ข้อพิจารณาก่อนเลือกใช้กระเบื้องกับโมเสก

October 20, 2011 by

กระเบื้องและโมเสกเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท “เซรามิก”(CERAMIC)ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องเคลือบดินเผา ซึ่งรวมทั้งหม้อ โอ่ง ไห แจกัน ถ้วย จาน ชาม

เฉพาะคำว่า กระเบื้อง นั้นหมายถึง วัสดุดินแผ่นที่ทำเป็นแผ่นสำหรับกรุหรือบุผิวพื้นใด ๆ กระเบื้อง(TILE)นั้น ย่อมทำมาจากดินและสารประกอบอื่น ๆ ที่นำมาผสมกันในอัตราที่เหมาะสม นำมาตากแห้งและอัดเป็นแผ่น แล้วเข้าเตาเผาให้เนื้อหลอมเป็นกระเบื้อง

กระเบื้องอาจจะแบ่งตามกายภาพ(ที่มองเห็นและสัมผัส) ได้ 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องโมเสก และกระเบื้องดินเผา

กระเบื้องดินเผาอาจจะเป็นกระเบื้อง(ทำจากดิน) ที่ให้ลักษณะลำลองและยังเห็นเป็นเนื้อดินที่ถูกเผาจนได้ที่ ด้วยวิธีการและความร้อนแบบธรรมชาติ ทำให้ขนาดกระเบื้องมีความคลาดเคลื่อน มีการบิดงอ กระเบื้องดินเผาจึงเป็นวัสดุบุผิวที่ใช้สำหรับพื้นที่ลำลอง เป็นลานนั่งเล่น ลานในสวน หรืออาคารที่ไม่ต้องการความเฉียบคมเรียบร้อยมากนัก มักใช้กับอาคารหรือสภาพการตกแต่งแบบธรรมชาติ วัตถุประสงค์ในการใช้หรือเลือกใช้ค่อนข้างจะเด่นชัดแน่นอนดังที่เคยกล่าวมาแล้ว ในที่นี้จึงไม่กล่าวเปรียบเทียบถึง

เราคงจะสับสนถึงความหมายและชนิดของกระเบื้องเซรามิกที่เราเรียกกันว่า กระเบื้อง กับกระเบื้องโมเสกที่เราเรียกว่า โมเสก ที่เราเห็นชัดก็คือโมเสกมีขนาดเล็กกว่า มีลวดลายน้อยกว่า มีผิวเรียบหรือด้านไม่สม่ำเสมอเท่ากระเบื้อง กระเบื้องจะผลิตออกมาเป็นแผ่นเอกเทศ มีขนาดต่าง ๆ กันในขณะที่โมเสกผลิตเป็นแผ่นเล็กนำมาวางเรียงกันเป็นแผ่นจัตุรัสขนาด 30×30 ซม. โมเสกแต่ละชิ้นจะมีขนาดตั้งแต่ 1×1 นิ้วไปถึงกว่า 3×3 นิ้วเล็กน้อย มีผิวสองลักษณะ คือ มันเรียบหรือด้านเรียบ และหยาบลายกระ สีมีทั้งสีธรรมดาและสีพิเศษ

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ทั้งกระเบื้องและโมเสก (MOSAIC) นั้นผลิตมาเพื่อใช้กับงานประเภทไหน ผิวพื้นอย่างไรต้องใช้อย่างไหน

จริง ๆ แล้วทั้งกระเบื้องและโมเสกเป็นวัสดุที่มีกรรมวิธีผลิตในทำนองเดียวกัน แต่โมเสกมีขนาดเล็กและเผาในอุณหภูมิที่สูงจนวัตถุดิบหลอมละลายน้ำซึมผ่านยาก หรือผ่านไม่ได้ คำว่า โมเสก นั้นหมายถึงการนำวัสดุแผ่นเล็กมาเรียงต่อเนื่องกันเพื่อครอบคลุมพื้นที่ให้เกิดสีและลวดลายต่าง ๆ เพื่อเป็นผิวหน้าของพื้นและผนังให้เกิดความสวยงามและทนทาน

ดังนั้นเราจะเห็นว่าโมเสกเป็นวัสดุบุพื้นผิวที่ปูพื้นที่ได้ไม่จำกัด ตั้งแต่พื้นที่เล็กจนใหญ่ ส่วนกระเบื้องนั้นมักจะเน้นในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการพื้นผิวเรียบเนียนและสวยงาม

มีข้อพิจารณาสำหรับโมเสกก็คือ โมเสกเป็นกระเบื้องชิ้นเล็ก ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตครั้งแรกก็เพื่อเป็นดินเผาที่ประกอบกันเป็นรูปหรือลวดลายต่าง ๆ ประดับพื้นผนังในงานประณีตศิลป์ในสถาปัตยกรรมโบราณ โดยเฉพาะในแถบเอเซียตะวันออกกลาง และมีอิทธิพลมาถึงอิตาลีในสมัยเรอเสนสซองต์ จากนั้นจึงประยุกต์ใช้ในงานปูพื้นผนังทั่วไปดังปัจจุบัน

ข้อดีของโมเสกก็คือ ขนาดแผ่นที่เล็กเรียงกันอยู่นั้น ของระหว่างโมเสกจะช่วยไม่ให้เรียบลื่นเกินไป โมเสกที่ผลิตมาจึงมักใช้กับพื้นและผนังห้องน้ำ และต่อมาก็ประยุกต์ทำเป็นลวดลายต่าง ๆ บนผนังประกอบกับกระเบื้อง หรือแม้แต่กับโมเสกขนาดใหญ่กว่า ข้อสำคัญ โมเสกมีการดูดซึมน้ำน้อยมากจนไม่ดูดซึมเลย โมเสกจึงใช้กับที่เปียกชื้นได้ดี หลายครั้งโมเสกขนาดเล็กจะนำไปใช้ปูผนังภายนอกอาคาร เป็นการตกแต่งอาคารทั้งหลังเพื่อให้ความประณีตสวยงามและไม่ต้องทาสีทับ เนื่องจากโมเสกมีขนาดเล็ก และใช้กับห้องน้ำหรือพื้นที่เปียกชื้น ทั้งภายในภายนอกอาคาร โมเสกจึงกลายเป็นวัสดุปูพื้นที่จำกัดอยู่กับห้องน้ำ พื้นที่แคบและพื้นภายนอกอาคาร

ปัจจุบันสถาปนิกและโดยเฉพาะมัณฑนากรนำเอาโมเสกมาออกแบบเป็นกระสวน (PATTERN) และลวดลายต่าง ๆ ด้วยขนาดและสีที่แตกต่างกัน ดังเช่นวัตถุประสงค์เดิมของการทำโมเสกแต่โบราณ ทำให้โมเสกกลายเป็นวัสดุตกแต่งผิวพื้นที่สวยงามหลากหลายด้วยตัวมันเอง และจากฝีมือการออกแบบของนักออกแบบดังกล่าว

ข้อจำกัดของโมเสกก็คือ ไม่อาจจะปูพื้นให้เรียบเนียนเหมือนกระเบื้อง เนื่องจากตามปกติมีขนาดของแผ่นเล็กกว่า โมเสกจึงไม่แพร่หลายในการปูพื้น แต่เหมาะกับพื้นที่ไม่ต้องการความลื่น และเป็นวัสดุประดับตกแต่งในเชิงประณีตศิลป์ สรุปแล้วโมเสกเหมาะกับห้องครัว ห้องน้ำ ห้องเตรียมอาหาร และใช้สำหรับสร้างลวดลายประดับผิวพื้นต่าง ๆ ด้วยตัวมันเอง หรือประกอบกับวัสดุบุพื้นอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่กฎของการใช้โมเสก ความหลากหลายที่ได้ย่อมเกิดจากการออกแบบและเลือกใช้ของสถาปนิกและมัณฑนากร

กระเบื้องแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ

1.  กระเบื้องท้องถิ่น หรือ กระเบื้องดินเผาดังกล่าวมาแล้ว

2.  กระเบื้องเคลือบ 4x4 นิ้ว เป็นแผ่นบางมีมานานสมัยปู่ย่า นิยมปูผนังห้องน้ำ มีเนื้อสีขาวเหมาะจะใช้กับภายใน เปราะ มีการดูดซึมน้ำมาก(18 เปอร์เซ็นต์)

3.  กระเบื้องไม่เคลือบ มักใช้บุผิวภายนอกอาคาร โดยเฉพาะทำพื้นเพื่อป้องกันการลื่น แต่ดูแลรักษายากเพราะสิ่งสกปรกติดได้ง่าย กระเบื้องแบบนี้คล้ายแบบดินเผา แต่เผาในอุณหภูมิสูงคงที่ไม่บิดงอเหมือนกระเบื้องดินเผา

4.  กระเบื้องเคลือบ กระเบื้องเคลือบในที่นี้หมายถึงกระเบื้องที่เผาในอุณหภูมิสูงกว่าแบบกระเบื้องเคลือบ 4×4 นิ้ว มีการดูดซึมน้ำน้อยกว่ามาก แบบนี้เป็นที่นิยมและผลิตกันเป็นอุตสาหกรรมมาตรฐาน มีลักษณะการเผา 2 แบบ คือเผาครั้งเดียวกับเผาสองครั้ง การเผาสองครั้งก็คือ จะเผาที่อุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียส ครั้งแรกจะเป็นการเผาเนื้อกระเบื้อง จากนั้นนำมาเคลือบสี ทำลวดลาย แล้วนำไปเผาอีกครั้ง เนื้องกระเบื้องจะมีสีส้มแดง มีการดูดซึมน้ำค่อนข้างมาก (13 เปอร์เซ็นต์) เพราะเนื้อกระเบื้องไม่หลอมละลายหมด มีการหดตัวหลังการเผาน้อย (1 เปอร์เซ็นต์)

สำหรับกระเบื้องเผาครั้งเดียวนั้นจะเผาในอุณหภูมิสูงกว่าประมาณ 1,160-1,200 องศาเซลเซียส โดยนำแผ่นกระเบื้องไปเคลือบสีทำลวดลายก่อน แล้วจึงไปเผาจนเนื้อกระเบื้องสุกหลอมละลายทำให้กระเบื้องมีความแข็งแรงกว่า ดูดซึมน้ำน้อยกว่า อุณหภูมิการเผาดังกล่าวจะเป็นลักษณะเดียวกับการเผาโมเสก บางครั้งเราเรียกกระเบื้องประเภทนี้ว่ากระเบื้องเนื้อโมเสก

กระเบื้องจึงกลายเป็นวัสดุบุพื้นผิวอเนกประสงค์และใช้ได้ทั่วไปทั้งภายในภายนอกอาคารออกแบบให้มีสีและลวดลายต่าง ๆ มากมาย มีทั้งแบบผิวด้าน ผิวมันเรียบ จึงเลือกใช้ได้ทั้งพื้นแห้ง พื้นเปียกชื้น กระเบื้องจึงแทนที่โมเสกเสียมาก ปัจจุบันก็ใช้กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำและห้องครัว ห้องเตรียมอาหารกันมาก

ต่อไปนี้ก็เป็นข้อเปรียบเทียบระหว่างกระเบื้องและโมเสก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกใช้

ตารางเปรียบเทียบกระเบื้องกับโมเสก

รายละเอียด กระเบื้อง โมเสก หมายเหตุ
ชนิดผลิตภัณฑ์ เซรามิก เซรามิก เป็นชื่อตามวิชาการของเครื่องเคลือบดินเผา
อุณหภูมิในการเผา 1,000-1,180 องศา 1,150-1,250 องศา เป็นองศาเซลเซียส
ขนาด/แผ่น(ชิ้น) 4-12 นิ้ว 1-3½ นิ้ว มีขนาดเป็นจัตุรัสแลผืนผ้า
การดูดซึมน้ำ 0-18 เปอร์เซ็นต์ 0-1 เปอร์เซ็นต์ การเผากระเบื้องมีหลายอุณหภูมิ ทำให้มีการดูดซึมน้ำต่างกัน
ปัญหาการรานตัว(แตกลายงา) ไม่มี ไม่มี
พื้นที่, ห้องที่ใช้ ทุกพื้นที่ทุกห้อง เหมาะกับพื้นที่เล็กที่มีความเปียกชื้นใช้ประดับเป็นลวดลาย กระเบื้องก็ผลิตให้ใช้วางเรียงต่อกันเป็นลวดลายต่าง ๆ เช่นกัน
น้ำหนักต่อตารางเมตร หนักกว่า เบากว่า ไม่ถือเป็นข้อจำกัดในการใช้
การดูแลรักษา ง่าย ง่าย คราบสกปรกอาจติดในช่องไฟของโมเสกได้ง่ายและมากกว่า
ลวดลายและสี มาก น้อย (บางชนิดทำเป็นลวดลายวางต่อกันได้) โมเสกมักจะทำเป็นสีพื้นกับแบบลายกระ เพื่อป้องกันการลื่น ปัจจุบันก็มีสีให้เลือกมากและพอเพียงต่อการออกแบบสีและลวดลาย

 

การปู ง่าย ง่าย
การซ่อมแซม ง่าย เช่นกัน ควรมีกระเบื้องหรือโมเสกในชุดหรือในกล่องเดียวกัน สำรองเอาไว้เพื่อสีและลวดลายจะได้เหมือนเดิม ตามปกติกระเบื้องและโมเสกที่ปูแล้วจะไม่เสียหาย
ราคา/ตารางเมตร ใกล้เคียงกัน ใกล้เคียงกัน

แบบบ้านและการตกแต่งห้อง ที่น่าสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>