คอนโดมิเนียมกับการจัดสรรเนื้อที่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ได้มากที่สุด

October 7, 2011 by

ด้วยความเฟื่องฟูของธุรกิจคอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นแทบทุกส่วนของกรุงเทพฯ และยังลุกลามออกไปถึงต่างจังหวัด เช่น ด้านชายฝั่งตะวันออกของไทย นับแต่ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ด้านทิศใต้โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจังหวัดที่ไกลออกไปอย่างเชียงใหม่ หาดใหญ่ หรือภูเก็ต ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าที่อยู่อาศัยในลักษณะของคอนโดมิเนียมยิ่งมีบทบาทมากขึ้นทุกที

คนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียม มีสิ่งที่คล้ายคลึงกันคือความต้องการความสะดวกสบาย โดยเฉพาะการสุขาภิบาล หรือปัญหาโจรขโมย เพราะคอนโดมิเนียมทุกแห่งจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลทั่วถึงกว่าหมู่บ้านจัดสรร

แต่ก็จะมีสิ่งหนึ่งที่คอนโดมิเนียมทุกแห่งจะมีข้อจำกัดกว่าบ้านจัดสรร คือเนื้อที่ภายในแต่ละหน่วย เนื้อที่ที่ค่อนข้างบังคับ รูปแบบของการอยู่อาศัย ถ้าหากซื้อห้องขนาดไหนก็ต้องอยู่ในห้องขนาดนั้นตลอดไป ในขณะที่บ้านจัดสรรนั้นสามารถเติบโตในด้านการต่อเติมได้ ฉะนั้นผู้ที่อยู่คอนโดมิเนียมจึงต้องมีการจัดสรรเนื้อที่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ได้มากที่สุด

ส่วนที่เห็นได้ชัดเจนว่า คอนโดมิเนียมจะมีข้อด้อยกว่าบ้านเห็นจะเป็นส่วนกลางของบ้านหรือจะเรียกว่าเป็นส่วนรวมของบ้านก็ได้ เพราะโดยทั่วไปแล้วส่วนนี้จะถูกจัดให้เป็นส่วนสาธารณะของบ้าน เป็นส่วนที่ทุกคนในบ้านจะสามารถใช้ร่วมกันได้ อันได้แก่ ส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหารและส่วนนั่งเล่น มักจะถูกจัดรวมกันหมด จึงอยู่ที่ว่าเจ้าของท่านใดจะเลือกสรรเนื้อที่ตามความสำคัญมากน้อยเพียงไร

จริงอยู่ที่ทุก ๆ คน ทุก ๆ บ้านต้องการเนื้อที่ให้เป็นสัดส่วนตามประโยชน์ใช้สอยเพื่อความเป็นระเบียบและความเหมาะสม แต่เมื่อเนื้อที่บังคับเช่นนี้ ทำให้เจ้าของห้องต้องตัดสินใจเอาว่าควรเลือกการตกแต่งเช่นไร และทำอย่างไรที่จะทำให้เนื้อที่ส่วนรวมนี้เป็นส่วนสัด แต่มีข้อให้ควรนำไปคิดประกอบคือ

การคิดแบ่งสันปันส่วน การซอยเนื้อที่ต่าง ๆ ที่คิดเอาไว้ว่าจะทำให้เป็นห้อง ๆ ต่อประโยชน์การใช้สอยแต่ละอย่าง อันนี้ค่อนข้างไม่ถูกหลัก เพราะตามความเป็นจริงแล้วส่วนกลางหรือส่วนรวมนี้มีแสงสว่างเข้าได้ทางเดียว คือจากด้านนอกสุดของห้อง ซึ่งมักทำเป็นประตูบานใหญ่ติดกระจกใสที่ออกไปยังระเบียง และห้องนี้จะระบายอากาศได้เพียงสองทาง คือจากทางประตูเข้า กับประตูที่จะออกไปสู่ระเบียง การกั้นห้องเป็นการตัดการระบายอากาศและแสงสว่างธรรมชาติออกไปอย่างสิ้นเชิง เป็นสาเหตุให้การอยู่อาศัยไม่สบายเท่าที่ควร

จากการที่คิดกั้นห้องจะทำให้ห้องที่มีเนื้อที่น้อยอยู่แล้วถูกริดรอนเนื้อที่ให้น้อยลงไปอีก เพราะเนื้อที่จะถูกจัดให้แยกแยะเป็นหน้าที่เฉพาะไป การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก็จะให้เป็นไปตามหน้าที่ของแต่ละห้อง จะต้องมีการเว้นเนื้อที่หากต้องการให้มีประตูปิด-เปิด เราต้องเสียเนื้อที่ส่วนนี้ไป ไม่สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ขวางประตูกั้นการเดินเข้าออกได้ หรือถ้าไม่มีประตูเราก็คงไม่อาจวางเฟอร์นิเจอร์ขวางทางเดินได้อีกเช่นกัน การกั้นห้องที่มีเนื้อที่แคบอันเป็นเนื้อที่ส่วนรวมเช่นนี้เป็นการสูญเสียเนื้อที่ไปอย่างไม่ควร

แม้ว่าคุณจะได้เนื้อที่เป็นส่วน ๆ ตามประโยชน์การใช้สอยก็จริง แต่ก็จะได้เพียงนิดหน่อย ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย คุณอาจวางเฟอร์นิเจอร์ได้สองตัวก็เต็มส่วนที่กั้นแล้ว เวลาที่ใช้ในแต่ละเนื้อที่ที่กั้นไว้นั้น กลับมีความรู้สึกที่น่าอึดอัด เพราะขนาดของเนื้อที่เหมือนถูกบีบด้วยผนังกั้นและเนื้อที่อันน้อยนิด แม้จะได้เป็นสัดส่วน แต่เวลาใช้สอยก็จะไม่คล่องตัว

ในทางกลับกัน หากคุณจัดเนื้อที่ให้ดูโปร่ง แม้เนื้อที่น้อยก็จะให้ความรู้สึกว่าห้องกว้างกว่าที่คิด เราไม่จำเป็นจะต้องกั้นห้องให้เป็นสัดส่วนที่แน่นอนแต่ควรที่จะทำให้แต่ละส่วนนั้น มีหน้าที่ในตัวของมันเอง เพราะถ้าจะว่ากันไปแล้วบ้านที่มีลักษณะของความเป็นบ้านบางบ้านก็ยังมีการใช้เนื้อที่เหล่านี้รวมกันได้ ควรที่จะคิดถึงความจำเป็นที่เราพึงใช้ในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด แล้วสนองตอบให้ได้มากที่สุด เราก็จะอยู่อาศัยแม้ในห้องแคบ ๆ ได้อย่างสบาย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือการรวมเนื้อที่การใช้สอยเข้าไว้ด้วยกัน ในลักษณะของการใช้งานใกล้เคียงกัน เช่น การใช้เนื้อที่ของห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นรวมเข้าด้วยกัน การใช้งานของสองส่วนนี้ที่คล้ายกันก็คือ การใช้เก้าอี้นั่งค่อนข้างสบายในขนาดและสัดส่วนของโต๊ะและเก้าอี้ของห้องรับแขกก็สามารถใช้งานในห้องรับแขกได้อย่างสบาย ความจำเป็นที่ว่าการที่เราอยู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมนี้ แท้จริงแล้วคุณได้ใช้ห้องรับแขกเพื่อการต้อนรับแขกมากน้อยเพียงไรทุกวัน สัปดาห์ละครั้งหรืออื่น ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วห้องรับแขกมักจะเป็นห้องที่แต่งไว้แล้วสูญเปล่า ไม่ได้รับประโยชน์มากเท่าที่ควร หรือแขกที่มาก็มักจะเป็นแขกกันเองที่ไม่มีความจำแป็นที่จะต้องต้อนรับขับสู้กันอย่างเป็นงานเป็นการ ทำให้การลงทุนทำห้องรับแขกเป็นการลงทุนแบบไร้ประโยชน์ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เข้าอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมมักจะเป็นเฉพาะครอบครัวใหม่ อันได้แก่ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งมีสมาชิกในบ้านไม่มากนัก ลักษณะของแขกที่จะมาก็เป็นหมู่เหล่าใกล้ตัวผู้เป็นเจ้าของห้องเช่นกัน ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้วห้องรับแขก จึงไม่ค่อยมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันแต่ประการใดนัก จึงมีทางเป็นไปได้ว่าใช้เนื้อที่ในส่วนรวมที่กล่าวถึงนี้ส่วนหนึ่งทำเป็นห้องนั่งเล่น แล้วภายในส่วนนั่งเล่นนี้ก็พร้อมที่จะทำเป็นที่รับแขกได้ด้วย เฟอร์นิเจอร์ชุดเดียวกันเมื่อต้องการใช้ประโยชน์ด้านใด อีกด้านก็งดใช้ในส่วนของการนั่งเล่นจะเห็นได้ว่ามีสิ่งที่ให้ความสะดวกสบายและด้านการบันเทิงเข้ามาเกี่ยวข้องเช่น เป็นที่นั่งฟังเพลง ดูทีวี เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะรวมกันอยู่ในชั้นวางของ และโดยทั่วไปมักเป็นแบบชั้นเปิดโล่งและแน่นอนจะต้องอยุ่ด้านตรงข้ามกับบริเวณที่วางเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้นั่งพักผ่อน ในลักษณะเช่นนี้ก็เป็นการแยกหน้าที่ของเฟอร์นิเจอร์ในตัวอยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่อเวลามีแขกมา หากไม่ต้องการการรบกวนจากสิ่งบันเทิงเหล่านี้ เพียงแค่ปิดเครื่องเสียง หน้าที่หนึ่งของห้องนั่งเล่นก้จะหมดไป คงเหลือไว้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ชุดที่สามารถทำหน้าที่ในการรับแขกได้อย่างเต็มที่

หรือหากจะแบ่งเนื้อที่อีกแบบหนึ่งก็ได้ คือการจัดบริเวณสำหรับนั่งเล่นรวมเข้าไว้กับบริเวณรับประทานอาหาร ซึ่งหากเป็นแบบนี้ เจ้าของห้องจะได้บริเวณที่เป็นส่วนเฉพาะได้ดีกว่าส่วนรับแขกจะจัดเอาไว้ส่วนหนึ่งไม่ปะปนกับการใช้งานด้านอื่นเลย ส่วนรับประทานอาหารและนั่งเล่น ซึ่งปกติแล้วเจ้าของบ้านทุกคนอยากจะให้เป็นสัดส่วนเฉพาะของครอบครัวอยู่แล้ว การรวมกันก็น่าจะเป็นไปได้มากกว่า แต่การจัดส่วนรับประทานอาหารให้เป็นที่นั่งเล่นได้ด้วยนั้น อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบอย่างของเฟอร์นิเจอร์บ้าง อย่างเช่นแทนที่จะจัดวางโต๊ะกับเก้าอี้ตามจำนวนคนแบบทั่วไป ก็อาจเปลี่ยนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นในลักษณะคล้ายม้านั่งยาว จะเป็นแบบมีเท้าแขน พนักพิงหรือมีเบาะนั่งบุผ้าเหมือนโซฟา จะเป็นลอยตัวหรือเป็นแบบติดตายก็ได้ ซึ่งจะจัดในลักษณะวางชิดผนังด้านหนึ่งเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าเป็นเก้าอี้ยาวลักษณะคล้ายโซฟา ขนาดความสูงของโต๊ะอาหารก็คงต้องต่ำลงด้วย อย่างเช่นปกติสูง 75 ซม. อาจเหลือเพียงแค่ 60 ซม. ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เหลือก็อาจวางเก้าอี้ลอยตัวได้เท่าที่เนื้อที่อำนวย ซึ่งในลักษณะเช่นนี้ เวลาที่ไม่ได้รับประทานอาหารก็จะเป็นส่วนนั่งเล่นได้อย่างสบาย มีคนจำนวนมากชอบนั่งดูทีวี ในขณะที่รับประทานอาหารด้วย เป็นการรวมประโยชน์ใช้สอยที่ตรงกว่า

หรือถ้าเป็นคอนโดมิเนียมที่มีเนื้อที่กว้างขึ้นที่จะสามารถจัดสรรเนื้อที่ได้ดีกว่าก็จะสามารถจัดสัดส่วนได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็อยากจะแนะนำให้จัดโดยไม่ต้องแบ่งกั้นเนื้อที่ตายตัว เพราะทิศทางของแสงสว่างและการระบายอากาศก็ยังเป็นตัวบังคับที่แน่นอนและค่อนข้างตายตัว ยิ่งห้องกว้างขนาดไหน ความต้องการแสงสว่าง ความปลอดโปร่งก็ยิ่งเพิ่มตาม อาจจัดแยกการใช้สอยเป็นส่วนเป็นมุมโดยไม่ต้องกั้นห้องก็ได้ หรือถ้าหากคิดว่าต้องการสัดส่วนอย่างแท้จริง ทำเป็นประตูบานเลื่อน ประตูบานพับที่สามารถกั้นสัดส่วนและเปิดโล่งได้ตามต้องการ

การกั้นส่วนต่าง ๆ ให้แยกออกจากกันนั้นดูจะเป็นวิสัยของคนไทยต่อการใช้เนื้อที่แต่ละอย่างที่ไม่ควรปะปนกัน แต่ถ้าหากเป็นรูปแบบของการอยู่อาศัยแบบสมัยใหม่ โดยเฉพาะกับคอนโดมิเนียมด้วยแล้ว นับว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาในการอยู่อาศัยเช่นนี้สำหรับชาวตะวันตกด้วยซ้ำ จะเว้นเฉพาะกันจริง ๆ ก็เป็นห้องนอนและห้องน้ำเท่านั้นที่ต้องการสัดส่วนอย่างแน่ชัด

ลักษณะของการอยู่อาศัยที่มีเนื้อที่ภายในเป็นห้องโถงใหญ่และมีส่วนต่าง ๆ อยู่รวมกันจึงดูเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิต ความเป็นอยู่ทุกวันนี้ นอกจากนี้แล้วก็ควรคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของเนื้อที่ให้มากที่สุด สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียม เช่น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบอเนกประสงค์อย่างเช่นการทำที่นั่ง ส่วนใต้ที่นั่งเล่นนั้นก็สามารถทำเป็นที่เก้บของได้ หรือโซฟาที่ใช้นั่งเล่นสามารถปรับให้เป็นที่นอนได้ เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้รับแขกชั่วคราว หรือหากจะใช้ประโยชน์จากการเอาตู้โชว์เป็นตัวกั้นห้อง ด้านหนึ่งใช้วางของโชว์ อีกด้านหนึ่งอาจเป็นที่เก็บของก็ได้ เป็นต้น

การจัดเนื้อที่จัดเฟอร์นิเจอร์ เพื่อมิให้กั้นแสงสว่างธรรมชาติเป็นสิ่งที่พึงกระทำ แม้ว่าคุณจะสามารถเปิดไฟฟ้าให้สว่างทั้งกลางวันและกลางคืนได้ แต่ควรคิดว่าหากวันใดที่มีการขัดข้องทางเทคนิคขึ้นมา สิ่งนี้จะช่วยเหลือได้ รวมทั้งเรื่องของการระบายอากาศด้วย

ส่วนกลางหรือส่วนรวมของบ้านเป็นหนึ่งห้องที่รวมได้ครบทุกอย่างสำหรับการใช้งานร่วมกันภายในบ้านที่เป็นคอนโดมิเนียมเป็นห้องที่มีค่าห้องหนึ่งที่ควรได้รับการจัดวางอย่างรอบคอบแล้วเนื้อที่อันน้อยนิดนี้ก็จะอำนวยประโยชน์ได้ดีที่สุดและจะช่วยให้การอยู่อาศัยสุขสบายด้วย

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>