การเลือกใช้ปาร์เกต์รางลิ้นกับปาร์เกต์โมเสก

October 27, 2011 by

ปาร์เกต์  คือชิ้นไม้นำมาต่อเรียงกันในรูปแบบกระสวนต่าง ๆ ให้เป็นแผ่นสีเหลี่ยม มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือแบบแผ่นเล็กและแผ่นใหญ่ แผ่นเล็กเรียกว่า ปาร์เกต์โมเสก ทำมาจากไม้ชิ้นเล็กขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 ซม. ยาว 10 ซม. มาต่อเรียงกัน อัดแน่นด้วยกาวเป็นแผ่นขนาด 10×10 ซม. ส่วนปาร์เกต์แผ่นใหญ่นั้นจะใช้ไม้ขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาวขนาดต่าง ๆ ตั้งแต่ 7-12 นิ้ว นำมาเรียงต่อกันโดยการประกบเข้ารางลิ้นด้วยกระสวนต่าง ๆ ได้เป็นแผ่นขนาด 7-12 นิ้ว การทำปาร์เกต์นั้น นอกจากจะได้วัสดุปูพื้นที่เป็นไม้ธรรมชาติในลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะเป้นการนำ “เศษ” ไม้มาแปรรูปเป็นลักษณะดังกล่าว และนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ปัจจุบันปาร์เกต์ทำจากไม้หลายชนิดซึ่งมักจะเป็นไม้ที่มีความงามในตัวเองด้วย คือ ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้สัก ไม้ประดู่ เพื่อเลือกใช้ได้ตามใจชอบ

ดังนั้น หลักในการเลือกใช้พอจะแยกเป็นหัวข้อได้ดังนี้

–         ขนาดพื้นที่ที่ใช้ปาร์เกต์

–         ชนิดของวัสดุที่ชอบ

–         ราคา

–         ความสวยงาม

–         ความทนทาน

–         การออกแบบ

ขนาดพื้นที่ที่ใช้ปาร์เกต์

ก็คงเป็นข้อพิจารณาแรก เพราะการใช้วัสดุปูพื้นใดควรมีเนื้อที่ที่กว้างขวางพอที่จะใช้ เพื่อให้เกิดปริมาณที่พอเพียงในเชิงของความสวยงามและความเป็นเอกภาพสำหรับบริเวณนั้น

ความสวยงาม

ปาร์เกต์มีความงามในตัวเอง ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง เป็นธรรมชาติ มีความประณีตสุขุมอยู่ในตัว สาเหตุนี้จึงนิยมใช้กับอาคารพักอาศัยมากกว่าอาคารสาธารณะ ขณะเดียวกันปาร์เกต์มีความทนทานน้อยกว่าวัตถุปูพื้นสาธารณะอื่น ๆ เช่น กระเบื้อง หินแกรนิต กระเบื้องยาง พรมวิทยาศาสตร์ ปาร์เกต์จะเป็นรอยขีดข่วนจากรองเท้าได้ง่ายจากการใช้สอยในอาคารสาธารณะ

ความทนทาน

การเลือกใช้ปาร์เกต์รางลิ้นหรือแบบโมเสกนั้นอยู่ที่ความทนทานด้วย ปัญหาของปาร์เกต์โมเสกนั้น จะหลุดล่อนเป็นชิ้น ๆ ได้ง่ายกว่าแบบรางลิ้น หลายครั้งเนื้อไม้ไม่ได้คุณภาพ อาจเป็นไม้พุ เป็นกระพี้ หรือมีมอดแมลงกิน ปาร์เกต์รางลิ้นซึ่งใช้ไม้ขนาดใหญ่กว่าจะได้เปรียบ

ชนิดของไม้ที่ชอบ

ก็คงเหมือนกับการเลือกเสื้อผ้าหรือรถยนต์นั่นเอง กรณีนี้คงอยู่ที่รสนิยมมากกว่าอย่างอื่น

การออกแบบ

จริง ๆ แล้วเรามักใช้ปาร์เกต์ปูพื้นนั้น ๆ เต็มบริเวณโดยไม่ออกแบบลวดลายหรือใช้ร่วมกับวัสดุปูพื้นอื่นใด นอกจากลวดลายของปาร์เกต์นั้น ๆ ที่เลือกแล้ว

แต่บางครั้งอาจออกแบบให้ใช้ปาร์เกต์ปูพื้นรวมกับวัสดุอื่นๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ห้องรับแขกได้ออกแบบให้พื้นที่โดยรอบชิดกับผนังห้องเป็นไม้แผ่นหรือเป็นกระเบื้อง บริเวณส่วนกลางออกแบบให้เป็นปาร์เกต์โมเสก และอาจจะเว้นบริเวณจุดศูนย์กลางห้องเป็นปาร์เกต์รางลิ้นสัก 1 ตารางเมตร เป็นต้น

ราคา

และแน่นอนที่สุด ราคาคงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งประการหนึ่ง สำหรับเจ้าของบ้านทั่วไปที่มิใช่มหาเศรษฐี การกำหนดงบประมาณของบ้านในวงจำกัดย่อมมีผลต่อความเป็นไปได้ในการใช้วัสดุปูพื้นและวัสดุก่อสร้างอื่นใด ซึ่งจะต้องจำกัดตามไปด้วยในกรณีนี้ หากเป็นปาร์เกต์ก็คงเป็นปาร์เกต์โมเสกราคาถูกกว่า หรือปาร์เกต์ไม้ประดู่ที่มีราคาถูกกว่าเพื่อนในบรรดาปาร์เกต์รางลิ้นด้วยกัน

หากราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้แล้ว ข้อพิจารณาที่น่าจะใช้ยุติได้ก็คือ ความทนทานและการออกแบบ ส่วนความชอบนั้นถือเป็นประเด็นส่วนตัวมากกว่า นอกเหนือจากความทนทานแล้วมีข้อสังเกตว่า ไม่ว่าจะเป็นปาร์เกต์ชนิดใด ในทางปฏิบัติแล้วแต่ละชนิดจะมีความทนทานในการใช้งานพอเพียง ปัญหาที่เกิดขึ้นมักมาจากสภาวะอื่น ๆ เช่น การปูไม่ดี ใช้กาวไม่ดี และได้รับความชื้นจนทำให้กาวหลุดล่อนในเวลาต่อมา

เรื่องที่อยากจะกล่าวถึงก็คือการออกแบบ ซึ่งหมายถึงการออกแบบลวดลายของพื้น ทั้งการใช้ปาร์เกต์อย่างเดียวหรือใช้วัสดุอื่น ๆ ประกอบด้วยการออกแบบจะทำให้ปาร์เกต์ทั้งสองแบบมีลักษณะลวดลายที่แปลกตาขึ้น มีความสวยงามมากขึ้น(ควรจะเป็นเช่นนั้น) ข้อด้อยที่มองว่าปาร์เกต์โมเสกอาจจะดูมีค่าน้อยกว่าหรือสวยงามน้อยกว่าก็จะหมดไป เหมือนการออกแบบลวดลายหินขัดในปัจจุบัน ทำให้หินขัดกลายเป็นงานตกแต่งพื้นที่มีคุณค่าในเชิงความงามมาก ไม่ใช่วัสดุตกแต่งสามัญอย่างที่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นหากมีการออกแบบลวดลายพื้นแล้ว การเลือกใช้ปาร์เกต์ชนิดใดก็น่าจะให้คุณค่าและความงามไม่แพ้กัน การออกแบบลวดลายของพื้นปาร์เกต์ในลักษณะนี้ น่าจะเป็นแนวทางที่จะทำให้งานพื้นและการใช้ปาร์เกต์พัฒนามากขึ้น และลดข้อเปรียบเทียบในการเลือกใช้ลงไปได้

ต่อไปนี้เป็นตารางพิจารณาสำหรับการเลือกใช้ปาร์เกต์ทั้งสองประเภท

ข้อพิจารณา ปาร์เกต์โมเสก ปาร์เกต์รางลิ้น หมายเหตุ
วัสดุที่ใช้ทำ ไม้ ไม้ มีหลายชนิด เช่น ไม้มะค่า ไม้สัก ไม้แดง
การประกอบและติดตั้ง ใช้กาวลาเท็กซ์ ใช้รางลิ้นและกาวลาเท็กซ์ ต้องเตรียมพื้นที่ให้เรียบมักเป็นปูนฉาบขัดมัน
การตกแต่งผิว ขัดเรียบแล้วเคลือบด้วยน้ำมันเคลือบพื้นชนิดต่าง ๆ เช่นเดียวกัน
ขนาดพื้นที่ในการติดตั้ง ทุกขนาด เหมาะกับพื้นที่กว้างอย่างน้อยประมาณ 16 ตารางเมตรขึ้นไป ระยะเวลาในการติดตั้ง รวดเร็วเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น ปาร์เกต์รางลิ้นจะเร็วมาก
การใช้ประกอบกับวัสดุปูพื้นอื่น ๆ ใช้ได้ ใช้ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ และคำนึงถึงการติดตั้ง การเชื่อมต่อหรือชนวัสดุนั้น ๆ เข้าด้วยกัน
บริเวณที่ควรใช้ ห้องหรือบริเวณที่ไม่เปียกชื้นมักเป็นบริเวณภายในอาคาร เช่นเดียวกัน
ความทนทาน ทนทาน ทนทานกว่า เพราะมีรางลิ้นช่วยยึดปาร์เกต์แต่ละชิ้นเข้าด้วยกันไม่หลุดล่อนง่าย ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่และการใช้กาวสำหรับติดตั้ง
การแก้ไขซ่อมแซมเปลี่ยนแปลง ง่ายกว่า ยากกว่า เพราะรางลิ้นจะประกอบกันแน่น
ราคา ถูกกว่า แพงกว่า
ความสวยงาม สวยงาม สวยงาม แต่จะดูมีคุณค่ากว่า เพราะแผ่นใหญ่ เน้นให้เห็นเนื้อไม้ชัดเจน ขัดและเคลือบแล้วจะดูมีค่ามาก

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>