การจัดสวน:รูปแบบการจัดสวนด้วยข่อย

November 17, 2011 by

เดี๋ยวนี้เรื่องสวนเรื่องต้นไม้เป็นที่นิยมและกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตไปค่อนข้างจะมากแล้วบ้านเราเมืองเราจะได้สดสวย ทำให้เราสดชื่น ทำให้อายุยืนขึ้นอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามเรื่องราวแต่ละเรื่องย่อมมีเนื้อหาและปัญหาเป็นเฉพาะอย่าง เรื่องสวนก็มีปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบการปลูกต้นไม้ การบำรุงรักษา นั่นก็เป็นเพราะกระบวนการจัดสวน ปลูกต้นไม้ประดับประดานั้น เพิ่งตื่นตัวกันในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมานี้ ความรู้จริงก็ยังไม่เกิด ตำราตำรับก็ยังไม่แพร่หลายนัก ปัจจุบันตำราเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสวนที่อยู่ในเกณฑ์ดีมีไม่ถึง 5 เล่มด้วยซ้ำ ดังนั้นเราก็อยู่ในภาวะที่ “ไม่รู้” อยู่อีกมาก

ปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบสวน เอาเฉพาะแค่ต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เล็งเห็นมานานแล้วว่าเป็นที่นิยมกันนักหนา ต้นไม้ที่ว่าก็คือ “ข่อย” หรือที่เรียกว่า “ข่อยช่อ” เป็นไม้โบราณที่บรรพบุรุษเราเอาไปทำยา ไปทำกระดาษข่อย จนเรารู้จัก “สมุด” โบราณที่เรียกว่า สมุดข่อย ปัจจุบันข่อยช่อเป็นที่นิยมมาก เพราะช่อกลมของมันดูมีเสน่ห์ น่ารัก คนก็เลยชอบ

ปัญหาแรกของข่อยก็คือ ผู้ทำข่อยช่อ(เป็นไม้ดัดชนิดหนึ่ง) หลายคนขาดความรู้ความเข้าใจในเชิงศิลปะ เลี้ยงเป็น ดัดช่อเป็น แค่นั้นก็ทำออกขาย ความงามของข่อยช่อย่อมอยู่ที่ 3 ประการคือ

–         ขนาดและความสูงของลำต้น

–         ขนาดและจำนวนช่อ

–         การจัดจังหวะตำแหน่งของช่อ

สามประการดังกล่าว มีผลต่อความงามทั้งสิ้น หากไม่รู้หลักในการทำแล้วไม้ดัดอย่างหนึ่งของเราก็กลายโฉมไปเสียหมดเห็นแล้วก็เสียดาย แต่ก็รู้กระบวนการทำ รู้ว่าอย่างไหนสวยไม่สวย รักจะทำเป็นอาชีพ ก็ช่วยกันขวนขวายหาตำราที่เชื่อถือได้มาดูมาศึกษารูปแบบกัน ศิลปะไม้ดัดของเราจะได้ไม่สูญหาย หรืออย่าทำให้วิญญาณบรรพบุรุษเราต้องผิดหวังกับความไม่รู้กับรูปแบบของศิลปะจอมปลอม

มีวิธีการอย่างไรที่จะนำข่อยมาปลูกมาจัดกลุ่มให้ดูสวยงามไม่ว่าจะวางเดี่ยว หรือวางกับต้นไม้ และองค์ประกอบอื่น ขอบอกเสียเลยว่าการนำข่อยมาปลูกแล้วนำไม้คลุมดินมาปลูกล้อมโคนต้นเป็นวงกลมนั้นเป็นรูปแบบที่อัปลักษณ์ไร้ซึ่งความงามที่สุด ไม่ว่าจะซื้อมาทำเอง หรือนำไปจัดสวนให้เขา อยากจะเป็นนักจัดสวนจะต้องมีวิญญาณของศิลปินหน่อย รู้ว่าอย่างไหนสวย ไม่สวย เหมาะไม่เหมาะ ไม่รู้แล้วทำอันตรายที่สุด

เพื่อความกระจ่าง ก็ต้องอธิบายว่าการปลูกไม้คลุมดินล้อมโคนต้นข่อยเป็นวงกลมนั้นมันน่าเกลียดตรงที่ว่าการปลูกไม้ล้อมรูปวงกลมนั้นจะให้ความรู้สึกที่หยุดนิ่ง เน้นขอบเขตให้จบอยู่ตรงนั้น ข่อยที่ดัดรูปทรงกลมนิ่งอยู่แล้วจะยิ่งแข็งกระด้างกลายเป็น “ตอ” ที่โด่เด่อยู่บนพื้นดิน การกำหนดรูปวงกลมนั้นนอกจากจะหยุดและจบอยู่ตรงนั้นแล้ว ยังนำองค์ประกอบอื่น ต้นไม้อื่นมาประกอบได้ยากที่สุด เพราะไม่สามารถเชื่อมให้ประสานกันได้ ตามหลักทางศิลปะแล้ว จุดกลมวงกลมนั้นคือจุดเริ่มต้นหรือจุดหยุดขององค์ประกอบ ลองนึกถึงจุด FULL STOP เวลาเขียนหนังสือ นึกถึงหัวแหวนรูปทรงกลม นึกถึงหัวเข็มหมุด นึกถึงป้ายจราจรที่ทำเป็นแผ่นวงกลม ซึ่งจะดึงความรู้สึกเราให้ไปสนใจและจบอยู่ที่ป้ายนั้น ฯลฯ

การจัดวางข่อยให้เป็นไม้ประดับในสวนให้เกิดความสวยงามอย่างแท้จริง ต้องออกตัวตามเคยว่า เรื่องราวและรูปแบบต่างๆที่จะนำเสนอนี้มิใช่ตำราหรือกฎเกณฑ์ที่จะต้องทำตาม เป็นเพียงตัวอย่างการเสนอแนะที่เชื่อว่าดีกว่าที่เป็นอยู่ แล้วก็เป็นข้อเสนอแนะที่มั่นใจว่ามีภูมิรู้อยู่บ้าง

จะพูดเรื่องข่อยคงต้องรู้จักข่อยกันก่อนพอสังเขป ดังนี้

ข่อยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Streblus asper มีชื่อสามัญว่า Siamese rough bush ซึ่งจะเห็นว่าอ้างอิงถึงแดนสยามของเราเลยทีเดียว ข่อยเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีเปลือกค่อนข้างขาว ลอกออกเป็นแผ่นผืนได้ง่าย อยู่ในวงศ์ Moraceae ใบเขียวแก่หนาขอบใบหยัก มีขนใบสาก ชอบแดดร้อนจัด แต่ก็สามารถขึ้นได้ในที่รำไร ข่อยใช้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง แก้โรคฟัน และนำมาหุงกลั่นเป็นน้ำมันแก้ริดสีดวง เปลือกข่อยนำมาทุบย่อยสลาย นำมาทำกระดาษ เรียกว่า กระดาษข่อย ปัจจุบันก็ยังมีการทำกันอยู่เป็นอุตสาหกรรมพื้นบ้าน ในประเทศอินเดียนิยมนำกิ่งสดมาถูฟันช่วยให้ฟันทน ในพม่านำมาสับผสมทำบุหรี่ สำหรับคนไทยเรานิยมนำใบข่อยมาขัดไม้ขัดงาช้าง

ข่อยเป็นไม้ที่ขึ้นง่าย และมีอัตราการทดแทนใบใหม่รวดเร็ว นำตอนำลำต้นมาปักชำเลี้ยงช่อใบใหม่ได้ นิยมทำเป็นไม้ดัดช่อ เพราะกิ่งแข็งแรง ใบแน่นเล็กละเอียด การตัดแต่งพุ่มใบบ่อยๆจะทำให้ช่อใบเป็นพุ่มกลมแน่นสวยงาม ประกอบกับลำต้นขาวสะอาด ผิวค่อนข้างเรียบ จึงใช้เป็นไม้ดัดที่ให้ระบบระเบียบได้ดี จึงนิยมกันมาก การใช้ข่อยเป็นไม้แต่งสวนในปัจจุบันนั้นมักใช้ข่อยดัดช่อมากกว่าข่อยธรรมชาติ ดังนั้น การใช้ข่อยให้เกิดความงามจึงขึ้นอยู่กับรูปทรงและช่อของข่อยนั้นๆ กับการจัดวางข่อยกับองค์ประกอบและหรือต้นไม้อื่นๆ

หลายครั้งเรารู้สึกว่าการตัดแต่งข่อยมีคติมาจากไม้ดัดไทยโบราณ จึงนิยมปลูกในกระถาง โอ่งขนาดใหญ่ เพื่อดัดกิ่งก้านและเลี้ยงช่อ แต่ละต้นจึงเป็นเอกเทศ เมื่อนำมาจัดสวนในปัจจุบัน จึงนำมาปลูกโดดๆ หรือวางประดับทั้งกระถาง เนื่องจากข่อยมีรูปทรงและช่อใบประณีตเป็นระเบียบข่อยจึงเหมาะกับสวนแบบวิสามัญที่เป็นระบบระเบียบ เช่น เรือนไทย บ้านโรมัน-กรีก เป็นต้น การนำข่อยมาปลูกโดดๆ หรือเป็นกลุ่มบนสนามสามารถทำได้ดีและดูสวยงาม ไม่จำเป็นต้องมีไม้อื่นๆมาประกอบ โดยเฉพาะการนำไม้คลุมดินมาปลูกล้อมโคนต้น ถ้าจำเป็นหรืออยากทำให้ล้อมโคนแบบธรรมชาติ ไม่ต้องตัดแต่ง หรือเน้นให้เป็นวงกลม ถ้าจำเป็นควรกำหนดเป็นรูปวงรี หรือกระจายแบบธรรมชาติจะดีกว่า อาจใช้ไม้คลุมดินมากกว่าหนึ่งชนิด จะทำให้ดูมีการออกแบบมากกว่า

ข่อยไม่เหมาะกับการจัดสวนป่าแบบธรรมชาติ แต่จะเหมาะกับสวนที่เน้นเนื้อหาเรื่องราวเป็นกลุ่มก้อน เป็นแถวแนว สามารถใช้ได้กับกรวด หิน ไม้คลุมดิน ไม้พุ่มที่มีใบเล็กละเอียด เช่น เข็มญี่ปุ่น(เข็มเศรษฐ๊เชียงใหม่ เข็มเศรษฐีบางบำหรุ) การใช้ข่อยกับสวนที่ใช้แนวความคิดแบบสวนญี่ปุ่นก็ดูจะเหมาะมาก โดยเฉพาะนำมาประกอบกับก้อนหินที่วางในแนวตั้ง โดยข่อยจะกลายเป็นจุดเด่นหรือประธานของกลุ่ม ในขณะที่หินและไม้พุ่มอื่นๆ จะเป็นองค์ประกอบรองให้เกิดเนื้อหาและความสมบูรณ์ในการจัดองค์ประกอบตามหลักศิลปะ

ไม่จำเป็นต้องปลูกข่อยให้เป็นจุดเด่นเพียงต้นเดียว แต่สามารถใช้ข่อย 2-3 ต้น มารวมกลุ่มกันให้เกิดเป็นจุดเด่นได้โดยเน้นความสูงไล่ระดับกันเน้นช่อใบที่รับกัน(ไม่เบียดหรือแออัดอยู่ในบริเวณเดียวกัน) เมื่อนำหินและไม้พุ่มไม้คลุมดินเข้าไปแล้วจะทำให้ข่อยมีความเด่นขึ้นมาทั้งกลุ่ม จนเรียกว่าเป็น “สวนข่อย” ก็ยังได้

การใช้ข่อยเพียงต้นเดียวก็สามารถทำได้ แต่จำเป็นจะต้องเน้นข่อยต้นใหญ่และสูง มีช่อใบกลมแน่นได้จังหวะข่อยช่อที่ดัดให้เกิดลีลาของก้านและช่อใบแบบลีลาของต้นไม้ธรรมชาตินั้น น่าจะมีคุณลักษณะที่ดีกว่าข่อยที่ทำช่อเสมอรอบต้น หรือเลี้ยงกิ่งยื่นยาวออกมา มีช่อใบตรงปลาย เพราะข่อยลีลาธรรมชาตินั้นจะใช้ได้ง่ายกว่า ในขณะข่อยแบบอื่นจะต้องพิจารณาหรือออกแบบให้เหมาะ เช่น ต้องใช้หลายต้นมาเรียงแถวหรือจับกลุ่มกัน ข่อยที่ดัดช่อเป็นเหมือนบริวารอยู่รอบต้น และชะลูดแหลมขึ้นไปเหมือนภูเขานั้น อาจจะมีความงามในแง่ของการนำไปโชว์หรือปลูกในกระถางเพียงต้นเดียว เพราะรูปร่างสามเหลี่ยมนั้นจะให้ความรู้สึกสงบมั่นคง ข่อยในลักษณะนั้นควรจะปลูกต้นเดียว หรือวางขนาบประตู หน้ามุข ทางเข้าใดๆ ซึ่งมักจะรวมถึงข่อยในรูปทรงอื่นๆด้วย และหลายๆ ครั้ง การใช้ข่อยประเภทนี้ปลูกลงกระถางเคลือบลายครามสวย ๆ วางประดับขนาบประตูหรือหน้ามุขก็ทำได้ดี และดูมีค่ากว่าปลูกลงดินเฉยๆ

ลักษณะการปลูกที่ไม่ควรทำที่เห็นได้ชัดก็คือ การปลูกข่อยรายเรียงไปตามทางเดิน ถนนภายในและภายนอกอาคาร หรือปลูกข่อยกระจายไปในสนาม ที่เป็นดังนี้ก็เพราะข่อยเป็นไม้ที่มีความงามโดดเด่นในตัวเอง มิใช่ไม้ที่จะต้องนำมาวางซ้ำๆกัน ทำให้ช่อข่อยหมดความหมาย การวางข่อยในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการลงทุนที่ผิดวิธี และทำลายความงามของตัวมันเองโดยสิ้นเชิง

การปลูกข่อยต้นเดียวโดดๆ ก็ยังไม่เหมาะสมกับสวนที่เป็นแบบธรรมชาติหรือแบบเป็นระเบียบ โดยไม่มีองค์ประกอบอื่นใดมาประกอบ ขณะเดียวกัน การปลูกไม้ล้อมโคนข่อยก็ถือเป็นความน่าเกลียดอย่างร้ายกาจดังที่กล่าวมาแล้ว

การปลูกข่อยกับสวนแบบธรรมชาติก็พอจะทำได้ โดยสวนนั้นควรเป็นสวนกึ่งธรรมชาติ และควรเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับตัวอาคาร เพราะตัวอาคารเป็นสิ่งก่อสร้าง สวนที่ประกอบควรจะเกี่ยวเนื่องกับอาคารนั้นๆ รูปแบบของสวนจึงจำต้องตัดแต่งทรงพุ่มให้เด่นชัด แต่ยังคงลักษณะอย่างธรรมชาติไว้

ข่อยเป็นไม้ดัดที่มีราคาแพง แต่ก็ยังถูกกว่าตะโกในลักษณะเดียวกัน ข่อยช่อสามารถเลี้ยงตัดแต่งช่อให้เป็นพุ่มกลมได้ง่ายและสะดวกกว่าตะโกซึ่งมีใบใหญ่กว่า ทำให้ข่อยมีศักยภาพในการจัดสวนปัจจุบันค่อนข้างมาก จึงอยู่ที่การออกแบบและนำข่อยไปใช้ไปจัดวางให้ถูกต้อง แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยาก หากเรามีหลักหรือแนวทางตามเนื้อหาคงจะทำให้เลือกใช้และจัดวางข่อยในงานจัดสวนได้ง่ายและมีหลักการมากขึ้น

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>