การพิจารณาเลือกใช้ม่านผ้าหรือม่านปรับแสง

August 1, 2011 by

เรื่องของม่านในบ้านพักอาศัย ถ้าว่ากันด้วยเหตุผลแล้ว การนำม่านมาใช้นั้นมีเหตุผลอยู่สามประการสำคัญ ๆ คือ ประการแรก ใช้ม่านเพื่อต้องการความเป็นสัดส่วน ช่วยบดบังสายตาจากภายนอกไม่ให้มองเห็นภายใน ประการที่สอง ใช้ม่านเพื่อป้องกันแสงสว่างและแสงแดดจากภายนอก และประการสุดท้ายคือการใช้ม่านเพื่อการตกแต่ง

เดิมทีนั้นวัสดุที่นิยมใช้ทำม่านก็มีแต่เฉพาะผ้า แต่มาทุกวันนี้มีวัสดุและม่านแบบใหม่ ๆ ให้เลือกใช้เพิ่มเข้ามา คือม่านปรับแสงทำด้วยแผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ วางเรียงซ้อนกันเป็นบานเกล็ดเล็ก ๆ ให้เลือกใช้เป็นที่บังสายตา บังแดด และตกแต่ง ระหว่างผ้าม่านและม่านปรับแสง ซึ่งก่อนการตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็จำเป็นอยู่ที่ต้องมาพิจารณากันถึงประโยชน์ใช้สอย และข้อดี ข้อเสียม่านทั้งสองชนิดนี้กันก่อน

ม่านที่ทำจากผ้า

โดยลักษณะของเนื้อวัสดุ ม่านที่ทำจากผ้าจะให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น อ่อนหวาน หรือแม้แต่สง่างามตามรูปแบบของม่านและชนิดของเนื้อผ้าที่นำมาใช้ เนื้อผ้าที่ใช้ทำผ้าม่านก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งผ้าลูกไม้โปร่งตา ผ้าทอสีพื้นและผ้าทอลาย

ข้อดีของผ้าม่านก็คือ มีแบบม่านให้เลือกใช้กับงานตกแต่งมากมาย ตั้งแต่งานตกแต่งในรูปแบบคลาสลิกจนถึงงานตกแต่งแบบสมัยใหม่ ที่อาจใช้ผ้าสีสันต่าง ๆ มาสลับใช้

ทางด้านการทำงานของผ้าม่านก็แบ่งออกได้เป็นสองลักษณะใหญ่ ๆ ตามลักษณะการเปิดปิด คือ เปิดปิดผ้าม่านโดยดึงผ้าม่านให้เลื่อนเข้หากันแบบธรรมดาทั่วไป และการเปิดปิดผ้าม่านแบบดึงผ้าให้ม้วนขึ้นหรือซ้อนทับกันในแนวตั้งจากด้านล่างขึ้นด้านบน จากลักษณะต่าง ๆ นี้จึงทำให้ผ้าม่านมีความหลากหลายในการเลือกนำมาใช้งาน ไม่ว่าจะเลื่อนขึ้นลงหรือเลื่อนปิดธรรมดา อีกทั้งเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวหรือกันแดดก็สามารถใช้ผ้าเนื้อหนา หรืออีกกรณีหนึ่งถ้าต้องการแสงสว่างตามธรรมชาติบ้างก็อาจเลือกใช้ผ้าโปร่งเป็นผ้าม่านได้ ซึ่งโดยปกติทั่วไปผ้าม่านจะมีอยู่ด้วยกันสามชั้น ชั้นในสุดจะเป็นผ้าโปร่ง ชั้นที่สองจะเป็นผ้าม่านเนื้อหนา และชั้นนอกสุดจะเป็นผ้าม่านเพื่อการตกแต่งโดยเฉพาะ จับเป็นจีบบ้าง ใส่พู่ระย้าบ้าง ฯลฯ

เกี่ยวกับงานตกแต่ง ผ้าม่านมีแบบลวดลายและสีสันของผ้ารวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบอย่างอื่น ๆ เช่น รางผ้าม่านพู่ระย้า สายรัดและสายดึงม่าน ให้เลือกใช้กับงานตกแต่งลักษณะต่าง ๆ กันได้ และไม่ว่าช่องหน้าต่างหรือประตูจะมีขนาดกว้างยาว และสูงเท่าใดก็ตาม

ข้อด้อยของผ้าม่าน ถ้าเว้นเรื่องของการจับฝุ่นละอองและการทำความสะอาดที่ยุ่งยากแล้วก็จะอยู่ที่ประโยชน์ใช้สอย จะกางเป็นผืนใหญ่ติดกันตลอด ดังนั้นผ้าม่านจะกันแดดได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อชักม่านปิดช่องเปิดนั้นทั้งหมด และถ้าม่านที่ใช้เป็นผ้าม่านเนื้อหนาก็จะบดบังทัศนียภาพด้านนอก หรือถ้าเลือกใช้ผ้าม่านเนื้อบางประเภทผ้าโปร่งก็จะใช้ประโยชน์ได้แต่เพียงกรองแสงสว่างหรือแสงแดดให้เข้ามาน้อยลงเท่านั้น เรียกว่าถ้าจะเลือกใช้ผ้าม่านเพื่อกันแดดก็จะต้องเสียมุมมองทัศนียภาพภายนอกไป

ม่านปรับแสง

ม่านปรับแสงโดยทั่วไปจะเป็นม่านที่ทำจากอะลูมิเนียมมาร้อยเข้าไว้ด้วยกัน เหตุที่ได้ชื่อว่าม่านปรับแสงก็เนื่องจากว่าม่านแบบนี้สามารถลดทอนแสงสว่างจากภายนอกที่จะเข้าสู่ภายในห้องได้ โดยการปรับหมุนองศาของแผ่นกันแดดให้เอียงตามความต้องการ คล้ายกับบานเกล็ดหน้าต่างปรับมุมที่ใช้กัน จะต่างกันก็ตรงที่ม่านปรับแสงเป็นแผ่นอะลูมิเนียมเล็ก ๆ บาง ๆ

ข้อดีของม่านปรับแสงคือ สามารถลดทอดนความจัดจ้าของแสงแดดที่จะเข้ามาภายในอาคารได้ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นฉากกั้นสายตาไปในตัวโดยไม่ทำให้ภายในมองไม่เห็นภายนอก นอกจากจะปรับมุมองศาของแผ่นอะลูมิเนียมให้ปิดซ้อนทับกันสนิท

อีกอย่างหนึ่งก็คือ ม่านปรับแสงเป็นม่านที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันแสงแดด ดังนั้นจึงมีการใช้งาน่ของแผ่นม่านสองลักษณะด้วยกัน คือม่านปรับแสงแบบแผ่นอะลูมิเนียมวางตามแนวนอน และแบบแผ่นอะลูมิเนียมตามแนวตั้ง ความแตกต่างของการเลือกใช้งานจะอยู่ที่ใบม่านตามแนวนอน เหมาะจะใช้บังแดดทางด้านทิศใต้ เพราะแสงแดดทางทิศนี้จะเอียงทำมุมกับตัวอาคาร ดังนั้นการเลือกใช้ใบม่านแนวนอนจะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี เช่นเดียวกับการยื่นชายคาหรือระเบียงกั้นแดดให้กับอาคารทางด้านทิศใต้

สำหรับม่านปรับแสงทางด้านตั้ง ใบม่านแบบนี้จะมีวัสดุเป็นอะลูมิเนียมและแผ่นใยสังเคราะห์ให้เลือกใช้ ม่านปรับแสงที่มีแผ่นทางตั้งนี้เหมาะจะใช้กันแดดทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศทางที่แสงแดดจะส่องเข้ามาตรง ๆ ดังนั้นการจัดให้ใบม่านพลิกเอียงไปมาได้ตามแนวดิ่งจะทำให้สามารถป้องกันแดดทางด้านนี้ได้ดีกว่าการเลือกใช้ใบม่านตามแนวนอน

จุดด้อยของม่านปรับแสงจะอยู่ที่ข้อจำกัดของการใช้งาน เพราะม่านแบบนี้เหมาะสำหรับนำไปใช้ในงานตกแต่งแบบสมัยใหม่มากกว่าจะนำไปใช้กับงานตกแต่งรูปแบบอื่น ๆ อีกทั้งม่านแบบนี้ยังมีผิวสัมผัสที่แข็งกระด้าง ไม่ดูนุ่มนวลอบอุ่นเหมือนผ้าม่าน จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมนำมาใช้กับบ้านพักอาศัย หากกลับไปนิยมใช้ในอาคารสำนักงาน เพราะสามารถดูแลทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าม่าน จึงเป็นผลทำให้เกิดความรู้สึกตามมาว่าการเลือกใช้ม่านปรับแสงในบ้านพักอาศัย บรรยากาส และความรู้สึกที่ออกมาจะเหมือนกับอาคารสำนักงาน ทั้งที่จริงแล้วถ้าพิจารณากันตามประโยชน์ใช้สอย ม่านปรับแสงนั้นจะให้ประโยชน์กว่าผ้าม่านเสียอีก

การจะตัดสินใจเลือกใช้ม่านแบบใดแบบหนึ่งนั้นก็คงจะต้องมาพิจารณากันที่ประโยชน์ใช้สอยก่อน รวมทั้งงานตกแต่งเป็นประการสำคัญเพื่อการตัดสินใจ เช่น ถ้างานตกแต่งเป็นลักษณะของงานสไตล์ยุคใดยุคหนึ่งก็จำเป็นอยู่เองที่ต้องเลือกใช้ม่านผ้า เพราะจะเข้ากันได้กับงานตกแต่ง ดีกว่าการใช้ม่านปรับแสง แต่ถ้าเป็นงานตกแต่งแบบสมัยใหม่ที่สามารถเลือกใช้ม่านได้ทั้งสองชนิดก็คงต้องมาพิจารณากันที่ประโยชน์ใช้สอยว่าต้องการติดม่านเพื่อจุดประสงค์อะไรถ้าเป็นม่านที่ใช้กันแดดเข้าสู่อาคารก็น่าจะเลือกใช้ม่านปรับแสงมากกว่าการใช้ผ้าม่าน เพราะม่านปรับแสงสามารถเลือกปรับมุมเพื่อกันแดดได้ โดยยังคงมองเห็นภายนอก และอีกประการหนึ่ง ถ้าเลือกใช้ใบม่านชนิดที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ดี ก็จะช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารได้อีกด้วย

และมาถึงข้อพิจารณาข้อสุดท้าย คือเรื่องของราคา ผ้าม่านจะมีช่วงราคาให้เลือกมากมายตามราคาของผ้าแต่ละชนิด รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบใช้ของชุดม่าน ในขณะที่ม่านปรับแสงจะมีช่วงราคาที่ค่อนข้างแน่นอน มีแบบ ขนาด และสีสันให้เลือกใช้จำกัด ฉะนั้นในกรณีที่มีงบประมาณไม่มากนัก ผ้าม่านดูจะเหมาะสมกว่า เพราะเมื่อเทียบกันแล้วผ้าม่านธรรมดา ๆ พอใช้งานได้จะมีราคาถูกกว่าม่านปรับแสงพอสมควร พร้อมทั้งให้ความรู้สึกของความนุ่มนวล อบอุ่นได้มากกว่าม่านปรับแสง และที่สำคัญ ถ้ามีความสามารถเย็บปักถักร้อยพอควรก็สามารถเย็บผ้าม่านใช้เองได้ แต่ในขณะที่ต่อให้เก่งเท่าเก่งก็ไม่สามารถทำม่านปรับแสงใช้เองได้

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>