กาวอุดปะซ่อมรอยรั่วโครงสร้างอาคาร

September 30, 2011 by

เราลองมารู้จักกับวัสดุชนิดหนึ่งที่เรียกว่ากาวที่ใช้ซ่อมโครงสร้างอาคารดีกว่า แน่นอนย่อมไม่ใช่แป้งเปียกที่ใช้ติดถุงกระดาษแน่ กาวซ่อมโครงสร้างแบ่งออกเป็นหลายชนิดตามประเภทของเนื้อสาร ที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปก็คืออีพ็อกซี่และซิลิโคน ทั้งสองประเภทนี้ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

ซิลิโคน เป็นสารสังเคราะห์จำพวกยางสถานะปกติที่อยู่ในหลอดก็เป็นของเหลวเหนียวข้น แต่เมื่อนำมาใช้งานและถูกอากาศในอุณหภูมิปกติก็จะกลายเป็นของแข็ง มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นดี เชื่อมรอยแตกรอยแยกของอาคารได้ในส่วนที่ไม่ต้องรับแรง ที่มีขายในบ้านเราจะบรรจุอยู่ในหลอด ปลายหลอดเป็นกรวยใส แห้งตัวภายในห้านาทีก็สามารถสัมผัสพื้นผิวได้ เหมาะสำหรับพื้นผิวทุกชนิด โดยจะแยกออกไป เช่น สำหรับติดกระจกคุณสมบัติเป็นกรด อย่างเป็นกลางสำหรับติดงานปูนงานไม้ และกระเบื้อง นอกจากนี้ในตัวซิลิโคนยังมีสีในเนื้อหลายสี เช่น สีขาว สีครีม ซึ่งสะดวกในการทำงาน

 

อีพ็อกซี่ เป็นกาวชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างเป็นเคมีเป็นโพลิเมอร์ ในการใช้งานจะมีส่วนผสมสองตัวเสมอ คือเบสิกเรซินและฮาร์ดเดนเนอร์ เนื้อแท้ของอีพ็อกซี่ก็คือเบสิกเรซินและฮาร์ดเดนเนอร์เป็นตัวทำให้แข็งตัว ในวงการอุตสาหกรรมก่อสร้างจะเรียกว่ารีแพร์มอร์ต้าสำหรับซ่อมผิวคอนกรีตและเสาเข็มที่กะเทาะ มีทั้งเป็นแบบที่ต้องการผสมทรายเพื่อซ่อมรอยกะเทาะและแบบอินเจคชั่น คือการฉีดเข้าไปในแนวร้าว ซึ่งอีพ็อกซี่ชนิดนี้ต้องมีความใสมาก ๆ เพื่อจะฉีดเข้าไปได้ อีพ็อกซี่มีคุณสมบัติที่แห้งแล้วจะแข็งตัวมากกว่าซิลิโคน เหมาะกับซ่อมแซมส่วนโครงสร้างที่รับน้ำหนัก เช่น คานหรือพื้น ความยืดหยุ่นตัวน้อยกว่าซิลิโคน

 

กาวคอนกรีต หรือที่รู้จักทั่วไปว่ากัมกรีตเป็นกาวสำหรับงานซ่อมแซมรอยร้าว รอยรั่ว ของวัสดุต่าง ๆ เช่น คอนกรีต กระเบื้องใยหิน ไม้ โลหะ เซรามิค ลักษณะการใช้งานคล้ายอีพ็อกซี่ แต่มีส่วนผสมถึงสามชนิด คืออีพ็อกซี่ ฮาร์ดเดนเนอร์และฟิลเลอร์ เมื่อผสมออกมาแล้วต้องใช้ทำงานภายในหนึ่งชั่วโมง และจะแข็งตัวภายใน 2-3 ชั่วโมง จากนั้นจึงสัมผัสได้และแข็งแรงเต็มที่ภายในเวลา 72 ชั่วโมง มีความยืดหยุ่นดี ทนความร้อนและแรงดึงแรงดัดโค้งได้พอสมควรไม่หลุดล่อนเมื่อโดนน้ำ

 

กาวอีกอย่างมีลักษณะเป็นของเหลวเหนียวข้น ประเภทวัสดุกันซึมเป็นสารสังเคราะห์จากน้ำมันดิบคล้ายยางมะตอย สำหรับงานซ่อมแซมชั่วคราว การใช้งานต้องอาศัยตัวประสาน ส่วนมากก็จะใช้เศษผ้าเป็นตัวช่วยยึดประสานเนื้อของผลิตภัณฑ์ให้ติดแน่นกับพื้นผิววัสดุ

กาวอีกชนิดหนึ่งที่เป็นตัวกันซึมเหมือนกันคืออลูมัสติก ซึ่งเป็นส่วนผสมของบีทูมีนัสและเนื้ออะลูมิเนียม มีสถานภาพเป็นของเหลวเช่นกัน การใช้งานค่อนข้างสะดวกเพราะไม่ต้องใช้ตัวประสาน ตัวนี้จะกันความร้อนได้ด้วยเพราะเนื้อที่มีอะลูมิเนียมผสม อายุการใช้งานก็ประมาณสี่ถึงห้าปี แต่ทั้งนั้นและทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างด้วยว่าพิถีพิถันเพียงใด

คงพอจะทราบถึงกาวซ่อมโครงสร้างชนิดต่าง ๆ แล้ว คราวนี้ก็มาดูลักษณะการซ่อมแซมบ้าง ปัญหาใหญ่ที่เจ้าของบ้านประสบอยู่เนือง ๆ ก็คงจะเป็นหลังคารั่ว ฝนตกหนักทีไรทำเอาประสาทผวา การซ่อมแซมถ้าจะทำอย่างชั่วคราวก็คงใช้วัสดุกันซึมทั้งหลาย หรือไม่ก็ใช้กาวประเภทซิลิโคน การรั่วของหลังคามีหลายสาเหตุแต่จะยกตัวอย่างที่พบบ่อย ๆ ก็คือ

กระเบื้องหลังคาแตกหรือร้าว การซ่อมแซมก็ต้องเลือกเอาวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส จัดการปัดกวาดทำความสะอาดบริเวณที่ร้าว อย่าให้มีเศษผงหรือฝุ่นใด ๆ แม้กระทั่งความชื้นแล้วใช้วัสดุกันซึมทาลงไป ชนิดที่ใช้ตัวประสานก็ทากาวลงไปก่อนหนึ่งชั้นแล้วฉีกเศษผ้าวางลงไป อาจเป็นผ้าดิบหรือผ้าก๊อซพันแผลก็ได้ จากนั้นก็ใช้กาวกันซึมนี้ทาอีกทิ้งไว้ให้แห้ง ส่วนชนิดที่ไม่ต้องใช้ตัวประสานก็ทาลงไปได้เลย หรือจะใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปบีบลงไปตรงรอยร้าวเลยก็ได้

ฝนซึมเข้าบริเวณหมุดตรึงหลังคากระเบื้องลอนคู่ การติดหลังคากระเบื้องลอนคู่มักจะใช้น็อตซึ่งรองด้วยวงแหวนและยางปะเก็นกันน้ำ เมื่อนาน ๆ ไปยางปะเก็นมักจะเสื่อมสภาพหดตัวทำให้น้ำฝนรั่วเข้าไปได้ การแก้ไขก็ทำความสะอาดแล้วใช้ซิลิโคนบีบรอบ ๆ บริเวณนั้น

อีกอย่างก็สาเหตุจากการเรียงตัวของกระเบื้องมุงหลังคาไม่ดี ช่างไม่ประณีต เมื่อฝนตกและมีลมตีส่งน้ำฝนก็จะไหลเข้ารอยต่อที่ไม่เรียบร้อย ถ้าไม่มากนักก็ใช้ซิลิโคนอุด แต่ถ้ามากก็คงต้องรื้อหลังคาแล้วปูใหม่

นอกจากนี้การรั่วอาจเกิดขึ้นในบ้าน ไม่ต้องแปลกใจไม่ใช่ว่าฝนเข้ามาในบ้านหรอกนะ แต่หมายถึงการรั่วของเครื่องใช้ภายในบ้านซึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องในห้องน้ำไปได้

พื้นห้องน้ำ ถ้าเป็นห้องน้ำชั้นล่างเราอาจไม่สังเกต แต่ถ้าเป็นชั้นสองแล้วพื้นห้องน้ำรั่วน้ำก็ขังในช่วงฝ้าเพดานชั้นหนึ่งก่อนที่จะพร้อมใจกันหยดลงมาสร้างความรำคาญเนื่องจากมีกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา ส่วนใหญ่ก็มาจากการเทปูนพื้นห้องน้ำไม่ดีพอ เมื่อปูกระเบื้องลงไปก็ทำให้เกิดรอยแยกซึ่งเราอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะปูนขาวซึ่งยาแนวจะบังไว้ แต่น้ำจะซึมผ่านเนื้อปูนนี่แหละ

การทำความสะอาดห้องน้ำก็ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีคุณสมบัติเป็นกรดล้าง เพราะโดยเนื้อแท้แล้วน้ำยาเคมีเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยให้สะอาดมากนัก แต่ตัวมันเองจะกัดส่วนที่เป็นปูนขาวยาแนวต่อกระเบื้องให้หลุดออกไป ทำให้น้ำซึมลงไปชั้นล่างได้ง่ายขึ้น การจะใช้ปูนขาวมายาแนวซ้ำอีกก็ทำได้ยาก เพราะจะไม่เกาะแน่นดังเดิม คงต้องรื้อกระเบื้องปูพื้นออกแล้วก็เรียงใหม่

ส่วนที่ต้องระวังในห้องน้ำอีกทีก็คือช่วงต่อของผนังและพื้นซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก เราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็ใช้กาวประเภทซิลิโคนนี่แหละยาลงไป แต่ต้องระวังว่าขณะซ่อมแซมต้องให้พื้นแห้งและสะอาดจริง ๆ ปราศจากคราบสบู่

ในห้องน้ำอีกทีก็คงเป็นส่วนของเครื่องสุขภัณฑ์ การติดตั้งลงไปก็ต้องอาศัยปูนขาวในการยาแนวเช่นกัน ดังนั้นการเกิดรอยรั่วรอยแยกของปูนก็มีโอกาสที่เกิดขึ้นได้ เช่น อ่างอาบน้ำ มักจะรั่วตรงแนวต่อของขอบอ่างกับผนัง ส่วนมากมักจะติดฝักบัวเหนืออ่างแล้วอาบน้ำ น้ำก็มักจะซึมเข้าทางรอยต่อนั่นแหละ แล้วลงไปรวมขังอยู่ด้านใต้ของก้นอ่าง ปัญหานี้เราอาจไม่ค่อยรู้กัน แต่ถ้าน้ำเกิดหยดลงไปชั้นล่างเมื่อไรมักจะหาสาเหตุไม่พบ เพราะบางทีตรวจสอบแล้วพื้นก็ไม่รั่ว ก็ไม่ทราบว่าน้ำรั่วนั้นมาจากไหน

เราก็แก้ไขโดยใช้กาวซิลิโคนยาแนวรอยต่อขอบอ่างกับผนัง วิธีนี้จะดีกว่าการใช้ยางปิดทับขอบรอย เพราะมีโอกาสที่จะหดตัวและหลุดลอกได้ ส่วนน้ำที่อยู่ใต้อ่างถ้าไม่รั่วออกมามากเราก็ปล่อยไว้อย่างนั้น เพราะน้ำย่อมมีการระเหยตัวอยู่แล้ว ถ้ามากเกินไปไหลไม่หยุดก็ต้องเจาะฝ้าเพดานช่วงนั้นให้น้ำไหลออกซะแล้วปิดฝ้าเพดานช่วงนั้น ยาด้วยผงยิปซั่ม

จากในบ้านก็ออกมานอกบ้านในส่วนของผนังและกำแพง ถ้ามีรอยร้าวรอยรั่วเกิดขึ้นก็ต้องซ่อม อย่าปล่อยให้ร้าวซะจนพังล่ะ ถ้าร้าวไม่มากจะซ่อมด้วยตัวเองก็ได้ อย่างแรกก็ใช้ลิ่มตอก ๆ ตามแนวร้าวแล้วจัดการปัดกวาดทำความสะอาด จากนั้นก็กัมกรีตอุดตามรอยโดยใช้เกรียงปาดให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงแล้วใช้กระดาษทรายน้ำปัดให้เรียบเนียน ทาสีทับหรือถ้าจะให้เร็วกว่านี้ก็ใช้ซิลิโคน โดยเอาเกรีรยงขูดตามแนวร้าวให้รอยแยกออกนิดหนึ่ง ทำความสะอาดพื้นผิว บีบซิลิโคนลงไปปาดให้เรียบ ทาสีทับ

ถ้าคานร้าวล่ะ ไม่ต้องตกใจถ้าร้าวไม่มากก็ซ่อมเองได้ แต่ถ้าร้าวแบบแตกหรือแยกออกเห็นโครงเหล็กภายในก็ต้องเรียกช่างแล้วละ มิฉะนั้นบ้านอาจถล่มก็ได้ ถ้าจะซ่อมเองก็ต้องพึ่งพาอีพ็อกซี่ซึ่งใช้ซ่อมโครงสร้างในส่วนที่รับแรงโดยเฉพาะ การทำก็คล้ายกับงานอื่น ทำความสะอาดพื้นผิว เตรียมผสมยาแนวซึ่งมีเนื้อเป็นครีมข้นยาแนวเสียก่อน ใช้ตัวจุ๊บเสียบตามรอยร้าว นำส่วนผสมของตัวยาแนวมาป้ายทับตามรอยร้าวแล้วใช้ปืนสำหรับฉีดอีพ็อกซี่ฉีดอัดเข้าไปตรงตัวจุ๊บ การฉีดฉีดช้า ๆ เพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศ ดึงตัวจุ๊บออกใช้ยาแนวปิดรอยอีกที ทิ้งไว้หกชั่วโมงก็จะแข็งตัวเต็มที่ ความแข็งแรงของอีพ็อกซี่จะมากกว่าคอนกรีตธรรมดา ทนแรงกดแรงเค้นได้ดี

วัสดุกาวซ่อมแซมอาคารเหล่านี้ราคาไม่แพงมากนัก พอที่เจ้าของบ้านจะซื้อมาแล้วใช้เองได้ ซิลิโคนก็หลอดละ 150 บาท สามารถใช้ได้ทันที หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป แต่ต้องระวังเพราะอายุของซิลิโคนมีจำกัดประมาณ 1 ปี หลังจากการบรรจุ ต้องใช้ก่อนหน้าจะหมดอายุ มิฉะนั้นคุณสมบัติจะด้อยลง อีพ็อกซี่ดูจะเป็นวัสดุที่มีราคาแพงกว่าเพื่อน ชุดเล็ก 200 ซีซี. ประมาณ 660 บาท ตัวยาแนวชุดหนึ่งสองกิโลกรัมก็ประมาณ 1,790 บาท แต่ตัวนี้สามารถนำไปใช้ดัดแปลงซ่อมแซมงานได้อีกหลายประเภทคล้าย ๆ กัมกรีต ถ้าจะมีติดบ้านไว้ก็จะเป็นการดี

งานซ่อมแซมในปัจจุบันเจ้าของบ้านมักจะซ่อมแซมเองถ้าไม่เป็นเรื่องใหญ่อะไรนัก การศึกษาเรื่องวัสดุซ่อมแซมโครงสร้างก็คงจะทำให้เข้าใจพื้นฐานของการซ่อมแซมได้บ้าง เพื่อคุณจะไม่ต้องกังวลเมื่อยามได้ยินเสียงฟ้าร้องมาแต่ไกล

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>