ทางเลือกใหม่สำหรับวัสดุก่อสร้าง

November 18, 2011 by


ในวงการก่อสร้างปัจจุบันได้มีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาใช้อยู่เสมอๆ จุดประสงค์ก็เพื่อทดแทนวัสดุจากธรรมชาติที่เริ่มจะหายากมากขึ้นทุกวัน หรือไม่ก็ผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการที่มีอยู่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ช่วยตอบสนองการทำงานของสถาปนิกให้สามารถเลือกใช้วัสดุได้อย่างไม่จำกัดรวมไปกระทั่งถึงความสะดวกสบายในการติดตั้ง ประหยัดแรงงาน ร่นระยะเวลาในการทำงานให้สั้นลงและมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีด้วย

ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา กองทัพอากาศอเมริกาได้พยายามคิดค้นหาวัสดุที่มีความแข็งแรง มีน้ำหนักเบา เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำเครื่องบินที่บินได้เร็วและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยที่สุด และระบบที่นำมาใช้นี้ก็คือโครงรังผึ้ง(Honeycomb) ลักษณะเป็นกระดาษ มีรูปทรงหกเหลี่ยมมาเรียงต่อกันเหมือนรังผึ้ง โดยนำมาทำเป็นแกนไว้ภายในแทนการใช้วัสดุที่มีแกนทึบตัน ซึ่งมีน้ำหนักมาก ส่วนภายนอกก็บุด้วยอะลูมิเนียม หรือวัสดุบุผิวที่ต้องการ ซึ่งในครั้งแรกเอามาทำเป็นปีกเครื่องบินก่อน จากนั้นก็พัฒนามาทำส่วนหัวและลำตัว ต่อมาได้เปลี่ยนจากโครงกระดาษมาเป็นโครงอะลูมิเนียมทั้งหมด หลังจากที่แพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมการบินแล้วก็ได้มีผู้นำมาพัฒนาใช้ในวงการวัสดุก่อสร้าง

ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นระยะแห่งการฟื้นฟูประเทศทั่วโลกข้าวปลาอาหาร ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่างขาดแคลน จึงต้องมีการพึ่งพาการผลิตในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น คนอพยพเข้ามาทำงานในโรงงาน เช่นเดียวกับวัสดุในการก่อสร้างขาดแคลน ในขณะที่ความต้องการในเรื่องที่อยู่อาศัยมีอยู่ในปริมาณสูง สถาปนิกจึงเริ่มหันมาใช้วัสดุสำเร็จรูปจากดรงงานมีการนำเอาระบบผนังเบาเข้ามาใช้ในวงการก่อสร้าง อาทิเช่น บ้านสำเร็จรูปที่มีส่วนประกอบของวัสดุแผ่นเรียบ ยิบซั่มบอร์ด หรือไม้อัด ก็มีแกนภายในเป็นโครงรังผึ้ง ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารถผลิตได้จากโรงงานในปริมาณที่มากๆและรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ลดความสิ้นเปลืองวัสดุ เนื่องจากระบบพวกนี้มีความสูญเสียวัสดุที่น้อยกว่า อีกทั้งยังให้ความแข็งแรงทนทาน และมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกับวัสดุแบบทึบตันอย่างไม้หรือคอนกรีต สะดวกในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และเคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่า

สำหรับในบ้านเรา โครงรังผึ้งถือเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นเรียบชนิดใหม่ของวงการก่อสร้าง ทั้งนี้เกิดขึ้นจากการลงขันกันระหว่างชาวไทยและชาวต่างประเทส ทำการผลิตวัสดุแผ่นเรียบโครงรังผึ้งนี้ขึ้นมาโดยอาศัยเทคโนโลยีจากอเมริกา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะนำมาใช้ทดแทนวัสดุแบบทึบตันต่างๆ อาทิเช่น คอนกรีต อิฐ ไม้ ที่มักจะมีปัญหาขาดแคลนอยู่เสมอๆ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ในกรณีที่นำวัสดุนี้เข้าไปแทนคอนกรีต โดยใช้ทำผนังภายในและภายนอก ทั้งยังเป็นการช่วยประหยัดฐานราก เนื่องจากน้ำหนักของอาคารน้อยลง ลดความสิ้นเปลืองวัตถุดิบ เนื่องจากเป็นวัสดุที่ทำตามการออกแบบที่ทำไว้ล่วงหน้า จึงได้มีการคำนวณชิ้นงาน โครงสร้างต่างๆ มาแล้วอย่างดี อีกทั้งยังช่วยทำให้ประหยัดเวลา และสะดวกในการทำงาน ในต่างประเทศ การใช้งานผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อยู่ในวงกว้างพอสมควร คือมีการนำไปใช้เป็นผนังภายนอกของอาคารแบบ Curtain Wall และงานผนังแบบ Cladding หรือผนังรับน้ำหนัก ส่วนในบ้านเรานั้นการนำมาใช้งานยังอยุ่ในวงแคบ คือเอามาใช้เป็นผนังภายใน (Dry Wall) โดยเอามาแทนผนังยิบซั่ม หรือไม้อัดที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

รูปลักษณ์ของโครงรังผึ้ง (Honeycomb) ที่ใช้ในวงการก่อสร้างนั้น มีรูปร่างเช่นเดียวกับที่เป็นแกนภายในของโครงเครื่องบินในระยะแรก คือทำด้วยกระดาษคราฟท์ที่ใช้ทำกล่องกระดาษใส่ของที่มีใช้อยู่ทั่วไป การผลิตก็จะคัดเลือกกระดาษที่มีคุณภาพดี ผลิตจากเยื่อไม้จำพวกยูคาลิปตัส ผ่านกระบวนการทำลอน(Corrugate)ซึ่งการทำลอนนี้สามารถทำเป็นลอนได้หลายรูปแบบ เป็นลอนรูปหกเหลี่ยม หรือโครงรังผึ้ง สำหรับแบบที่มีผลิตในประเทศไทยขณะนี้จะมีรูปลักษณะเป็นลอนลูกฟูก เมื่อผ่านการทำลอนก็เอากระดาษที่ทำเป็นลอนนั้นมาประกบด้วยวัสดุบุผิว อาทิเช่น ยิบซั่มบอร์ด เอ็มดีเอฟบอร์ด ไม้อัดหรือโลหะชนิดต่างๆ เป็นวัสดุแผ่นเรียบสำหรับนำไปใช้งาน อันได้แก่ พื้น ผนังอาคาร ประตู เฟอร์นิเจอร์ระบบ Modular งานบรรจุหีบห่อ และบรรจุภัณฑ์ต่างๆโดยนำมาใช้แทนโฟม

คุณสมบัติของวัสดุแผ่นเรียบโครงรังผึ้งนี้ มีความสามารถในการรับแรงต่างๆได้สูงมาก เมื่อเทียบส่วนกับน้ำหนักของระบบที่เบามาก เนื่องจากมีเซลล์ขนาดเล็กๆ ซึ่งจะสามารถช่วยกระจายน้ำหนักออกไปได้ทั่วทั้งแผ่นแทนที่จะกดทับอยู่เพียงจุดเดียว มีความแข็งแรง ทนทาน เทียบได้กับวัสดุทึบตัน มีการชุบน้ำยาซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กระดาษแข็งขึ้น กันปลวกและแมลงต่างๆ กันน้ำและความชื้นได้(แต่ต้องไม่แช่อยู่ในน้ำ) รวมทั้งมีคุณสมบัติป้องกันไฟได้ระยะหนึ่งเช่นเดียวกับผนังยิบซั่ม แต่จะทำให้ไฟไหม้ทะลุไปยังอีกด้านหนึ่งได้ช้ากว่า สามารถกันเสียง กันความร้อนได้ อีกทั้งยังสร้างความรู้สึกให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกับว่าได้ใช้วัสดุแกนทึบตันเช่นอิฐ คอนกรีตหรือไม้ ทั้งนี้เพราะคนไทยมักจะติดอยู่กับการใช้วัสดุทึบตัน เมื่อมีการใช้ผนังเบาแบบยิบซั่ม หรือไม้อัดที่มีภายในกลวง ก็มักจะมีความรู้สึกว่าไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ทนทาน เป็นต้น

การผลิตผลิตภัณฑ์นี้ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ผลิตตามรูปแบบที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า คือทางผู้ผลิตจะประกบวัสดุบุผิวมาให้เลย สถาปนิกหรือมัณฑนากร รวมทั้งเจ้าของบ้าน สามารถสั่งได้ว่าต้องการวัสดุบุผิวประเภทใด ไม่ว่าจะเป็นไม้อัด เอ็มดีเอฟบอร์ด ยิบซั่ม ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจะมีขนาด 4×8 ฟุต ขนาดความหนาก็มีตั้งแต่ 13-75 มิลลิเมตร ซึ่งผลิตตามขนาดโครงคร่าวที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด รวมไปถึงความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและใช้งาน

การติดตั้งก็ใช้โครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสี(Galvanized Steel Spline) แบบเดียวกับที่ยิบซั่มบอร์ดใช้ แล้วติดแผ่นสำเร็จนี้กับโครงคร่าวก็จะได้ผนังทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตีกระทงก่อน ไม่ต้องเสียเวลาบุผนังที่ละด้ายอย่างไม้อัดหรือยิบซั่ม ไม่ต้องใช้วัสดุเชื่อมประสานใดๆ สะดวก และประหยัดเวลามากในเวลาติดตั้ง

ในเรื่องการเดินสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ก็ทำได้ไม่ยาก โดยทางผู้ผลิตจะทำช่องสำหรับใส่ท่อร้อยสายพวกนี้ไว้ภายใน และมีที่สำหรับติดอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิเช่น ปลั๊กไฟฟ้า ปลั๊กโทรศัพท์ สวิตช์ไฟ เป็นต้น ในกรณีที่เป็นบานประตูก็จะเสริมไม้สำหรับใช้ติดลูกบิดและกลอนประตู การตกแต่งหรือทำให้สวยงามก็สามารถทำได้ตามธรรมดา จะทาสีหรือติดวอลเปเปอร์ได้ทั้งนั้น

ในส่วนของการทำพื้นนั้น ก็จะทำได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ทำขึ้นชั่วคราว อาทิเช่น เวที ฟลอร์เต้นรำ พื้นสำหรับงานแสดงสินค้า พื้นแต่ละแผ่นจะมีตัวล็อคให้ติดกันเลยในตัวที่ขอบของแผ่นด้านหนึ่งจะทำเป็นลิ่มยื่นออกมา ขอบอีกด้านหนึ่งจะเป็นช่องเสียบ ซึ่งสามารถเสียบต่อกันได้ทันที แข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้คราวละมากๆ

การผลิตเฟอร์นิเจอร์น็อคดาวน์ก็จะเอาผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้ทดแทนปาร์ติเคิลบอร์ด ซึ่งโดยปกติผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จะใช้ปาร์ติเคิลบอร์ดหนาทั้งหมด ถ้าหากใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ช่วยด้วยการทำเป็นไส้ภายในก็จะใช้ปาร์ติเคิลบอร์ดบางลง เป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ทางหนึ่ง

การใช้ในงานบรรจุภัณฑ์ก็จะทำเป็นแผ่นรองสินค้า แผ่นกันกระเทือนใช้แทนโฟม ซึ่งถือกันว่าเป็นตัวที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม หลายประเทศในยุโรป รวมทั้งอเมริกา ปฏิเสธสินค้าที่มีวัสดุประเภทโฟมเป็นส่วนประกอบจึงมีการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น การนำมาใช้ในงานบรรจุภัณฑ์นี้ถือเป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งจากการผลิตวัสดุแผ่นเรียบ ผู้ผลิตจะเอาเศษที่เหลือจากการตัดให้ได้ขนาดตามแบบ มาใช้ในงานบรรจุภัณฑ์ ซึ่งนับว่าเป็นการใช้งานที่คุ้มค่าอย่างหนึ่งในเรื่องราคา อาจจะแพงกว่าผนังเบาประเภทยิปซั่ม หรือไม้อัด หรือผนังหนักอย่างก่ออิฐ หรือคอนกรีต

ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อาจจะยังเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับวงการก่อสร้างบ้านเรา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการที่จะทำให้เกิดการยอมรับในวงกว้างขวาง แต่เชื่อแน่ว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับวงการก่อสร้างบ้านเราได้เป็นอย่างดี

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>