ทาสีเฟอร์นิเจอร์ให้ดูเก่า

June 13, 2011 by

ทาสีเฟอร์นิเจอร์ให้ดูเก่า

ทาสีให้ดูเก่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร ใคร ๆ ที่เขาทาสีก็เพื่อให้สิ่งของชิ้นนั้นดูใหม่และสดสวยขึ้น  ใครกันนะจะอุตริทาสีให้ของดูเก่าลงไปอีก อันนี้เขาไม่เรียกว่าอุตริหรอกนะ เขาเรียกว่าเป็นการสร้างสรรค์เสียมากกว่า แต่จะสร้างสรรค์อย่างไรก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป

ถ้าคุณมีเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ สักชิ้นที่เก่าคร่ำคร่าจนแลดูยังไง ๆ ก็ไม่ค่อยจะสวยแล้ว นึกอยากจะทาสีใหม่แต่ก็กลัวจะใหม่เกินไป  เพราะอย่างน้อยคุณก็ยังอยากได้เครื่องเรือนที่ดูแล้วคล้ายของเก่า หรือในรายที่มีเครื่องเรือนใหม่แต่อยากให้ดูเป็นแอนทีคกลาย ๆ อย่างนี้ เห็นทีว่าคุณจะต้องใช้วิธีการ “ทาสีให้ดูเก่า” เสียแล้ว

เครื่องเรือนบางชิ้นที่ยังใหม่เอี่ยมอ่อง จะยังไม่ดูเก่า ก็พอมีวิธีช่วยเหมือนกัน (ไม่แนะนำสำหรับเครื่องเรือนเก่าหรือเครื่องเรือนที่เก่าอยู่แล้ว) คือพยายามสร้างร่องรอยให้เกิดขึ้นกับเครื่องเรือนชิ้นนั้น เป็นต้นว่าใช้ระไบถูขอบ ใช้ค้อนทุบเหลี่ยมให้มน(บางส่วน) ใช้ตะปูขูดขีด ใช้ของแข็งฟาดให้เป็นรอย ใช้เหล็กแหลมแทงให้เป็นรู นี่เป็นวิธีของคนใจร้อย และไม่ต้องทำให้เป็นรอยยับเยินไปทั้งตัวหรอก เอาเพียงคร่าว ๆ เพียงบางจุดก็พอ

เมื่อเครื่องเรือนชิ้นนั้นยับเยินได้ที่ก็เริ่มต้นขัดด้วยกระดาษทราย แล้วปัดฝุ่นให้สะอาด จากนั้นจึงลงมือทาสีพื้นด้วยสีกึ่งมันกึ่งด้านหรือสีด้าน สีที่จะใช้ก็เลือกได้ตามชอบ แต่ที่นิยมก็มีสีเขียว สีแดง สีน้ำตาลหรือสีครีม ทาสีให้ทั่วแล้วปล่อยให้แห้ง แล้วจึงทาซ้ำด้วยแชลแล็ค แชลแล็คนี้จะช่วยให้การเคลือบสีในขั้นต่อมาทำได้ง่ายเข้า ทั้งยังเป็นตัวป้องกันเมื่อเราทำเคลือบด้านบนเสีย จะได้ไม่ต้องล้างสีออกทั้งหมด

สีเคลือบด้านบนนี้ จะหาซื้อตามร้านขายสีทั่วไป หรือร้านที่ขายสีน้ำมันสำหรับการเขียนรูปก็ได้ หรือถ้านึกสนุกอยากผสมสีเคลือบด้วยตัวเองก็ได้อีกเหมือนกัน  สีเคลือบที่จะใช้นี้ควรเป็นสีที่มีโทนแก่กว่าสีที่ใช้รองพื้นสักหน่อย เป็นสีที่เข้ามกว่าจนออกดำ

ขั้นตอนการผสมสีเคลือบ บีบสีน้ำมัน(สำหรับใช้เขียนภาพ) ประมาณ 4 ช้อนชาลงในขวดแก้วผสมไม่เนอรัลสปิริต (หาซื้อได้ตามร้านขายสีหรือซิลค์สกรีน) คนให้เข้ากัน ในขวดอีกใบหนึ่ง บีบสีประมาณ 4 ช้อนชาลงในขวดแก้ว  เทไมเนอรัล สปิริตลงไปประมาณ 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน พักไว้ในขวดอีกใบ ผสมไมเนอรัล สปิริตน้ำมันลินสีด และน้ำมันวานิชอย่างละ 4 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมันสนอีก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสนจะช่วยให้สีที่ทาแห้งเร็วขึ้น คนให้เข้ากัน แล้วเทส่วนผสมใหม่นี้ลงในส่วนผสมเดิม เพียงครึ่งหนึ่งก่อน คนให้เข้ากัน แล้วทดลองทาลงบนแผ่นไม้ ถ้าสีเคลือบยังเหนียวเกินไปหรือเมื่อทาแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วสียังเข้มเกินไปก็เพิ่มส่วนผสมที่สองลงไปครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทดลองทาอีกครั้ง ทำดังนี้จนได้ระดับสีเคลือบที่ต้องการและไม่เหนียวจนเกินไป ใช้ผ้าขาวบางหรือไนลอนตาถี่ปิดปากขวด แล้วเทสีเคลือบลงในภาชนะปากกว้าง เพื่อกรองเอาเศษผงออก(ถ้าต้องการใช้สีเคลือบที่มากกว่านี้ เพิ่มส่วนผสมได้ตามสัดส่วน)

เมื่อเวลา 48 ชั่วโมงผ่านพ้นไป เราก็มาลงมือกันต่อ ใช้แปรงขนาด 2 นิ้ว จุ่มสีเคลือบแล้วทาให้ทั่วพื้นผิวที่ต้องการปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ใช้แปรงขนาดเดียวกันอีกด้านหนึ่ง(ซึ่งแห้งและสะอาด) กรีดครึ่งหนึ่งของขนแปรงให้แผ่ออก ปาดซ้ำลงไปบนสีเคลือบที่ทาไว้  โดยเริ่มต้นจากปลายด้านหนึ่งไปจนจรดปลายอีกด้านหนึ่ง ยกแปรงขึ้น ใช้ผ้าสะอาดเช็ดสีเคลือบที่ติดมากับขนแปรงออกให้หมด จึงเริ่มทำครั้งต่อไป โดยปาดให้ไปในทิศทางเดียวกัน ทำไปทีละส่วน

ถ้าหากเครื่องเรือนชิ้นนั้นมีลวดลายแกะสลักอยู่ด้วย ให้ใช้แปรงขนาด 2 นิ้วจุ่มสีเคลือบทาให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 3-5 นาที ใช้ผ้าเนื้ออ่อนที่สะอาดปาดและกดลงบนลวดลายแกะสลัก เพิ่มแรงกดในส่วนที่เป็นลายนูน จากนั้นใช้แปรงขนาด 1 นิ้ว เกลี่ยตามร่องและขลิบริมของลายแกะสลักเพียงเบา ๆ ในการปัดแต่ละครั้งควรทำความสะอาดแปรงเสียด้วย อย่าเกลี่ยสีออกจนหมดควรปล่อยให้สีที่อยู่ในร่องลายเข้มกว่าสีของลายนูน เพื่อความเหมือนจริง หากเมื่อคุณทำจนทั่วทุกอณูของเครื่องเรือนแล้ว ก็เป็นอันว่าเสร็จ ใครที่ไม่รู้มาเห็นเข้า ก็จะนึกว่าคุณได้เครื่องเรือนแอนทีมาใหม่อีกชิ้น

ถ้าใจรักเสียอย่างก็ไม่ยากเกินไป เพราะฉะนั้นถ้ามีเครื่องเรือนเก่า ๆ หรือเครื่องเรือนใหม่ ๆ ที่อยากทำสีให้กลายเป็นเครื่องเรือนแอนทีคละก็ รีบไปขนออกมา แล้วลงมือทำกันเลยดีกว่า

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>