การจัดวางกับรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์

October 13, 2011 by


ที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เกิดความต้องการในด้านการตกแต่งภายในสูงขึ้น มีเจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยที่ต้องผันตัวเองมาเป็นมัณฑนากร โดยวิธีเลือกหาเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป หลายคนจัดบ้านได้สวยงามเทียบมืออาชีพ แต่ก็มีอีกจำนวนมากไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

การจัดบ้านโดยยึดแนวทางจากหนังสือก็พอเป็นตัวอย่างที่ดีได้ แต่ประเด็นในด้านรูปแบบของห้องและเนื้อที่ต่างกัน ฉะนั้นทุกอย่างที่เห็นในหนังสือจึงอาจเป็นไปไม่ได้ในบ้านของคุณ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้เป็นเจ้าของบ้านว่าสิ่งเหล่านั้นจะเหมาะสมมากน้อยเพียงไร

การที่จะจัดบ้านได้ก็ควรเริ่มต้นที่การวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์แต่ละตัว ส่วนประกอบต่าง ๆ เท่าที่เนื้อที่จะอำนวย ลักษณะของการจัดวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ด้วย เฟอร์นิเจอร์สไตล์หนึ่งก็จะมีการวางแบบหนึ่ง ขอหยิบยกเอาห้องรับแขก-นั่งเล่น ซึ่งเจ้าของบ้านมักใช้ร่วมกันมาเป็นตัวอย่างพอสังเขป

1.  เป็นลักษณะการจัดที่ค่อนข้างอิสระและประหยัดงบประมาณ เป็นแบบที่เจ้าของบ้านเพิ่งเริ่มต้นการแต่งบ้าน อาจอยู่ในระยะของนักศึกษาผู้ที่เพิ่งทำงาน หรืออาจรวมถึงครอบครัวใหม่ เป็นการจัดแบบง่าย ๆ โดยการหาโซฟาเล็ก ๆ มาวาง 1 ตัว (ขนาด 2 ที่นั่ง) วางค่อนข้างชิดผนังด้านที่เป็นหน้าต่าง โดยวางตรงผนังระหว่างหน้าต่างทั้ง 2 บาน มีโต๊ะกลาง 1 ตัว นอกนั้นจะเป็นการนำเบาะที่นั่งมาวางเรียงราย ลักษณะกึ่งนั่งกับพื้น โดยมีเสื่อหรือพรมปูพื้นเกือบเต็มบริเวณ สังเกตว่าผนังห้องด้านหนึ่งเป็นผนังทึบ ส่วนนี้จะเป็นที่วางตู้ตลอดความยาวของผนัง ตู้นี้อาจเป็นทั้งตู้โชว์ และวางพวกเครื่องเสียง ทีวี ซึ่งจะทำให้ห้องดูเรียบร้อยขึ้น อาจเป็นตู้เตี้ยตลอดหรือตู้สูงตลอด หรือมีทั้งตู้เตี้ยและตู้สูงรวมกัน ลักษณะของตู้ประเภทนี้มีขายทั่วไป ผู้ขายมักทำขายแบบแยกชิ้นจึงสะดวกที่จะซื้อตามความต้องการได้ หรือจะซื้อเป็นบางส่วนก่อนแล้วค่อยเพิ่มเติมภายหลังก็ได้

ลักษณะการจัดแบบง่าย ๆ คล้ายลักษณะของการจัดที่มักเรียกกันว่าแบบญี่ปุ่น เป็นแบบที่น่ารัก ถ้าจะใช้รับแขกก็จะเป็นแขกกันเองมากกว่าเป็นทางการ จัดแบบโปร่ง ๆ เรียบ ๆ เบาะนั่งก็สามารถเพิ่มจำนวนได้ ใช้เป็นที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี เป็นแบบที่เจ้าของบ้านจัดเองได้ เพราะไม่มีขั้นตอนซับซ้อนแต่ประการใด

2.  เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปแบบหนึ่งที่ไม่ค่อยหวือหวาเตะตาคนทั่วไป แต่นับว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ขายดี มีการซื้อขายกันมาเป็นเวลานาน ก็คือโซฟาซึ่งทำเป็นแบบต่อเนื่องกัน อาจเป็นรูปตัว L หรือตัว U โดยมากมักบุหนังแต่ก็พบเห็นบ่อยเช่นกันที่บุผ้าเป็นแบบเรียบสีเรียบสีเดียว ลักษณะจะทำเป็นที่นั่งที่สามารถแยกออกเป็นตัว ๆ ได้ จะมีตัวมุมซึ่งทำพนักพิงเป็นรูปโค้งหรือมุมฉากเพื่อสะดวกต่อการนำมาจัดที่สามารถผันแปรไปตามรูปแบบของห้องได้โดยไม่จำกัดรูปแบบของการจัดวาง หรือสามารถจัดแยกส่วน ส่วนหนึ่งอาจจัดเป็นรูปตัว L แล้วส่วนที่เหลืออาจแยกออกมาลอย ๆ ก็ย่อมได้

หากเป็นการจัดรวมทั้งชุดซึ่งมักเป็นรูปตัว U โดยจัดลอย ๆ หรือเรียกว่าแบบเกาะ คือทั้งชุดวางอยู่กลางห้อง สามารถเดินรอบชุดโซฟาเหล่านี้ได้ แต่ก็มีอีกเช่นกันที่จัดให้ด้านใดด้านหนึ่งของชุดโซฟานี้ชิดผนัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อที่ของห้องเป็นสำคัญ การจัดวางกลางห้องควรเป็นห้องที่มีขนาดกว้างเพียงพอและควรเป็นห้องที่ค่อนข้างโปร่ง มีช่องแสงหรือหน้าต่างสูงจากพื้นมากกว่าหน้าต่างแบบธรรมดาทั่วไป

ตามรูปแบบของโซฟาประเภทนี้เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อนมากกว่า แต่เจ้าของบ้านจำนวนมากนำมาจัดเป็นชุดรับแขกก็ไม่น้อย

3.  ห้องที่มีขนาดเล็กแต่ต้องการใช้ประโยชน์ของเนื้อที่ให้มากที่สุด การจัดห้องแบบนี้จะเหมาะสมมากกล่าวคือ ตัวโซฟาจะทำเป็นที่นั่งยาวชิดผนัง เข้ามุมตามรูปห้อง โซฟาชนิดนี้ทำได้ 2 อย่างคือ เลือกซื้อโซฟาคล้ายกับแบบที่ 2 แบบสำเร็จรูป แล้วนำมาจัดเข้ามุมห้อง แต่แบบของโซฟานี้จะค่อนข้างเรียบกว่าแบบที่ 2 กับอีกแบบจะต้องใช้ช่างไม้ส่วนหนึ่งเพราะส่วนล่างของโซฟาจะทำเป็นแท่นยาว ทำเหมือนยกระดับพื้นขึ้นมาแล้วหาเบาะมาวางตามขนาด (บางคนอาจคิดประหยัดเนื้อที่โดยทำส่วนที่ยกระดับนี้เป็นที่เก็บของก็ย่อมได้)

การทำโซฟาแบบนี้จะทำให้เหมือนกับได้โซฟาใหญ่ 2 ตัว แต่ไม่เกะกะเนื้อที่สุดหัว-ท้ายของโซฟาก็วางโต๊ะข้างต้องใช้โต๊ะกลางที่ใหญ่กว่าปกติหน่อย เนื้อที่ที่เหลือก็สามารถวางอาร์มแชร์ รูปทรงสวย ๆ ได้อย่างสบาย ห้องก็ยังเหลือเนื้อที่อีกกว้างเทียบเนื้อที่ที่เท่ากัน หากเป็นการจัดชุดเฟอร์นิเจอร์แบบลอย ๆ วางเป็นตัว ๆ โดด ๆ จะวางได้น้อยตัวกว่า แม้ว่าแบบนี้จะประหยัดเนื้อที่และได้ที่นั่งมากกว่า เป็นการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ค่อนข้างตายตัวแต่สามารถเลือกการจัดแบบได้มากกว่าคือ แบบสมัยใหม่ แบบสมัยใหม่ผสมกับแบบคลาสสิก หรือโมเดิร์นคลาสสิกก็ได้ และแบบนี้ยังใช้เป็นแบบจัดห้องรับแขกที่สวยงาม ห้องนั่งเล่นที่สบายอีกด้วย

4.  เฟอร์นิเจอร์ชุดรับแขกที่หาซื้อกันได้โดยทั่วไปมักจะออกมาในลักษณะนี้คือ โซฟา 2-3 ที่นั่ง 1 ตัว อาร์มแชร์ 2 ตัว โต๊ะกลาง 1 ตัว โต๊ะข้าง 2 ตัว ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไป การนำมาจัดวางตามลักษณะนี้เป็นแบบที่นิยมจัดกันทั่วไป แบบนี้มีชุดเฟอร์นิเจอร์ชุดหลากรูปแบบมีตั้งแต่ไม้รูปทรงธรรมดา ๆ ชุดหวาย ชุดที่บุผ้าทั้งตัว หรือสไตล์คลาสสิกต่าง ๆ ให้เลือกนำมาแต่งบ้านได้

โดยมากเจ้าของบ้านมักเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแบบกลาง ๆ ไม่เน้นสไตล์ใดสไตล์หนึ่งโดยเฉพาะ เพราะสามารถจัดเองได้

หลักของการจัดอยู่ที่ตัวโซฟา โดยทั่วไปมักจัดวางในจุดที่เด่นที่สุดของห้อง เช่น ชิดผนังทึบ ให้อยู่กึ่งกลางของความยาวของผนังด้านนั้น วางโต๊ะข้างในแต่ละข้างของโซฟา ตามด้วยอาร์มแชร์ข้างละ 1 ตัว แต่ถ้าหากไม่สามารถวางชิดผนังทึบได้ก็ควรหาส่วนอื่นที่เหมาะสม การวางควรคำนึงว่าให้อาร์มแชร์ทุกตัวหันเข้าหาโซฟา เนื่องจากส่วนที่ติดกับผนังทึบเป็นประตูไม่สามารถวางโซฟาได้ เพราะโซฟาจะดูไม่เด่นพอจึงต้องเปลี่ยนที่วาง ในส่วนของผนังทึบอาจหา CONSOLE TABLE หรือโต๊ะเล็ก วางชิดผนัง ตามด้วยเก้าอี้ข้างละ 1 ตัวก็จะทำให้ห้องดูสวยงามขึ้น

5.  การจัดห้องสไตล์คลาสสิกที่เน้นความโก้หรู คงต้องมีการเตรียมการหรือแก้ไขเนื้อที่ส่วนบกพร่องเสียก่อน เพราะการจัดสไตล์นี้มักจะต้องสมบูรณ์ทั้งรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นผนัง เพดานและพื้น

หลักของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์สไตล์คลาสสิกนั้นอยู่บนพื้นฐานที่ว่าต้องให้มีความสมดุลต่อการจัดวาง โซฟาวางตรงกลางถ้าด้านหนึ่งมีโต๊ะข้างและอาร์มแชร์อีกด้านหนึ่งก็ต้องมีตามแบบนี้ได้ แก้ไขประตูทางเข้าเสียใหม่ เพื่อว่าจะวางชุดรับแขกให้สง่าและภูมิฐาน มีชุดหลัก 1 ชุด แล้วมีชุดประกอบที่วางห่างออกมาถ้ามีเนื้อที่เพียงพอ

โดยมากการจัดแบบนี้เจ้าของบ้านมักให้มัณฑนากรเป็นผู้ออกแบบมากกว่าที่จะจัดแต่งเอง หรือเป็นไปได้ที่เจ้าของบ้านเลือกแบบเองแล้วให้ร้านเฟอร์นิเจอร์ช่วยจัดส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น การตกแต่งผนัง เพดาน ให้ด้วย ซึ่งถ้าหากเจ้าของบ้านมีความเข้าใจต่อสไตล์การตกแต่ง เลือกหาของประดับบ้านได้เหมาะสมกัน ก็จะทำให้บ้านสวยงามได้ไม่น้อยทีเดียว

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>