียว คงไม่พ้นหลักการเหล่านี้ไปได้

–         แนวความคิดของคำว่า น้ำตก ก็คือผาที่จะต้องตกจากที่สูงมาสู่ที่ต่ำ

–         เชิงชั้นและการลดหลั่น เป็นรูปแบบจากธรรมชาติที่น้ำตกมักจะมีหลายชั้น เช่นเดียวกับที่มีเพียงชั้นเดียว

–         บ่อน้ำและทางน้ำ สิ่งนี้ก็มาจากรูปแบบธรรมชาติอีกเช่นกัน การออกแบบมักจะกำหนดให้มีบ่อน้ำและทางน้ำไหลด้วย แต่จะเป็นรูปทรงแบบธรรมชาติหรือประยุกต์ขึ้นอยู่กับการออกแบบ

–         องค์ประกอบอื่นๆ องค์ประกอบของน้ำตกธรรมชาติก็คือโขดหิน ลำธารกรวด พันธุ์ไม้รอบน้ำตก น้ำตกประดิษฐ์ก็ใช้หลักการเดียวกัน แต่องค์ประกอบดังกล่าวอาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือธรรมชาติใดๆก็ได้ เช่น หินก้อน แผ่นซีเมนต์ ก้อนซีเมนต์รูปเหลี่ยม ทรงกลม ขอนไม้ ตอไม้ งานหัตถกรรมใดๆ ที่มีความเหมาะสม เช่น หม้อ ไห ตะเกียง กระถาง

–         วัสดุพื้นผิว เรื่องนี้สำคัญไม่แพ้ตัวอื่น และหลายครั้งจะเป็นพระเอกเสียด้วย เช่น เราเห็นความมีค่าอ่อนโยนของหินอ่อนที่ใช้ เห็นความมีค่าแข็งแกร่งสง่างามของแกรนิต เห็นความเป็นธรรมชาติที่มีความประณีตจากการจัดเรียงของหินกาบเห็นความเรียบใสของแผ่นกระจกพลาสติก เป็นต้น ผู้ออกแบบมักจะใช้ผิวพื้นและศักยภาพของวัสดุดังกล่าวเป็นตัวแสดงออกถึงบรรยากาศและความรู้สึกจากการสัมผัส (ด้วยสายตา) อาจจะใช้คำว่า ศักยภาพบ่อย ขออธิบายว่าหมายถึงสิ่งที่ปรากฎ สิ่งที่เป็นอยู่ การสัมผัส และปฏิกิริยาของมันต่อวัสดุหรือการประกอบกับวัสดุอื่นๆ

จากสี่ถึงห้าประการข้างต้นจะถูกนำมาต้มยำทำแกงออกมาเป็นน้ำตกประดิษฐ์ ขึ้นอยู่ว่าจะออกแบบให้มันมีศักยภาพโดดเด่นที่จุดใด เน้นรูปแบบของตัวน้ำตก หรือรูปลักษณ์ของสายน้ำ พร้อมกับเสียงที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะชัดเจนว่า น้ำตกที่เน้นรูปร่างของลำธารหรือทางน้ำไหลเลื้อยนั้นก็เพื่อเน้นศักยภาพในส่วนนี้พอๆกับสร้างบริเวณที่มันไหลพาดผ่านนั้นให้มีค่าน่าสนใจขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งการเน้นหรือการแก้ปัญหาที่แคบๆ ของอาคารให้มีค่าขึ้น เช่นเดียวกับน้ำตกสูงก็แก้ปัญหาในเรื่องการสูงยาวของผนัง และที่ว่างที่เกิดขึ้น น้ำตกขนาดใหญ่ บ่อน้ำกว้างขวางก็เพื่อความเหมาะสมกับลานโล่งกลางตึกหรือบริเวณใดๆ น้ำตกในรูปลักษณ์ประติมากรรมก็เพื่อความงดงามของพื้นที่ เช่นเดียวกับการแสดงออกถึงเสียงและการเคลื่อนไหวของสายน้ำ

น้ำตกประดิษฐ์กับบ้านความหมายดูจะแคบเข้ามาหน่อยสำหรับจุดประสงค์ของเรา น้ำตกประดิษฐ์เหมาะและไม่เหมาะกับบ้านหรือบริเวณประเภทไหน จริงๆแล้วก็อยู่ได้กับบ้านทุกประเภท และดูเหมือนว่าบริเวณแคบ บริเวณที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับตัวอาคาร เช่น ผนังทึบ ระเบียง มุมและซอกของตัวบ้าน ดูจะมีภาษีกว่าเพื่อน น้ำตกประดิษฐ์เหมาะกับสวนที่เรียกว่า FORMAL GARDEN หรือสวนที่จัดแบบเป็นระบบระเบียบ มีการปลูกต้นไม้เป็นแถวเป็นแนว ตัดแต่งทรงพุ่มเป็นรูปชัดเจน และน้ำตกประดิษฐ์ก็เหมาะกับการออกแบบให้เข้ากับตัวบ้าน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเชื่อมต่อกันระหว่างภายนอกและภายใน บริเวณพื้นที่แคบนอกตัวบ้านเช่นทาวน์เฮ้าส์ก็เหมาะที่จะทำน้ำตกประดิษฐ์ เพราะดูเป็นสิ่งก่อสร้างที่สอดคล้องกับตัวอาคาร และสิ่งก่อสร้างภายนอก คือถนนและรั้ว

น้ำตกประดิษฐ์อยู่ได้ทั้งที่บริเวณสนามกับตัวอาคารทั้งภายในและภายนอก เนื่องจากตัวน้ำตกสามารถออกแบบได้ไม่จำกัด จึงอยู่ในบริเวณต่างๆ ได้โดยไม่มีปัญหา

ในเรื่องการบำรุงดูแลรักษานั้น ก็คงไม่แตกต่างจากน้ำตกในรูปแบบธรรมชาติ แต่กลับจะดูแลได้ง่ายกว่า เพราะมีผิวพื้นกับรูปทรงที่เป็นเรขาคณิต สามารถล้าง เช็ดถู และซ่อมแซมได้ง่ายกว่ารูปทรงธรรมชาติ ทั้งช่างก่อสร้างก็สามารถใช้ช่างปูนทั่วไปได้

การแก้ปัญหาโดยน้ำตกประดิษฐ์ จริงๆแล้วน้ำตกประดิษฐ์ไม่ได้หมายถึงการออกแบบโดยใช้แนวความคิดของน้ำที่ตกลงมา แต่ย่อมรวมถึงน้ำพุในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้น การแก้ปัญหาสำหรับพื้นที่ต่างๆของตัวอาคารและภายนอกอาคาร ย่อมนำน้ำตกประดิษฐ์ไปใช้แก้ปัญหาได้ เช่น ที่แคบยาวที่ที่เป็นซอกของตัวอาคาร ผนังทึบกระด้างภายในและภายนอกอาคาร พื้นที่สำหรับจัดสวนเล็ก ๆ พื้นที่ใต้บันได พื้นที่ในห้องน้ำ พื้นที่ในห้องใดๆ เช่น ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องอาหาร

สรุปแล้วเจ้าน้ำตกประดิษฐ์ตัวนี้คือ องค์ประกอบทางภูมิสถาปัตยกรรมอีกตัวหนึ่ง ที่นำมาใช้เสริมสร้างและแก้ปัญหาให้กับสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมได้ดี สามารถออกแบบให้เหมาะกับขนาดและพื้นที่ทุกรูปแบบ

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>